หน้าแรก ภูมิภาค สาวเครียดปีนเ...

สาวเครียดปีนเสาในศาลากลางจ.สระบุรี ร้องถูกระบบราชการกดดัน ผู้บังคับบัญชากลั่นแกล้ง

14.03.25 | 18:05 น.

สาวเครียดปีนเสาในศาลากลางจ.สระบุรี ร้องถูกระบบราชการกดดัน ผู้บังคับบัญชากลั่นแกล้ง

เมื่อวันที่ 14 มีนาคม ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในวันที่ 13 มีนาคมที่ผ่านมา ที่บริเวณศาลากลางจังหวัดสระบุรี เกิดเหตุระทึกหลังจากเจ้าหน้าที่ตำรวจและกู้ภัยรับแจ้งเหตุมี เจ้าหน้าที่หญิง ปีนเสาอยู่ภายในศาลากลางจังหวัดสระบุรี เจ้าหน้าที่กู้ภัยสว่างสระบุรีและเจ้าหน้าที่ตำรวจจากสถานีตำรวจภูธรเมืองสระบุรี นำโดย พ.ต.อ.สุริยะ สุดกังวาน ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรเมืองสระบุรี ได้เร่งรุดมาถึงที่เกิดเหตุโดยด่วน ทีมกู้ภัยและเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ประสานงานกันเพื่อให้สถานการณ์กลับสู่ความสงบโดยเร็ว โดยเจ้าหน้าที่กู้ภัยได้ใช้เวลาพยายามเกลี้ยกล่อมและให้กำลังใจหญิงสาวที่ปีนเสาอยู่ในขณะนั้น ซึ่งสูงถึง 50 เมตร

เจ้าหน้าที่กู้ภัยทำการเจรจากับหญิงสาวที่อยู่บนเสาอย่างระมัดระวัง เนื่องจากทราบว่าเธอกำลังอยู่ในภาวะเครียดและต้องการความช่วยเหลือ เพื่อเรียกร้องความเป็นธรรมจากการถูกกดดันจากผู้บริหารเทศบาลตำบลแห่งหนึ่ง โดยมีเจ้าหน้าที่กู้ภัยคนหนึ่งขึ้นไปด้านบน พูดคุยผ่านวิทยุสื่อสาร

โดยใจความสำคัญตอนหนึ่ง นางสาวนิภา ได้ถามว่ามีผู้สื่อข่าวมาไหม และหากว่ารับปากจะมีการนำเสนอ เธอจึงจะยอมลง เจ้าหน้าที่จึงแจ้งว่าผู้สื่อข่าวรับปาก หญิงสาวจึงยอมลงจากเสาและมาที่ห้องประชุมภายในศาลากลางจังหวัดสระบุรี

Advertisement

ภายในห้องประชุมได้มีการพูดคุยกับ นายยุทธนา โพธิวิหค ปลัดจังหวัดสระบุรี และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องเพื่อรับฟังข้อเรียกร้องและเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ในระหว่างการประชุม นางสาวเนตรนภา นักวิชาการพัสดุ ได้เปิดเผยถึงเหตุผลที่ทำให้เธอตัดสินใจปีนเสานั้น เป็นเพราะความเครียดและการถูกกลั่นแกล้งจากผู้บริหารเทศบาล โดยเธอได้ยืนยันว่า ได้พยายามร้องเรียนไปหลายหน่วยงานแล้ว แต่ยังไม่ได้รับการตอบสนองที่เป็นธรรม

เมื่อสอบถามถึงสาเหตุที่ทำให้เธอตัดสินใจกระทำเช่นนี้ นางสาวเนตรนภากล่าวว่า ตนเองถูกผู้บริหารระดับสูงของเทศบาลกดดันและกลั่นแกล้งมาโดยตลอด ทั้งในเรื่องการปฏิบัติงานและการดำรงตำแหน่ง เธอเล่าว่าถูกจำกัดอำนาจ ไม่ได้รับมอบหมายงานที่ควรทำ ถูกบีบบังคับให้ทำงานที่ขัดต่อระเบียบ และเมื่อพยายามตรวจสอบโครงการต่างๆ กลับถูกข่มขู่และกีดกัน

เธอยกตัวอย่างกรณีห้องน้ำหมู่ 6 ที่ผู้รับเหมามอบงานให้โดยมีเพียงโครงหลังคากับผนังข้างๆ ไม่มีอุปกรณ์อื่นๆ ตามที่ควรจะเป็น แต่เมื่อเรื่องนี้ถูกนำไปสอบถามในสภาเทศบาล คำตอบที่ได้รับกลับเป็นว่า “ผู้รับเหมาให้มาเท่าไหร่ก็เท่านั้น” นอกจากนี้ ยังมีกรณีโครงการติดตั้งเสียงไร้สายที่มีระยะเวลาดำเนินการ 90 วัน ซึ่งเธอมองว่าอาจเป็นการเอื้อประโยชน์ให้ผู้รับเหมา แต่เมื่อเธอไม่ยอมลงชื่ออนุมัติในกลุ่มไลน์เทศบาล ก็ถูกตำหนิและถูกกดดันอย่างหนัก

นางสาวเนตรนภากล่าวว่า ได้เคยร้องเรียนไปยังหน่วยงานต่างๆ ทั้งสำนักงาน ป.ป.ช.สนามบินน้ำ ป.ป.ช.จังหวัดสระบุรี สำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) และศูนย์ดำรงธรรม แต่เรื่องกลับเงียบหายโดยไม่มีความคืบหน้า นอกจากนี้ เธอยังเป็นพยานในคดีที่นายกเทศมนตรีถูกกล่าวหาว่าเรียกรับเงินจากผู้รับจ้าง ซึ่งขณะนี้คดียังอยู่ในชั้นอัยการ แต่นายกคนดังกล่าวยังคงดำรงตำแหน่งตามปกติ

ความกดดันที่สะสมมายาวนานทำให้เธอไม่สามารถอดทนต่อไปได้ และต้องการให้สังคมรับรู้ถึงสิ่งที่เกิดขึ้น จึงตัดสินใจปีนเสาเพื่อเรียกร้องความสนใจจากสื่อมวลชนและประชาชน

ด้านนางนงเยาว์ สมาชิกสภาเทศบาลตำบลแห่งหนึ่ง เปิดเผยว่า ปัญหาดังกล่าวเกิดขึ้นมานานกว่า 2 ปี โดยมีความขัดแย้งภายในเทศบาลมาโดยตลอด โดยเฉพาะระหว่างเจ้าหน้าที่พัสดุกับผู้บริหารระดับสูง ซึ่งสาเหตุหลักมาจากการที่นางสาวเนตรนภาเป็นพยานในคดีของผู้บริหารเทศบาล ทำให้เธอถูกกดดันและกลั่นแกล้งมาตลอด

“เรื่องนี้มันเกิดขึ้นมา 2 ปีแล้ว ตั้งแต่ที่เขามีปัญหากับรองปลัด และเขาเองก็มีปัญหากับระบบราชการ ซึ่งมันสะสมจนเป็นแรงกดดันเขามาตลอด เขาคิดว่าไม่ไหวแล้วเลยต้องมาปีนเสาเพื่อให้สื่อมวลชนและสังคมรู้ว่าเขากำลังตกอยู่ในสภาวะที่ยากลำบาก เขาเคยบอกว่าถ้าหากเรื่องมันไม่ดีขึ้น เขาจะทำอะไรที่พิเศษ เพื่อเรียกร้องความเป็นธรรม” นางนงเยาว์กล่าว

นางนงเยาว์กล่าวต่อว่า เขามีปัญหากับการทำงานในเทศบาลมายาวนาน เขาไม่ได้ทำงานพัสดุอย่างที่ควรจะเป็น และเมื่อเจอกับการคุกคามจากผู้บริหารระดับสูงเขาก็ต้องทนอยู่ในสถานการณ์นี้ ทำงานไม่ได้ตามที่เขาควรจะทำ เขาก็บอกเองว่าเขารู้สึกไม่มีที่ยืนในที่ทำงานแล้ว และคิดว่าจะไปขอความช่วยเหลือจากหน่วยงานต่างๆ หลายครั้ง แต่เรื่องกลับเงียบหายไป เขามองว่าไม่มีทางออกแล้ว เขาจึงตัดสินใจที่จะใช้วิธีการที่รุนแรงในการเรียกร้องความสนใจจากสังคม

ภายในห้องประชุมศาลากลางจังหวัดสระบุรี ได้มีการร่วมพูดคุยกับนายยุทธนา โพธิวิหค ปลัดจังหวัดสระบุรี และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง ซึ่งในระหว่างการพูดคุยเธอได้อธิบายถึงเหตุผลที่ตัดสินใจกระทำเช่นนี้ พร้อมทั้งได้เปิดเผยข้อเท็จจริงเกี่ยวกับการถูกกลั่นแกล้งและกดดันจากผู้บริหารเทศบาล ซึ่งสะสมมานานหลายเดือนจนถึงขั้นที่เธอไม่สามารถทนได้อีกต่อไป

นายยุทธนา โพธิวิหค ปลัดจังหวัดสระบุรี ได้กล่าวในที่ประชุมว่า ทางจังหวัดจะพิจารณาเรื่องนี้อย่างละเอียดและจะมีการสอบสวนหาข้อเท็จจริงจากทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง เพื่อหาทางออกที่เป็นธรรม และจะไม่ปล่อยให้ปัญหานี้ถูกละเลยอีกต่อไป การตรวจสอบข้อร้องเรียนของนางสาวเนตรนภาจะได้รับการดำเนินการอย่างเร่งด่วน และจะมีการประชุมร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในวันพรุ่งนี้ เพื่อหารือถึงแนวทางการแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้น ทั้งนี้ ผู้ที่เกี่ยวข้องในเหตุการณ์นี้ก็ได้ยืนยันว่าจะไม่ปล่อยให้ความไม่เป็นธรรมที่เกิดขึ้นกับนางสาวเนตรนภาหายไปโดยไม่ได้รับการแก้ไขอย่างแน่นอน

โดยในวันนี้ (14 มีนาคม) จะมีการประชุมเพื่อแก้ไขปัญหาที่เทศบาลตำบลตลาดน้อย และสอบสวนหาข้อเท็จจริงเพื่อความเป็นธรรมของทั้งสองฝ่ายต่อไป