หน้าแรก ภูมิภาค ดราม่า สหกรณ์...

ดราม่า สหกรณ์ครูโคราช จบด้วยคำขอโทษ ต่อหน้าที่ประชุม หลังศาลสั่งไกล่เกลี่ย คดีหมิ่นประมาท

16.03.25 | 15:04 น.

ดราม่า สหกรณ์ครูโคราช จบด้วยคำขอโทษ ต่อหน้าที่ประชุม หลังศาลสั่งไกล่เกลี่ย คดีหมิ่นประมาท


นครราชสีมา – เมื่อวันที่ 16 มีนาคม สหกรณ์ออมทรัพย์ครูนครราชสีมา จำกัด ได้จัดการประชุมใหญ่วิสามัญ ครั้งที่ 1 ณ ห้องประชุมของสหกรณ์ ถนน 304 ต.โพธิ์กลาง อ.เมือง จ.นครราชสีมา โดยมีนายสมศักดิ์ จักสาร ประธานสหกรณ์ฯ เป็นประธานในที่ประชุม พร้อมด้วยคณะกรรมการบริหารและสมาชิกกว่า 500 คน เข้าร่วม

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ประเด็นสำคัญในการประชุมครั้งนี้ คือการที่นายธีรวิทย์ เดือนกลาง พร้อมด้วยนายเสน่ห์ สุขนาคินทร์, นายสมจิต ณ สูงเนิน และนายสัมมนา ฉัตรบูรณจรัส ออกมากล่าวคำขอโทษต่อหน้าที่ประชุมตามคำสั่งศาลจังหวัดนครราชสีมา หลังจากตกเป็นจำเลยในคดีหมิ่นประมาทคณะกรรมการสหกรณ์ฯ

ทั้งนี้ หากย้อนกลับไปเมื่อวันที่ 13 มีนาคม 2565 นายธีรวิทย์และกลุ่มผู้ประท้วงได้รวมตัวหน้าสำนักงานสหกรณ์ฯ พร้อมถือป้ายและโฆษณาด้วยข้อความรุนแรง กล่าวหาว่ามีการทุจริตสมรู้ร่วมคิดกับบริษัทประกันเถื่อน และรับผลประโยชน์ถึง 55 ล้านบาท ข้อความดังกล่าวถูกเผยแพร่ผ่านสื่อโทรทัศน์และสื่อสิ่งพิมพ์หลายสำนัก ส่งผลให้คณะกรรมการทั้ง 15 คน เสียชื่อเสียงอย่างหนักและถูกสังคมประณาม

Advertisement

ต่อมา นายสมศักดิ์ จักสาร ในฐานะผู้รับมอบอำนาจ ได้นำเรื่องแจ้งความที่ สภ.โพธิ์กลาง ก่อนที่อัยการจะยื่นฟ้องต่อศาลจังหวัดนครราชสีมา คดีนี้มีการไต่สวนเมื่อวันที่ 28 มกราคม 2568 และเข้าสู่กระบวนการไกล่เกลี่ยจนทั้งสองฝ่ายตกลงกันได้

ศาลจึงมีคำสั่งให้จำเลยทั้งสี่ปฏิบัติตามเงื่อนไข 2 ข้อ คือ 1) เผยแพร่คำขอโทษบนเว็บไซต์ของสหกรณ์ฯ และ 2) กล่าวคำขอโทษต่อหน้าที่ประชุมใหญ่วิสามัญ

นายธีรวิทย์กล่าวต่อหน้าที่ประชุมใหญ่วิสามัญฯว่า วันนี้ตนและพวกอีก 3 คน ที่เป็นจำเลย ได้เดินทางมาเพื่อแสดงความขอโทษต่อหน้าที่ประชุม ตามคำสั่งศาล เนื่องจากคดีนี้เป็นคดีอาญา อัยการจังหวัดเป็นโจทก์ฟ้อง ส่วนกรรมการสหกรณ์ฯ เป็นผู้เสียหายที่ได้ไปแจ้งความไว้ที่ สภ.โพธิ์กลาง

โดยมีการสืบสวน ไต่สวน จนกระทั่งถึงกระบวนการฟ้องร้องต่อศาลจังหวัดนครราชสีมา ซึ่งศาลได้นัดพิจารณาคดีเมื่อวันที่ 28 ม.ค.68 ต่อมาศาลได้นัดไกล่เกลี่ยกันอีกครั้ง จนผู้เสียหาย โจทก์ และจำเลย ตกลงไกล่เกลี่ยร่วมกันได้ ศาลจังหวัดนครราชสีมาจึงมีคำสั่งให้จำเลยกระทำการ 2 อย่าง ได้แก่ 1.ให้นำข้อความขอโทษไปโฆษณาในเว็บไซต์ของสหกรณ์ออมทรัพย์ครูนครราชสีมา จำกัด และ 2.ให้นำข้อความเดียวกันนี้มากล่าวต่อหน้าที่ประชุมใหญ่วิสามัญ สหกรณ์ออมทรัพย์ครูนครราชสีมา จำกัด

โดยมีข้อความว่า “ตามที่ข้าพเจ้า นายธีรวิทย์ เดือนกลาง, นายเสน่ห์ สุขนาคินทร์, นายสมจิต ณ สูงเนิน และนายสัมมนา ฉัตรบูรณจรัส ทั้งสี่นั้นได้โฆษณาเมื่อวันที่ 13 มี.ค.65 ที่หน้าสหกรณ์ออมทรัพย์ครูนครราชสีมา จำกัด ว่าคณะกรรมการดำเนินการสหกรณ์ออมทรัพย์ครูนครราชสีมา จำกัด มีมติกลับกลอก หลอกลวง ขูดเลือด ขูดเนื้อ หากินกับสมาชิกสหกรณ์ออมทรัพย์ครูนครราชสีมา

กระทำการสมรู้ร่วมคิดกับบริษัทประกัน และกระทำการทุจริตในการจัดให้สมาชิกทำประกันชีวิตกับบริษัทประกันเถื่อน โดยได้รับประโยชน์เป็นเงินจำนวน 55 ล้านบาทนั้น เป็นเพราะข้าพเจ้าทั้งสี่เข้าใจผิด บัดนี้ข้าพเจ้าทั้งสี่เข้าใจดีแล้วว่า คณะกรรมการดำเนินการสหกรณ์ออมทรัพย์ครูนครราชสีมา จำกัด มิได้มีความประพฤติเช่นนั้น ข้าพเจ้าทั้งสี่จึงขออภัยมา ณ ที่นี้ และข้าพเจ้าทั้งสี่จะไม่กระทำการในลักษณะทำนองนี้อีกต่อไป หรือบุคคลใดได้รับความเสียหายและไม่พอใจ ข้าพเจ้าทั้งสี่ขออภัยมา ณ ที่นี้ด้วย”