หน้าแรก ภูมิภาค เปิดศึกนัว 8 ...

เปิดศึกนัว 8 โครงการ 7 ชั่วโคตรกาฬสินธุ์ ยื่นหนังสือปธ.วันนอร์ สอบกมธ.ป.ป.ช. กลั่นแกล้ง

19.03.25 | 16:23 น.

‘กลุ่มธรรมาภิบาล’ ยื่น ‘วันนอร์’ สอบจริยธรรม ‘ฉลาด-กมธ.ป.ป.ช.’ ฐานสร้างความเสียหายทำประชาชนเข้าใจผิดเอกชนละทิ้งงานก่อสร้างโครงการ 7 ชั่วโคตรกาฬสินธุ์ ทั้งที่ไม่มีการเรียกชี้แจง พร้อมแจ้งความดำเนินคดีข้อหาหมิ่นประมาท ด้านชาวบ้านดับเครื่องชนอย่าให้อิทธิพลเหนือกฎหมาย ย้ำอย่าปิดแผ่นฟ้าด้วยฝ่ามือ ขอยืนข้าง ‘ฉลาด’


จากกรณีปัญหาโครงการก่อสร้างท่อระบายน้ำและโครงการเขื่อนป้องกันตลิ่งริมแม่น้ำชีและลำน้ำพาน จำนวน 8 โครงการ งบประมาณ 545 ล้านบาท ของกรมโยธาธิการและผังเมือง กระทรวงมหาดไทย ในรูปแบบอนุมัติทีละโครงการตั้งแต่ปี 2562 จนถึงปัจจุบัน ปรากฏผู้รับจ้างก่อสร้างไม่เสร็จสักโครงการ ต่อมาถูกกรมบัญชีกลาง กระทรวงการคลัง ขึ้นแบล็กลิสต์กลายเป็นมหากาพย์ความเดือดร้อนให้กับประชาชน ทั้งนี้ พื้นที่ก่อสร้างครอบคลุมพื้นที่ 3 อำเภอ ประกอบด้วย อ.เมืองกาฬสินธุ์ อ.กมลาไสย และ อ.ฆ้องชัย จ.กาฬสินธุ์ ซึ่ง สตง.-กมธ.ป.ป.ช. กำลังตรวจสอบตามอำนาจหน้าที่ เพื่อป้องกันการทุจริต ตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้น

เมื่อเวลา 10.30 น.วันที่ 19 มีนาคม ที่รัฐสภา นายวิวัฒน์ สมบัติหลาย ประธานกลุ่มธรรมาภิบาล ยื่นหนังสือต่อ นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภา โดยมี นายอรรถพร จันทร์สุวรรณ ผู้บังคับบัญชากลุ่มงานกิจการคณะกรรมาการจริยธรรมสภาผู้แทนราษฎรและศาลรัฐธรรมนูญ เป็นผู้รับเรื่องแทน เพื่อขอให้ตรวจสอบการทำหน้าที่ของ นายฉลาด ขามช่วง ส.ส.ร้อยเอ็ด พรรคเพื่อไทย ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการป้องกันและปราบปรามการทุจริตประพฤติมิชอบสภาผู้แทนราษฎร พร้อมด้วยกรรมาธิการและที่ปรึกษาอาจผิดต่อประมวลจริยธรรมของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและกรรมาธิการหรือไม่

Advertisement

นายวิวัฒน์กล่าวว่า ทางกลุ่มได้รับเรื่องร้องขอความเป็นธรรมจากผู้ประกอบการจังหวัดกาฬสินธุ์ว่าไม่ได้รับความเป็นธรรมจากกรณีที่ คณะกรรมาธิการฯลงไปตรวจสอบว่ามีการทิ้งงานและมีการทุจริตจนทำให้ประชาชนทั่วไปเข้าใจว่าผู้ประกอบการเป็นผู้กระทำการทุจริต ซึ่งกรณีดังกล่าวทางกลุ่มธรรมาภิบาลได้ลงไปตรวจสอบข้อมูลเบื้องต้น พบว่าในการทำหน้าที่ของนายฉลาดและกรรมาธิการและที่ปรึกษาบางคนได้พยายามนำเรื่องร้องเรียนดังกล่าวเข้าสู่วาระการประชุมเป็นประจำ ในทำนองจะให้เป็นผลงานของกรรมาธิการ แต่ปรากฏมีการสรุปเบื้องต้นว่ามีการกระทำทุจริตโดยอ้างว่าได้ส่งเรื่องไปให้คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) สำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (ป.ป.ท.) และกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ)

ตรงนี้กลุ่มผู้ร้องเรียนคิดว่าทำให้เขาได้รับความเสียหายและทำให้ประชาชนเข้าใจว่าเป็นผู้กระทำผิดเสียเอง เพราะปรากฏว่ากรรมาธิการที่ดำเนินการสอบเรื่องนี้ตลอดระยะเวลาทั้งปีจนถึงปัจจุบันไม่เคยมีการเรียกหรือเชิญเอกชนที่เป็นผู้รับเหมาในโครงการที่จังหวัดกาฬสินธุ์ ที่เรียกว่าโครงการ 7 ชั่วโครตมาชี้แจงเลย แต่กลับสรุปว่าเขาเป็นผู้กระทำผิดถือว่าไม่เป็นธรรม จึงเห็นว่าการกระทำของนายฉลาดและกรรมาธิการขัดต่อจริยธรรมหรือไม่” นายวิวัฒน์กล่าว

นายวิวัฒน์กล่าวต่อว่า การทำหน้าที่ของกรรมาธิการเกี่ยวกับโครงการ7 ชั่วโคตรดังกล่าว มีงบประมาณ 545 ล้านบาท 8 โครงการ แต่ปรากฏว่าสำนักข่าวหนึ่งได้รายงานข่าวตลอดแม้กระทั่งในการประชุมกรรมาธิการ ก็มีการรายงาน ซึ่งทางเอกชนมองว่าเป็นกรณีที่น่าจะเป็นการนำเสนอข่าวที่ไม่ใช่มติที่ประชุม อาจเข้าข่ายจริยธรรมด้วยเช่นกัน และทางเอกชนที่เสียหายได้ไปแจ้งความเพื่อดำเนินคดีกับนายฉลาดและพวกแล้ว เมื่อวันที่ 7 มี.ค.ที่ผ่านมา ฐานความผิดหมิ่นประมาท เนื่องจากนายฉลาดให้สัมภาษณ์ขณะลงพื้นที่ในทำนองว่าผู้รับเหมาละทิ้งงานแล้วเบิกเงิน 15% ไปแล้ว หากพวกตนไม่มาเฝ้าดูก็คงเบิกเงินไปหมดแล้ว ซึ่งตรงนี้ทางเอกชนมองว่า เป็นการใส่ความทำให้ต้องไปแจ้งความดำเนินคดี และมาร้องเรียนดังกล่าวต่อประธานสภา

ล่าสุด นายดวง ฉายอำไพ อายุ 62 ปี ชาวบ้านวังยูง ต.ลำพาน อ.เมือง จ.กาฬสินธุ์ ได้ออกมาเปิดเผยว่า ตนเป็นตัวแทนชาวตำบลลำพานที่ได้ออกมาร้องเรียนให้กรมโยธาธิการและผังเมือง ผู้ว่าฯกาฬสินธุ์ รวมถึงผู้รับจ้างได้เข้ามาก่อสร้างเขื่อนป้องกันตลิ่งริมลำน้ำพานแห่งนี้แล้วหลายครั้ง แต่ไม่เคยมีครั้งไหนที่จะมีผู้บริหารจังหวัด เข้ามาสอบถามชี้แจงปัญหาให้รู้ความคืบหน้าว่าเมื่อผู้รับจ้างทิ้งงานไปแล้ว งบประมาณที่ได้มาก่อสร้างจะทำอย่างไรต่อ จะมีเพียง กมธ.ป.ป.ช. เข้ามาติดตามรับฟังปัญหาตามอำนาจหน้าที่ฝ่ายนิติบัญญัติ ที่จะต้องตรวจสอบการทำหน้าที่ของฝ่ายบริหารว่างบประมาณที่จัดส่งมานั้นมีปัญหากระทบกับประชาชนอย่างไร

ในขณะที่ส่วนราชการจังหวัดกาฬสินธุ์ในยุคนี้เหมือนเป็นยุคมิคสัญญีสำหรับชาวบ้านที่ออกมาร้องเรียน มีการข่มขู่เบียดเบียนประชาชน ไม่สนใจที่จะเข้ามาแก้ไขปัญหาความเดือดร้อน หรือช่วยเหลือสนับสนุนในการปกป้องงบประมาณแผ่นดินที่เป็นเงินภาษีของประชาชน ดังจะเห็นได้จากข่าวที่มีผู้ช่วยประชาสัมพันธ์จังหวัดกาฬสินธุ์ไปเชิญสื่อมวลชนไปทำข่าวการที่ 2 หจก.ให้ทนายไปแจ้งความคดีหมิ่นประมาทกับ ดร.ฉลาด ขามช่วง ปธ.กมธ.ป.ป.ช. ยิ่งทำให้ชาวบ้านที่ติดตามเรื่องนี้ เชื่อว่ามีความพยายามจะปิดแผ่นฟ้าด้วยฝ่ามือ และมองไปถึงพฤติกรรมของ ผช.ปชส.กาฬสินธุ์คนนี้ว่ามีพฤติกรรมเอนเอียงเป็นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบหรือไม่ เพราะเป็นสื่อของทางราชการ แทนที่จะปกป้องประชาชนลงมาติดตามทำข่าวนำเสนอปัญหาความเดือดร้อนของประชาชน

“การที่พวกตนออกมาเรียกร้องในครั้งนี้ ก็เพื่อต้องการที่จะเป็นกำลังใจให้กับ ดร.ฉลาด ขามช่วง ปธ.กมธ.ป.ป.ช. ที่พวกเราพร้อมที่จะยืนเคียงข้างให้ทำหน้าที่ตรวจสอบให้ถึงที่สุด เพราะถึงเวลาที่จะต้องปัดกวาดจังหวัดกาฬสินธุ์แล้ว ที่สำคัญก็ต้องการให้นายกรัฐมนตรี น.ส.แพทองธาร ชินวัตร ได้มีคำสั่งให้ตรวจสอบโครงการ 7 ชั่วโคตรที่ จ.กาฬสินธุ์ ทันที เพราะปัญหาสะพานถล่มที่พระราม 2 กับปัญหาก่อสร้าง 7 ชั่วโคตรนั้นมีพฤติการณ์ในลักษณะคล้ายกัน

นายดวงกล่าวต่อว่า ป้ายที่ทำขึ้นในฐานะตัวแทนคนกาฬสินธุ์ เราขอปกป้องท่านฉลาด ขามช่วง ปธ.กมธ.ป.ป.ช. คือสัญลักษณ์ที่ต้องการประกาศให้คนทั้งประเทศให้รู้ว่าเราเดือดร้อน และขอให้บุคคลที่พยายามจะด้อยค่าการทำงานของฝ่ายตรวจสอบให้หยุดพฤติกรรมนี้ เพราะการที่มีความพยายามบิดเบือนความจริงนั้น ยังถือว่าเป็นการด้อยค่าประชาชนชาวจังหวัดกาฬสินธุ์ ที่ได้รับผลกระทบจากความเดือดร้อนจากโครงการ 7 ชั่วโคตรนี้

โดยเฉพาะกลุ่มที่เรียกตัวเองว่า กลุ่มธรรมาภิบาล เครือข่ายภาคประชาชนต้านทุจริตและคอร์รัปชั่น อยากถามและตั้งข้อสังเกตว่ากลุ่มนี้เป็นกลุ่มธรรมาภิบาลจริงหรือไม่ เพราะแทนที่จะตรวจสอบว่ามีปัญหาการทุจริตจริงหรือไม่ แต่ดันไปด้อยค่าฝ่ายตรวจสอบเหมือนจะช่วยคนทำผิด ขอให้หยุดพฤติกรรมดังกล่าวแล้วลงพื้นที่เข้ามาตรวจสอบข้อเท็จจริงว่าปัญหาการทิ้งงานก่อสร้างประชาชนได้สร้างผลกระทบอย่างไร และทำไมประชาชนจะต้องมีการร้องเรียน ดังนั้น เครือข่ายต้านคอรัปชั่นฯ ควรที่จะมายืนข้างประชาชน ช่วยชาวบ้านเรียกร้องความเป็นธรรมกับพวกทิ้งงาน จะดีกว่าหรือไม่ ทั้งนี้ ชาวบ้านพร้อมที่จะให้ข้อมูลว่าปัญหาเป็นอย่างไรขอเรียกร้องให้เครือข่าย ที่ว่านี้มาทำงานให้ประชาชนดีกว่า ที่จะได้รับคำชมจากคนกาฬสินธุ์มากกว่าข้อสงสัยที่เกิดขึ้นอยู่ในขณะนี้

ด้านแหล่งข่าวแจ้งว่า การติดตามตรวจสอบปัญหาก่อสร้าง 7 ชั่วโคตร โดย สตง.ได้มีการจัดทีมชุดใหญ่ในการตรวจสอบเอกสาร การบริหารสัญญาทั้ง 8 โครงการ พบว่าในจำนวน 8 โครงการ มี 2 โครงการ ได้มีการจ้างบริษัทเอกชน คอนซัลต์เป็นที่ปรึกษาโครงการ และกำลังมีการเจาะรายละเอียดการทำงาน โดยเฉพาะในผลจากงานก่อสร้างทั้งหมด เพื่อพิสูจน์การเบิกจ่ายเงินงวดงานในแต่ละงวด ที่รวมทั้งค่าแอดวานซ์ 15% และงวดงานทั้งหมดที่มีการเบิกไปแล้วกว่า 250 ล้านบาท ว่าเป็นไปตามความเป็นจริงหรือไม่อย่างไร
ขณะที่การติดตามตรวจสอบ กมธ.ป.ป.ช. จะมีการเชิญผู้มีส่วนเกี่ยวข้องทั้งหมดมาชี้แจงยัง กมธ.ป.ป.ช.อีกครั้งก่อนสรุปสำนวนส่ง ป.ป.ช.พิจารณาตามอำนาจหน้าที่ ด้านคดีที่เกี่ยวเนื่องกับการที่ทนายความได้รับมอบอำนาจจาก ปธ.กมธ.ป.ป.ช. แจ้งความดำเนินคดีในมาตรา 157 กับผู้ช่วยประชาสัมพันธ์จังหวัดกาฬสินธุ์ ที่ สภ.เมืองกาฬสินธุ์ นั้น พนักงานสอบสวนผู้รับผิดชอบคดีจะมีการนำสอบปากคำทางคดีภายในสัปดาห์นี้