ตร.เร่งคลี่ปมโจ๋เมืองลุง ควบกระบะยิงถล่มเก๋ง ยันขัดแย้งระหว่างกลุ่มวัยรุ่น มีเรื่องกันแล้วหลายครั้ง
วันที่ 3 มีนาคม ผู้สื่อข่าวรายงานจากจังหวัดพัทลุงว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจ กองกำกับการสืบสวน ตำรวจภูธรจังหวัดพัทลุง เข้าตรวจสอบที่เกิดเหตุ บริเวณบนเส้นทางถนนคู่ขนาน ในพื้นที่หมู่ 2 ตำบลท่ามิหรำ อำเภอเมือง จังหวัดพัทลุง หลังกลุ่มวัยรุ่นใช้รถกระบะยิงใส่รถเก๋งของฝ่ายอริเก่า ทำให้นายยูโร อายุ 16 ปี ได้รับบาดเจ็บ เมื่อเวลากลางดึกที่ผ่านมา
จากการตรวจสอบกล้องวงจรปิด พบขณะเกิดเหตุยิงถล่ม ภาพในกล้องเมื่อช่วง 01.42 น. ขณะกลุ่มผู้ได้รับบาดเจ็บ ประมาณ 10 คน โดยนั่งอยู่ภายในรถเก๋ง 8 คน และขับขี่ จยย.ตามหลัง 2 คน ลักษณะขับขวางถนน และช่วงจังหวะเดียวกันมีรถกระบะของผู้ก่อเหตุ ซึ่งขับอยู่บนถนนเส้นหลักใช้อาวุธปืนยิงเข้าใส่ ทำให้รถ จยย. ล้ม และรถเก๋งที่ขวางถนนอยู่ ขับพุ่งลงไปในร่องกลางถนน หลังจากนั้นมีกลุ่มวัยรุ่นชายหลายคนวิ่งลงจากรถ หลังจากนั้นก็มีภาพกลุ่มวัยรุ่นช่วยกันเข็นรถเก๋งขึ้นจากร่องกลางถนน

จากการตรวจสอบภาพกล้องวงจรปิด เจ้าหน้าที่ตำรวจเชื่อว่ากลุ่มนายยูโร น่าจะเห็นรถกระบะของคู่อริขับผ่านไป จึงขับเก๋งปิดถนนสายรอง เพื่อตั้งหลัก และช่วงที่รถกระบะของคู่อริขับย้อนกลับมายังเส้นสายหลัก กลุ่มในรถกระบะยิงใส่รถเก๋งก่อน จนเกิดความชุลมุนดังกล่าว
ล่าสุด นายยูโรยังคงรักษาตัวที่ รพ.พัทลุง ซึ่งจากการสอบสวนของเจ้าหน้าที่พบเหตุการณ์เมื่อคืนเกี่ยวพันกับเหตุไล่ยิงกลางเมืองพัทลุง เมื่อตีสองกว่าของวันที่ 2 มีนาคม 2568 ที่ผ่านมา โดยนายยูโร คนเจ็บ อยู่กับฝ่ายคนเจ็บที่ถูกยิงกลางเมืองพัทลุง โดยมีการแบ่งแยกเป็น 2 ก๊วนใหญ่ และมีการผลัดกันยิงไปมา ระหว่างทั้งสองก๊วน เคยมีการนำทั้งสองก๊วนมาเจรจากันครั้งหนึ่งแล้วหลังที่เคยถูกยิงถล่มร้านเฟอร์นิเจอร์ เมื่อปลายปี 2567 แต่สุดท้ายก็มาเกิดไล่ยิงกันอีกกลางเมืองพัทลุง นำสู่การมาไล่ยิงถล่มรถกันเมื่อคืนที่ผ่านมา

นายสุทัศน์ พลชนะ ผู้ใหญ่บ้าน หมู่ 2 ตำบลท่ามิหรำ อำเภอเมือง ซึ่งบ้านอยู่ใกล้กับที่เกิดเหตุ บอกว่า คืนก่อนหน้าที่จะมีการยิงถล่มรถกัน ได้ยินเสียงปืนดังตอนตี 4 หลายนัด แต่ก็ไม่ได้ออกมาดู เพราะในที่เกิดเหตุได้ยินเสียงปืนบ่อยครั้ง
จนกระทั่งเมื่อคืนที่ผ่านมา ก็ได้ยินเสียงปืนดังรัวอีก มาทราบข่าวว่ามีการยิงถล่มรถกัน ซึ่งเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นสร้างความหวาดผวาและก่อความรำคาญให้กับชาวบ้าน ต้องการให้ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจมีการกวดขันเข้มงวด ในการปราบปราม จับกุมให้มากกว่านี้



