หน้าแรก ภูมิภาค ‘เมืองพัทยา’ ...

‘เมืองพัทยา’ ดึงแพลตฟอร์มดิจิทัล พัฒนา ‘ระบบสุขภาพอัจฉริยะ’

5.03.25 | 19:33 น.

‘เมืองพัทยา’ดึงแพลตฟอร์มดิจิทัล
พัฒนา‘ระบบสุขภาพอัจฉริยะ’


“การเอาแพลตฟอร์มดิจิทัลด้านสุขภาพมาใช้ มีการปรับระบบบางส่วน แต่สิ่งที่จะต้องดำเนินการเลยคือคนของเราที่เป็นคนใช้งานจะต้องเปลี่ยนความคิดและจะต้องลงมือทำให้ได้ เพราะพัทยาเป็นเมืองแห่งโอกาส เราเสียเวลาสักนาทีหมายถึงเราเสียโอกาสทางธุรกิจ เพราะมันเป็นโอกาสของทุกคนที่มาอยู่ที่นี่เราต้องไปจัดการ”

“พัทยา” เมืองติดชายทะเลภาคตะวันออก ตั้งอยู่ใน อ.บางละมุง จ.ชลบุรี น้อยคนนักที่จะไม่รู้จัก เป็นเมืองท่องเที่ยวที่ทุกคนอยากมาเยือน เพราะได้ชื่อว่าเป็นเมืองชายทะเลที่มีหาดสวย น้ำใส สถานที่ท่องเที่ยวชื่อดังติดอันดับโลก มีนักท่องเที่ยวทั่วโลกเดินทางมาเยือนจำนวนมากในทุกปี แท้จริงแล้วพัทยามีประชากรในพื้นที่ “เมืองพัทยา” เพียง 1.2 แสนคน บางชุมชนยังเป็นชุมชนเกษตรกรรมและประมง ขณะที่ประชากรแฝงที่เข้ามาอยู่อาศัยเพื่อทำงานเลี้ยงชีพมีมากถึง 6 แสนคน และเป็นกลุ่มคนที่เมืองพัทยาภายใต้การบริหารงานของ “ปรเมศวร์ งามพิเชษฐ์” นายกเมืองพัทยา ต้องดูแลและให้บริการ

ด้วยความที่เป็นเมืองพิเศษที่มีการบริหารจัดการแบบพิเศษ ทำให้สามารถจัดการทุกปัญหาได้ดีพอสมควร โดยเฉพาะเรื่องสุขภาพที่เป็นปัญหาใหญ่ที่ต้องการการแก้ไขมากที่สุด ซึ่งหากประชากรในพื้นที่อยู่ดีกินดี ไม่เจ็บไม่ป่วย จะทำให้ชีวิตมีความสุข เป็นความปรารถนาที่ไม่เฉพาะประชากรในเมืองพัทยาเท่านั้น แต่หมายรวมถึงทุกคนที่เข้ามาใช้ชีวิตในเมืองพัทยาด้วย ทำให้นำมาสู่การทำวิจัยเรื่อง “การพัฒนาแพลตฟอร์มดิจิตอลข้อมูลเมืองเพื่อจัดการระบบสุขภาพอัจฉริยะของเมืองพัทยา” โดย นายปรเมศวร์ งามพิเชษฐ์ และ “ดร.ศิวัช บุญเกิด” รองปลัดเมืองพัทยา พร้อมคณะ ร่วมกับมูลนิธิส่งเสริมการปกครองส่วนท้องถิ่น โดยการสนับสนุนทุนวิจัยของหน่วยบริหารและจัดการทุนด้านการพัฒนาระดับพื้นที่ (บพท.) ดำเนินการเมื่อปี 2566 ที่ผ่านมา

Advertisement

นายปรเมศวร์ หรือนายกเบียร์ เล่าว่า ปัญหาของพัทยาอาจไม่แตกต่างจากปัญหาของพื้นที่อื่น แต่เมืองพัทยามีการแก้ไขปัญหาได้ยากกว่าเพราะคนเยอะ นักท่องเที่ยวเยอะ ประชากรแฝงเยอะ เรื่องสุขภาพจึงสำคัญมาก หากใครมาเที่ยวและมาเจ็บป่วยจะทำให้เสียชื่อเสียงของเมืองได้ เพราะพัทยาเป็นเมืองท่องเที่ยวระดับโลก ที่ผ่านมาปัญหาสุขภาพมี 3 เรื่องด้วยกัน คือ ปัญหาจากอาหาร ปัญหาจากน้ำดื่มและปัญหาจากการป่วยไข้ทางใจ ขณะที่จำนวนเจ้าหน้าที่ที่ทำงานดูแลความเป็นอยู่มีน้อย จำเป็นต้องนำเทคโนโลยีเข้ามาหนุนเสริมเพื่อให้การทำงานมีประสิทธิภาพและทันสมัย รวดเร็ว เข้าถึงการจัดการ นำมาสู่ความปลอดภัยได้มากยิ่งขึ้น เพราะเรื่องสุขภาพเป็นเรื่องเกี่ยวกับชีวิตความเป็นความตาย หากรู้เร็ว แก้ปัญหาทัน รักษาหายเร็ว ก็จะทำให้กลับมาใช้ชีวิตอย่างมีความสุขอีกครั้ง เพราะฉะนั้นแค่แรงคนทำไม่ไหวต้องมีตัวช่วย

นอกจากเรื่องสุขภาพ สิ่งที่ยังเป็นปัญหาจากการเป็นเมืองท่องเที่ยว คือ ปัญหาขยะที่เกิดตามมาจากปริมาณนักท่องเที่ยวจำนวนมาก ซึ่งระบบการจัดการขยะของเมืองพัทยาเป็นอีกวิธีการหนึ่งที่จะทำให้ไม่เป็นแหล่งเพาะเชื้อโรค โดยเมืองพัทยาสามารถจัดการขยะได้อย่างเบ็ดเสร็จภายในชั่วข้ามคืน มีบริษัทปูนซิเมนต์จากจังหวัดสระบุรีซื้อไปเผาเป็นเชื้อเพลิง ตามสโลแกนการจัดการขยะว่า “สะอาดก่อนสว่าง” ซึ่งสามารถดำเนินการเรื่องได้อย่างดี

นายกเบียร์ กล่าวอีกว่า แม้จะจัดการเรื่องอาหาร น้ำดื่ม และขยะของเมืองได้แล้ว แต่ปัญหาความต้องการของคนเมืองพัทยาปัจจุบันมีประชากรผู้สูงอายุ 60 ปีขึ้นไปในเมืองพัทยากว่า 20,000 คน รวมทั้งมีแนวโน้มจำนวนผู้สูงอายุจะเพิ่มขึ้นอีกเรื่อยๆ ในอนาคต เมืองพัทยาจึงมองเห็นความสำคัญและจัดทำนโยบายเพื่อตอบโจทย์สำหรับผู้สูงอายุ โดยเน้นการดูแลผู้สูงอายุ ยกระดับคุณภาพชีวิตคนพัทยาตามนโยบาย Smart Senior พัฒนาความรู้เข้าสู่สังคมผู้สูงอายุ มีวัตถุประสงค์เพื่อสร้างกำลังใจให้ผู้สูงอายุ มีความหวังในการดำเนินชีวิต รวมถึงจัดกิจกรรมที่เหมาะสมให้ผู้สูงอายุ เพื่อผู้สูงอายุได้ใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์ สร้างชุมชนที่มีความสุขเพื่อให้ผู้สูงอายุรู้สึกมีคุณค่าโดยเฉพาะโรงเรียนผู้สูงอายุที่อบรมผ่านไปแล้ว 3 รุ่น รุ่นละ 100 คน พร้อมนำแพลตฟอร์มดิจิทัลด้านสุขภาพเข้ามาใช้ควบคู่กันไปด้วย

“ที่ผ่านมาเมืองพัทยานำแพลตฟอร์มดิจิทัลมาใช้งานมาอย่างต่อเนื่อง พร้อมนำมาปรับระบบบางส่วน สิ่งที่ต้องดำเนินการคือ คน หรือผู้ใช้งานจะต้องเปลี่ยนความคิด และต้องลงมือทำให้ได้ เพราะพัทยาเป็นเมืองแห่งโอกาส การเสียเวลาสักนาที หมายถึงเราเสียโอกาสทางธุรกิจ เพราะมันเป็นโอกาสของทุกคนที่มาอยู่ที่นี่เราต้องไปจัดการ เราต้องยกระดับการพัฒนาเมืองให้ได้มาตรฐานในทุกระบบ และการทำงานของเมืองพัทยาจะทำงานเพียงลำพังไม่ได้ การทำงานต้องประสานความร่วมมือกับทุกภาคส่วนเพื่อให้งานสำเร็จ แก้ปัญหาให้ได้ และให้ทุกคนที่เข้ามาในเมืองนี้ประทับใจ”

ปัจจัยความสำเร็จ คือ การที่เมืองพัทยามีการจัดเก็บข้อมูลพื้นฐานส่วนใหญ่ในรูปแบบดิจิทัลเดิมอยู่แล้ว ดังนั้นความเข้าใจในด้านการเก็บข้อมูลและการใช้ข้อมูลของพนักงานและผู้บริหารของเมืองมีความคุ้นเคยกันเก็บข้อมูลและการบริหารโดยใช้ข้อมูลจึงสามารถนำข้อมูลผู้สูงอายุที่เมืองมีอยู่ขึ้นมาแสดงและใช้ผลต้องการนำข้อมูลโดยเมืองมองเห็นประโยชน์จากการแสดงในรูปแบบดังกล่าวจึงมีความพยายามในการขยายผลที่จะนำข้อมูลสุขภาพต่างๆ เข้ามาร่วมแสดงในระบบเพื่อให้การให้บริการด้านสุขภาพมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น

“เราต้องทำให้คนในเมืองรู้เท่าทันการเปลี่ยนแปลง เปิดประสบการณ์การเปลี่ยนผ่านจากยุคอนาล็อกเป็นยุคดิจิทัลได้อย่างเท่าเทียมและเมืองต้องปลดล็อกการบริหารจัดการ การบริหารจัดการแบบเบ็ดเสร็จอาจจะเป็นเรื่องยาวไกล แต่ในตอนนี้ต้องทำงานแบบมีเครือข่าย จึงจะเกิดความสำเร็จแน่นอน เพราะพัทยาเป็นเมืองวาไรตี้มีชุมชนหลากหลายทุกเชื้อชาติ การทำงานของผู้บริหารเมืองต้องเคารพความหลากหลายด้วย และนำเทคโนโลยีเข้ามาจัดการและจัดเก็บข้อมูลเพื่อนำไปสู่การตัดสินใจในการพัฒนาเมือง เพราะโลกในอนาคตเทคโนโลยีคือเครื่องมือที่จะมาใช้เพื่อเปลี่ยนเมืองได้”

เหล่านี้คือ การทำงานและวิสัยทัศน์การพัฒนาเมืองพัทยาที่เป็นเมืองแห่งโอกาสของทุกคนและเป็นเมืองแห่งหน้าตาของประเทศ เมื่อผู้บริหารนำโอกาสของโลกเทคโนโลยีมาใช้ จะทำให้เมืองพัทยาเป็นเมืองน่าอยู่และปลอดภัยสำหรับทุกคน