หน้าแรก ภูมิภาค ชาวบ้านอึ้ง ม...

ชาวบ้านอึ้ง มีชื่อครอบครองที่ดิน ในแปลงรุกป่าปลูกทุเรียน รีบพบตร.แสดงความบริสุทธิ์ใจ

6.03.25 | 23:12 น.

ชาวบ้านจันทบุรี 3 ใน 25 ราย อึ้งมีชื่อครอบครองที่ดิน ที่กลุ่มทุนบุกรุกป่าปลูกทุเรียน 688 ไร่ ท่าตะเกียบ จ.ฉะเชิงเทรา รุดพบ ตร.แสดงความบริสุทธิ์


เมื่อเวลา 13.30 น. วันที่ 6 มีนาคม ที่ สภ.ตกพรม ต.บ่อเวฬุ อ.ขลุง จ.จันทบุรี มีชาวบ้านในพื้นที่ จำนวน 3 ราย จากใน 25 ราย ที่มีชื่อเป็นผู้ครอบครองที่ดินแปลงร้อน ถูกกลุ่มทุนบุกรุกป่าปลูกทุเรียน 688 ไร่ บนเขากล้วยไม้ ต.คลองตะเกรา อ.ท่าตะเกียบ จ.ฉะเชิงเทรา เดินมาเข้าพบพนักงานสอบสวน เพื่อลงบันทึกประจำวันไว้เป็นหลักฐาน กรณีที่มีชื่อโผล่เป็นผู้ครอบครองที่ดินในพื้นที่ อ.ท่าตะเกียบ ซึ่งเป็นเขตป่าสงวนป่าแควระบม โดยมี พล.ต.ต.ธราเทพ ตูพาณิชย์ รอง.ผบก.ภ.จว. จันทบุรี พร้อมด้วย พ.ต.ท.มล.กษิภัทร จรูญโรจน์ สวญ สภ.ตกพรม ร่วมรับฟังข้อมูลในครั้งนี้ด้วย

นายสุขจิตต์ อายุ 58 ปี ชาวบ้าน 1 ใน 3 ราย เปิดเผยว่า การเดินทางมาพร้อมกับที่ปรึกษาในครั้งนี้ เพื่อให้ปากคำและข้อมูลที่เป็นประโยชน์กับพนักงานสอบสวน เพื่อแสดงความบริสุทธิ์ใจ ยืนยันว่าไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง และไม่เคยไปในพื้นที่ท่าตะเกียบ อีกทั้งไม่ได้มีชื่อเป็นเจ้าของที่ดินแปลงดังกล่าว ตามที่มีหนังสือมีจากหน่วยป้องกันรักษาสัตว์ป่าจังหวัดฉะเชิงเทราส่งมา แจ้งสิทธิ์ครอบครองที่ดินเขากล้วยไม้ อ.ท่าตะเกียบ เมื่อวันที่ 20 ก.พ.68 โดยให้แจ้งกลับภายใน 10 วัน ซึ่งตนก็ไม่ได้แจ้งกลับ เพราะคิดว่าไม่ได้ขอครอบครองที่ดินดังกล่าวไว้ และไม่ประสงค์ที่จะยืนยันสิทธิ กระทั่งได้ทราบข่าวว่าตนมีส่วนเกี่ยวข้องในการครอบครองที่ดินพื้นที่ป่าสงวน จึงเดินทางมาพบพนักงานสอบสวน เพื่อแสดงความบริสุทธิ์ใจว่าไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับที่ดินแปลง 688 ไร่

Advertisement

ด้านนายจารึก อายุ 68 ปี ชาว ต.ตกพรม บอกว่า พื้นเพเป็นคน ต.ตกพรม อ.ขลุง จ.จันทบุรี ปัจจุบันมีอาชีพทำสวนและรับจ้าง ส่วนที่จู่ๆ มีหนังสือแจ้งมานั้นตนไม่ทราบว่าเขาเอาชื่อไปยังไง มีชื่อเราไปอยู่ที่นั่นได้ยังไง ไปจับจองที่ยังไง เพราะส่วนตัวไม่ได้ไปทำเลย ปัจจุบันก็ทำสวนที่ จ.จันทบุรี ส่วน อ.ท่าตะเกียบ ก็ยังไม่รู้จัก

นายจารึกกล่าวอีกว่า ตอนเห็นหนังสือก็ไม่ได้รู้สึกวิตก เพราะมีรายละเอียดชัดเจน หากไม่ได้ไปครอบครอง ไม่ไปชี้แนวเขตภายใน 10 วัน ก็ถือว่าสละสิทธิ ก็จบ เพราะความจริงก็ไม่ได้ไปทำอย่างนั้น

ขณะที่ พล.ต.ต.ธราเทพเปิดเผยว่า วันนี้มีชาวบ้านมาแสดงตัวลงบันทึกประจำวัน 3 ราย โดยคนแรกให้การว่าเมื่อประมาณ 10 กว่าปีที่แล้ว ขณะทำงานมีผู้ชายคนหนึ่งเอาเอกสารใบสมัครงานมาให้เซ็น อ้างว่าเป็นใบสมัครงาน โดยให้ค่าแรงสูงกว่าได้รับประจำ ก็เลยเซ็นไปแล้วและไม่ทราบอะไรอีกเลย จนกระทั่งปรากฏว่าเมื่อประมาณไม่กี่วันก่อนหน้านี้ได้รับหนังสือจากหน่วยป้องกันรักษาป่าหนองคอก อ.ท่าตะเกียบ ว่าเจ้าตัวมีการไปยื่นการแจ้งการครอบครองที่ดิน ซึ่งเก็งงอยู่ว่ามาได้ยังไง

พล.ต.ต.ธราเทพกล่าวว่า ส่วนอีก 2 ราย ให้การว่าทำงานเป็นพนักงานบริษัทแปรรูปมะม่วงหิมพานต์ ก็ไม่เคยเซ็น ไม่เคยทราบ ไม่รู้จัก และไม่เคยไป อ.ท่าตะเกียบ เลย โดยทั้ง 3 คน ยังให้การว่าไม่รู้จัก ไม่มีญาติทางนั้น แล้วก็ไม่มีใครไปขออะไรไว้ด้วย แต่ทุกคนได้รับหนังสือเหมือนกัน ซึ่งวันนี้เป็นวันที่ครบกำหนด 10 วัน ตามกำหนดในหนังสือแจ้งพอดี จึงพากันมาลงบันทึกประจำวันไว้เป็นหลักฐาน

ขณะเดียวกัน เจ้าพนักงานป่าไม้ชำนาญงาน หัวหน้าหน่วยป้องกันและพัฒนาป่าไม้ท่าตะเกียบ จ.ฉะเชิงเทรา ได้ทำหนังสือให้ผู้ที่มีชื่อครอบครองให้มาแสดงตนโดยมี 3 ราย จากประมาณ 25 ราย ที่เป็นชาวบ้านใน ต.ตกพรม ซึ่งเมื่อสอบถามถึงความเชื่อมโยงในอดีต ทราบว่าทั้งหมดมีความเกี่ยวข้องกับบริษัทเอกชนที่ปลูกมะม่วงหิมพานต์ จึงคาดว่ารายชื่อผู้ครอบครองที่อยู่ในแปลงที่ดิน 688 ไร่อาจถูกสวมสิทธิ โดยเอกชนรายหนึ่ง