อนุชิต หงษาดี
นายก อบจ.นครพนม
‘สิเฮ็ดดี พัฒนา 4 ด้าน
เป็นเมืองหลักแห่งการค้า-ท่องเที่ยว’
หลังจากคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ประกาศรับรองผลการเลือกตั้ง สมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัด (ส.อบจ.) นครพนม 30 เขต และนายก อบจ.นครพนม เปิดทางให้ “อนุชิต หงษาดี” หรือนายกเบียร์ เขานั่งบริหารงาน อบจ.นครพนมอย่างเป็นทางการ จากนั้นจะเข้าสู่ขั้นตอนการรับตำแหน่ง จัดทีมบริหาร และแถลงนโยบายการบริหารในวาระ 4 ปีต่อที่ประชุมสภา อบจ.ต่อไป
นายกเบียร์ ถือเป็นนายก อบจ.ที่มีอายุน้อยที่สุดของ จ.นครพนม นับแต่เคยรับตำแหน่งมา โดยย้ายสนามจากตำแหน่งนายกองค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) โพนสวรรค์ อ.โพนสวรรค์ มาลงสมัครชิงเก้าอี้ในนามทีมฮักนครพนมแห่งค่ายเพื่อไทย พร้อมผู้สมัคร ส.อบจ. 30 คน ก่อนสร้างประวัติศาสตร์ทางการเมือง
ล้มแชมป์เก่าด้วยคะแนน 172,226 คะแนน ห่างกันขาดลอย พร้อมทั้งพาลูกทีมเข้าสภาถึง 22 ที่นั่ง

ส่องเส้นทางของนายกเบียร์ ถือเป็นเลือดแท้พรรคเพื่อไทย พื้นฐานครอบครัวประกอบอาชีพค้าขายทั่วไป ตั้งแต่รับซื้อข้าวเปลือก เปิดร้านมินิมาร์ต ร้านจำหน่ายวัสดุก่อสร้าง และแพลนต์คอนกรีต ขณะที่บิดา “จอมพล หงษาดี” ทำงานการเมืองท้องถิ่นไปด้วยในตำแหน่งนายกเทศมนตรีตำบลโพนสวรรค์ ทันทีที่จบการศึกษา ระดับปริญญาตรีจากคณะรัฐประศาสนศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏสกลนคร นายกเบียร์จึงเข้ามาช่วยงานการค้าของครอบครัว ขณะเดียวกันยังสนใจการเมือง และอยากทำงานพัฒนาท้องถิ่น ด้วยแรงสนับสนุนจากครอบครัว และการทำงานเคียงบ่าเคียงไหล่ ส.ส.เดือน “มนพร เจริญศรี” รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม พรรคเพื่อไทย มาอย่างต่อเนื่อง นายกเบียร์จึงชิมลางการเมืองในตำแหน่ง ส.อบจ.นครพนม เขต อ.โพนสวรรค์ ตั้งแต่อายุ 27 ปี ทำหน้าที่จนครบวาระ จึงหันมาสมัครนายก อบต.โพนสวรรค์ กระทั่งคว้าชัยเข้าไปนั่งบริหารตั้งแต่ปลายปี 2564 ก่อนลาออกในช่วงปีสุดท้ายของวาระมาสมัครนายก อบจ.นครพนม โดยได้รับการสนับสนุนจากทั้งผู้บริหารท้องถิ่น แกนนำการเมืองของพรรคเพื่อไทยในพื้นที่ 12 อำเภอ ไปจนถึงทีมผู้สมัคร ส.อบจ.นครพนม เจนใหม่ ที่มีความมุ่งมั่นเข้ามาทำงานช่วยสนับสนุน

นายกเบียร์ กล่าวว่า ในการเลือกตั้ง ได้กำหนดนโยบายที่สอดคล้องกับพรรคเพื่อไทย เป็นนโยบายหลักของ ทีมฮักนครพนม ซึ่งเป็นความหวังของประชาชน คือ “สิเฮ็ดดีเพื่อนครพนม” เปลี่ยนนครพนมเป็นเมืองหลัก ประกอบด้วย ด้านที่ 1 สิเฮ็ดโครงสร้างพื้นฐานดี เน้นการพัฒนาเส้นทางคมนาคมขนส่ง ระบบ ประปาไฟฟ้า แหล่งน้ำให้ทั่วถึง โดยเฉพาะถนนในความรับผิดชอบของ อบจ.นครพนม กว่า 90 สายทาง รวมระยะทางกว่า 500 กิโลเมตร จะต้องได้รับการพัฒนาต่อเนื่อง ด้านที่ 2 สิเฮ็ดสาธารณสุขดี เน้นการพัฒนาการบริการด้านสาธารณสุข เริ่มจาก อสม. หมอด่านแรก มีความพร้อมในการดูแลสุขภาพชุมชน ก่อนส่งตัวไปรักษาที่สถานพยาบาลทุกแห่งและเพิ่มสวัสดิการ อสม. สนับสนุนรถกู้ชีพรับ-ส่งผู้ป่วยฉุกเฉินให้เพียงพอ
ด้านที่ 3 สิเฮ็ดเศรษฐกิจดี เดินหน้าสนับสนุนซอฟต์พาวเวอร์ สินค้าชุมชน รวมถึงสืบสานงานประเพณี ท้องถิ่นทุกอำเภอ เป็นปฏิทินการท่องเที่ยวตลอดทั้งปี เชื่อมโยงเส้นทางพัฒนาการท่องเที่ยวสายมู คู่วัฒนธรรมชนเผ่า ให้นครพนมเป็นเมืองหลักแห่งการพัฒนาเศรษฐกิจการค้า การท่องเที่ยว และ ด้านที่ 4 สิเฮ็ดคุณภาพชีวิตดี นอกจากสร้างความร่วมมือกับหน่วยงานความมั่นคง องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ยังต้องผลักดันสนับสนุนการตั้งศูนย์บำบัดฟื้นฟูผู้ป่วยติดยาเสพติดทั้ง 12 อำเภอ โดยมีศูนย์บำบัดยาเสพติด อบจ.นครพนมเป็นหลัก ในการส่งเสริมฟื้นฟู ส่งเสริมอาชีพให้ผู้ป่วยมีความรู้ มีความสามารถในการประกอบอาชีพ ไม่กลับไปทำผิดซ้ำอีก ที่สำคัญ ทีมฮักนครพนม ยังให้ความสำคัญกับการกระจายงบประมาณ ไม่กระจุกหรือเทไปที่โครงการใดโครงการหนึ่ง และประชาชนต้องมีส่วนร่วมในการจัดทำโครงการ และทุกโครงการต้องใช้คุ้มค่า เกิดประโยชน์ต่อประชาชนสูงสุด ไม่ถูกทิ้งร้างเหมือนที่ผ่านมา
“นโยบายที่จะทำเป็นสิ่งแรกหลังการเข้าทำงาน การพัฒนาการท่องเที่ยว จะหารือกับทุกภาคส่วน ทั้งภาครัฐ เอกชน ภาคประชาชน ท้องถิ่น เพื่อขับเคลื่อนส่งเสริมการท่องเที่ยว เพราะปัจจุบันต้องยอมรับว่า นครพนมเป็นจังหวัดที่มีจุดแข็งด้านการท่องเที่ยวสายมู มีองค์พญาศรีสัตตนาคราช มีองค์พระธาตุพนม รวมถึงพระธาตุศักดิ์สิทธิ์ประจำวันเกิดในพื้นที่ทุกอำเภอ ไปจนถึงมีวัฒนธรรมประเพณี 9 ชนเผ่า หากสร้างความร่วมมือส่งเสริมประเพณี จัดกิจกรรมท่องเที่ยว ตลอดปีทั้ง 12 เดือน เชื่อว่าจะกระตุ้นเศรษฐกิจการค้าของนครพนมมากยิ่งขึ้น ปัจจุบันนครพนมมีตัวเลขนักท่องเที่ยวปีละกว่า 3-4 ล้านคน ถือว่าเพิ่มขึ้นหลาย เท่าตัวในรอบ 4-5 ปีที่ผ่านมา เป็นจุดสำคัญที่ อบจ.นครพนม ต้องส่งเสริมอย่างต่อเนื่องให้เกิดการท่องเที่ยวตลอดปี เพื่อสร้างรายได้ให้ชาวบ้านทุกอำเภอ
สิ่งที่ต้องให้ความสำคัญอีกด้าน คือ การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน ถนนทุกสายทางในความดูแลของ อบจ. ต้องได้รับการพัฒนา ในอนาคตต้องไม่มีถนนลูกรัง เพราะเส้นทางคมนาคมเป็นสิ่งสำคัญในการเดินทาง ทั้งการขนส่ง การค้า การท่องเที่ยว ขนส่งสินค้าเกษตร การพัฒนาแหล่งน้ำการเกษตร ไฟฟ้าส่องสว่าง ความปลอดภัยทางถนน เป็นปัจจัยสำคัญที่ส่งผลดีต่อการยกระดับคุณภาพชีวิตประชาชน หากงบประมาณเพียงพอ อบจ.นครพนมมีความได้เปรียบแน่นอน เพราะเป็นตัวแทนของรัฐบาลเพื่อไทยที่จะเสนอปัญหาไปยังหน่วยงานเกี่ยวข้อง รวมถึงกระทรวงคมนาคม โดยถ่ายโอนเส้นทางเกินศักยภาพการพัฒนาให้กระทรวงคมนาคมมาสนับสนุนงบประมาณดูแลแก้ไขพัฒนา ซึ่ง จ.นครพนม มีนางมนพร เจริญศรี รมช.คมนาคม จากพรรคเพื่อไทย ช่วยสะท้อนปัญหาโดยตรงต่อรัฐบาล ส่งผลให้เกิดการพัฒนาท้องถิ่นจริงจัง”
นายกเบียร์ ทิ้งท้ายว่า ขอบคุณชาวนครพนมทุกคนที่ให้กำลังใจ การเลือกตั้งผ่านไปไม่สำคัญว่าใครเลือกหรือไม่เลือก วาระ 4 ปี จากนี้ไปผมพร้อมทำงานรับใช้ชาวนครพนมทุกคน ทำโครงการที่เกิดประโยชน์กับชาวนครพนม ทุกโครงการที่ประชาชนเห็นด้วยและใช้ประโยชน์คุ้มค่า จะพัฒนาขับเคลื่อนนโยบาย สิเฮ็ดดีเพื่อนครพนมทุกด้าน จะไม่ทำให้ชาวนครพนมผิดหวัง เปลี่ยนนครพนมเป็นเมืองหลักแห่งเศรษฐกิจ การค้า การท่องเที่ยว ไม่ถูกเรียกว่า “เมืองรอง” อีกต่อไป


