แรงงานเมียนมา เปลี่ยนเส้นทางหนีเข้าไทย สุดท้ายโดนรวบกลางป่า อ.ไทรโยค เผยจ่ายค่านายหน้าหัวละ 3 หมื่น
จากกรณีรัฐบาล โดย นางสาวแพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี มีนโยบายให้พื้นที่จังหวัดที่มีแนวชายแดนติดกับประเทศเพื่อนบ้านด้วยการให้ทุกหน่วยงานบูรณาการร่วมกันเฝ้าระวังป้องกันและปราบปรามขบวนการลักลอบเข้ามาในราชอาณาจักรไทยโดยผิดกฎหมายอย่างเคร่งครัด ซึ่งจังหวัดกาญจนบุรีเป็น 1 ในจังหวัดที่มีชายแดนติดกับประเทศเมียนมา ระยะทาง 371 กิโลเมตร มีช่องทางเข้าออกทางธรรมชาติ 43 ช่องทาง
ที่ผ่านมาเจ้าหน้าที่สามารถจับกุมแรงงานต่างด้าวหลบหนีเข้าเมืองโดยผิดกฎหมายได้หลายคดี ผู้ต้องหาหลายร้อยคน จะพบว่าแรงงานชาวเมียนมาส่วนใหญ่เป็นหนุ่มสาวอยู่ในวัยที่ต้องไปเป็นทหารรับใช้รัฐบาลทหารเมียนมา ตามที่รัฐบาลทหารเมียนมาได้ประกาศกฎเกณฑ์บังคับเอาไว้ ทำให้แรงงานทะลักเข้ามาตามชายแดนจังหวัดกาญจนบุรีอย่างต่อเนื่อง และถูกเจ้าหน้าที่ไล่จับกุมตัวได้ในทุกวัน โดยเฉพาะในพื้นที่ อ.สังขละบุรี และ อ.ทองผาภูมิ กลุ่มแรงงานที่ถูกจับต่างใช้ช่องทางธรรมชาติฝั่ง อ.พญาตองซู ประเทศเมียนมา ที่มีชายแดนติดกับบ้านพระเจดีย์สามองค์ หมู่ 9 ต.หนองลู อ.สังขละบุรี

สำหรับชายแดนด้าน อ.ไทรโยค อ.เมืองกาญจนบุรี และ อ.ด่านมะขามเตี้ย มีเทือกเขาตะนาวศรีขวางกั้นเอาไว้ ทำให้แรงงานหลบหนีข้ามชายแดนเข้ามานั้นน้อยมาก เนื่องจากเป็นพื้นที่ภูเขาสูงชัน และสลับซับซ้อน จึงยากต่อการเดินเข้ามา
ล่าสุดเมื่อเวลาประมาณ 19.35 น. วันที่ 6 มีนาคม ผู้บังคับบัญชาข้างต้นได้รับแจ้งจากสายข่าวว่า จะมีแรงงานต่างด้าวชาวเมียนมาเป็นจำนวนมาก เปลี่ยนเส้นทางเดินข้ามชายแดนเข้ามาในราชอาณาจักรไทยด้วยการใช้ช่องทางธรรมชาติด้านบ้านท้ายเหมือง หมู่ 3 ต.บ้องตี้ อ.ไทรโยค ที่เป็นป่าและเทือกเขาตะนาวศรีขวางกั้นชายแดนระหว่างประเทศเอาไว้
นายอธิสรรค์ อินทร์ตรา ผู้ว่าราชการจังหวัดกาญจนบุรี นายเนรมิต เหลืองอร่ามฟ้า นายอำเภอไทรโยค จึงสั่งการให้นายโชคชัย อู่โภคิน หัวหน้าฝ่ายความมั่นคงอำเภอไทรโยค สมาชิกกองร้อยอาสารักษาดินแดนอำเภอไทรโยคที่ 7 ร่วมกับ พ.ต.ท.กฤตญุตม์ นุ่นชูคัน รอง ผกก.สส.สภ.ไทรโยค เจ้าหน้าที่ทหารหน่วยเฉพาะกิจลาดหญ้า กกล.สุรสีห์ เจ้าหน้าที่ร้อย ตชด.ที่ 136 กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน และเจ้าหน้าที่ ชรบ.หมู่ 3 ต.บ้องตี้ นำกำลังออกเดินทางไปตรวจสอบตามจุดที่ได้รับแจ้ง

จนกระทั่งพบกลุ่มแรงงานพร้อมกระเป๋าสัมภาระหลบซ่อนตัวอยู่ในชายป่าเชิงเขาท่ามกลางความมืด เจ้าหน้าที่จึงแสดงตัวพร้อมส่งสัญญาณเข้าจับกุม สามารถจับกุมตัวได้ทั้งหมด จำนวน 32 คน เป็นชาย 25 คน หญิง 7 คน เบื้องต้นแรงงานทั้งหมดไม่มีเอกสารการอนุญาตให้เข้ามาในราชอาณาจักรไทยมาแสดงต่อเจ้าหน้าที่ แต่เนื่องจากมืดมากแล้ว เจ้าหน้าที่จึงใช้รถบรรทุกลำเลียงแรงงานทั้งหมดมาสอบปากคำที่ สภ.ไทรโยค
จากการสอบถามผ่านล่ามทราบว่า แรงงานทั้งหมดมาจากหลายเมืองของประเทศเมียนมา เช่น เมืองย่างกุ้ง มะกวย ทวาย ยะไข่ พะโค และมันฑะเลย์ โดยทุกคนต้องการเดินทางไปทำงานในพื้นที่จังหวัดชั้นในของไทย เมื่อถึงที่ทำงานจะต้องจ่ายค่าหัวให้กับนายหน้าที่เป็นคนชาติเดียวกันมากถึงคนละ 30,000 บาท แต่ก็มาถูกจับกุมตัวได้เสียก่อน
หลังผู้ต้องหาให้การยอมรับสารภาพ เจ้าหน้าที่จึงนำตัวส่งพนักงานสอบสวน สภ.ไทรโยค ดำเนินคดีตาม พ.ร.บ.คนเข้าเมือง ในข้อกล่าวหา เป็นบุคคลต่างด้าวหลบหนีเข้าราชอาณาจักรไทยโดยไม่ได้รับอนุญาต สำหรับแรงงานที่ถูกจับกุมตัวได้ทั้ง 32 ราย มีอายุเฉลี่ยอยู่ที่ 19-31 ปี ซึ่งอยู่ในเกณฑ์ต้องไปเป็นทหารทั้งหมด

