เปิดอาการ ผู้บาดเจ็บ 9 ราย เหตุบึ้มสุไหงโก-ลก อาการสาหัส อยู่ห้องไอซียู อีก 2 ราย พบเหยื่ออายุต่ำสุด 18 ปี
เมื่อวันที่ 9 มีนาคม ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 8 มีนาคม เกิดเหตุคนร้ายลอบยิงและวางระเบิดบริเวณหน้าที่ว่าการอำเภอสุไหงโก-ลก จ.นราธิวาส รวม 4 จุด เป็นเหตุให้ อส.เสียชีวิต 2 นาย บาดเจ็บ 8 นาย และมีประชาชนบาดเจ็บอีก 4 คน ทั้งยังมีการวางวัตถุต้องสงสัยหลายจุด ในพื้นที่เขตเทศบาลเมืองสุไหงโก-ลก
ล่าสุด ที่โรงพยาบาลสุไหงโก-ลก อ.สุไหงโก-ลก จ.นราธิวาส ว่าที่ร้อยตรี ตระกูล โทธรรม ผู้ว่าราชการจังหวัดนราธิวาส ลงพื้นที่เยี่ยมให้กำลังใจผู้ได้รับบาดเจ็บจากเหตุระเบิดในพื้นที่อำเภอสุไหงโก-ลก และ อำเภอสุไหงปาดี พร้อมสั่งการอำเภอเปิดจุดรับเรื่องช่วยเหลือเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบเป็นการด่วน
โดยจุดที่ 1 เกิดบริเวณที่ว่าการอำเภอสุไหงโก-ลก แรงระเบิดทำให้อาคารหอประชุม อำเภอสุไหงโก-ลก อาคารที่ว่าการอำเภอสุไหงโก-ลก รถบรรทุก 6 ล้อของทางราชการ และรถยนต์ส่วนราชการ ได้รับความเสียหาย
จุดที่ 2 ได้เกิดเหตุระเบิดบริเวณแยกวรการ เลียบรางรถไฟ ไม่มีผู้ใดได้รับบาดเจ็บ
จุดที่ 3 ได้เกิดเหตุระเบิดบริเวณหน้าห้างบิ๊กซี สาขาสุไหงโก-ลก ไม่มีผู้ใดได้รับบาดเจ็บ
จุดที่ 4 ได้เกิดเหตุระเบิดบริเวณเกาะกลางถนนเลียบรางรถไฟ หลังสนามกีฬามหาราช ไม่มีผู้ใดได้รับบาดเจ็บ
ส่วนในเวลาประมาณ 20.00 น. เกิดเหตุระเบิดเสาไฟฟ้าบริเวณหัวสะพานบ้านไอร์กูบู หมู่ 1 ตำบลสุไหงปาดี อำเภอสุไหงปาดี เบื้องต้นไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บ


ขณะเดียวกัน ผู้ว่าราชการจังหวัดนราธิวาส เข้าเยี่ยมผู้รับบาดเจ็บ ซึ่งพักรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลสุไหงโก-ลก จ.นราธิวาส จำนวน 9 ราย ประกอบด้วย
1.นายสงกรานต์ อายุ 19 ปี โดนสะเก็ดระเบิดที่ขาขวา มีอาการหน้ามืด ปวดศีรษะ
นายมัสลัน อายุ 32 ปี โดนสะเก็ดระเบิดที่ใบหน้า คอ แขน ขาช้าย แผลไหม้ระดับ 2
3.นางรัชนีวรรณ อายุ 47 ปี โดนสะเก็ดระเบิดที่แขนขวา
4.นายจิรภัทร อายุ 18 ปี โดนสะเก็ดระเบิดที่แขนขาซ้าย

5.นายแวซูลกีฟลี อายุ 34 ปี มีแผลฉีกขาดและมีแผลไหม้ที่มือขวา
6.นายมะดารี อายุ 38 ปี มีอาการแน่นหน้าอก มือซ้ายมีแผลฉีกขาด
7.นายณรงค์ชัย อายุ 52 ปี โดนสะเก็ดระเบิดข้อศอกขวาบวมผิด
และมีผู้บาดเจ็บ 2 ราย ยังคงอยู่ในห้องไอซียู คือ นายธวัชชัย อายุ 42 ปี มีแผลไหม้ที่ใบหน้า ท้องได้รับการกระแทกจากแรงระเบิด และนายอพิชัย อายุ 44 ปี มีแผลไหม้ระดับ 2 ที่ใบหน้า แขนและขา 2 ข้าง

ทั้ง 2 ราย อยู่ในการดูแลของแพทย์โรงพยาบาลสุไหงโก-ลกอย่างใกล้ชิด ด้านผู้ว่าฯมอบกระเช้าและเงินแก่ครอบครัวผู้บาดเจ็บ รายละ 2,000 บาท ส่วนผู้ที่ได้รับบาดเจ็บสาหัสอยู่ในห้องไอซียูรายละ 3,000 บาท
ผู้ว่าฯกล่าวแสดงความเสียใจกับครอบครัว อส.ที่เสียชีวิต และผู้บาดเจ็บว่า เมื่อคืนได้สั่งการให้นายอำเภอที่เกิดเหตุประสานหน่วยกำลัง 3 ฝ่าย (ปกครอง ตำรวจ ทหาร) ปิดล้อมพื้นที่เพื่อเข้าทำการตรวจสอบพื้นที่เกิดเหตุด้วยความระมัดระวัง รวมทั้งเน้นย้ำนายอำเภอทุกอำเภอ กำชับกำลังพล ตื่นตัวเฝ้าระวังพื้นที่ หน่วย/ฐานปฏิบัติการ ให้ปฏิบัติด้วยความไม่ประมาท และเตรียมพร้อมรับสถานการณ์อยู่เสมอ


กำชับกำลังพลตื่นตัวเฝ้าระวังพื้นที่ และให้ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความระมัดระวัง โดยเฉพาะสถานที่ราชการ จุดเสี่ยง จุดล่อแหลม พร้อมขอความร่วมมือ ประชาชนเฝ้าระวัง เป็นหูเป็นตา แจ้งเบาะแส บุคคล วัตถุต้องสงสัย สิ่งผิดปกติ
หากพบให้รีบแจ้งเจ้าหน้าที่โดยทันที และหากมีเหตุเกิดขึ้นให้หลีกเลี่ยงบริเวณที่เกิดเหตุ จนกว่าเจ้าหน้าที่จะเข้าไปตรวจสอบและเคลียร์พื้นที่เรียบร้อยเพื่อความปลอดภัย
นอกจากนี้ เช้านี้ให้ทางอำเภอจัดเจ้าหน้าที่ตั้งจุดรับลงทะเบียน ให้ความช่วยเหลือผู้ที่ได้รับผลกระทบทั้งกรณีบาดเจ็บ และทรัพย์สินเสียหาย ณ หน้าที่ว่าการอำเภอสุไหงโก-ลก ตั้งแต่เวลา 09.00 น.เป็นต้นไป เพื่อรับเรื่องให้ความช่วยเหลืออย่างเร่งด่วน


