หน้าแรก ภูมิภาค เด็ดปีกขบวนกา...

เด็ดปีกขบวนการลักไก่ค่าเวนคืนที่ดินเชียงดาว รวบ 2 นายช่างทางหลวงรีดเงินชาวบ้าน 2.5 แสน

20.03.25 | 18:26 น.

3 ป.เปิดปฏิบัติการเด็ดปีกขบวนการลักไก่ค่าเวนคืนที่ดินเชียงดาว รวบนายช่างทางหลวง รีดเงินชาวบ้าน 2 แสนบาทค่าดำเนินการ หลังอ้างอัพราคาประเมินใหม่ให้สูงขึ้นได้ ด้านผู้ต้องหาปฏิเสธ อ้างได้รับเงินจากชาวบ้านโดยเสน่หา


เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 20 มีนาคม เจ้าหน้าที่กองบังคับการป้องกันปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ (บก.ปปป.) ร่วมกับ ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. นำกำลังบุกจับกุมนายปารย์ หรือปลาย อายุ 39 ปี นายช่างโยธา และนายชญานนท์ ลูกจ้างของสำนักงานทางหลวงที่ 1 (เชียงใหม่) อายุ 24 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาค 5 ที่ จ.13/2568 ลงวันที่ 17 มีนาคม 2568 ภายในสำนักงานส่วนกฎหมายและกรรมสิทธิ์ที่ดิน สำนักงานทางหลวงที่ 1 (เชียงใหม่) ถนนสุเทพ อำเภอเมืองเชียงใหม่ พร้อมตรวจค้นเอกสารหลักฐานภายในสำนักงาน รถยนต์ส่วนตัว และที่พัก

ขณะที่ พล.ต.ต.จรูญเกียรติ ปานแก้ว รอง ผบช.ตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) นายภูมิวิศาล เกษมศุข เลขาธิการคณะกรรมการ ป.ป.ท. และนายเอกชัย เกษมสุขธวัช รองเลขาธิการคณะกรรมการ ป.ป.ท นำกำลังลงพื้นที่อำเภอเชียงดาว จังหวัดเชียงใหม่ เพื่อตรวจสอบพื้นที่ และสอบปากคำผู้เสียหาย ซึ่งเป็นเจ้าของที่ดินที่ถูกเวนคืนเพื่อขยายถนน และถูกเจ้าหน้าที่ทั้ง 2 คน เรียกรับผลประโยชน์ เหตุเกิดในอำเภอเชียงดาว ต่อเนื่องตำบลช้างเผือก อำเภอเมืองเชียงใหม่ เมื่อปลายเดือนธันวาคม 2567 ถึง วันที่ 26 กุมภาพันธ์ 2568

Advertisement

คดีนี้สืบเนื่องจากผู้ร้องเป็นเจ้าของที่ดินในอำเภอเชียงดาว เป็นที่ดินกรรมสิทธิ์ นส.3 ก. เนื้อที่ 200-300 ตารางวา ได้รับการติดต่อจากเจ้าหน้าที่จากหน่วยงานทางหลวง เมื่อกลางปี 2567 ว่าจะมีการเวนคืนที่ดินเพื่อขยายถนน 4 เลน จึงได้ส่งเอกสารให้นายปารย์ดำเนินการ ต่อมาปลายพฤศจิกายน 2567 มีเจ้าหน้าที่จากหน่วยงานทางหลวง เข้าไปพบมารดาของผู้ร้อง แจ้งว่าจะได้รับเงินค่าเวนคืน 2,700,000 บาท แต่ผู้ร้องเห็นว่ามูลค่าเวนคืนต่ำเกินไป นายปารย์จึงนัดให้ผู้ร้องไปพบที่สำนักงานทางหลวงหลวงที่ 1 เมื่อต้นเดือนธันวาคม 2567 แต่ผู้ร้องไม่ไปพบตามนัด

ต่อมาประมาณต้นเดือนมกราคม 2568 นายปารย์ได้เดินทางไปหามารดาของผู้ร้องที่บ้านพัก เพื่อแจ้งราคาค่าเวนคืนที่ดินใหม่ เป็นเงินประมาณ 3,600,000 บาท โดยราคานี้มีค่าดำเนินการ จำนวน 250,000 บาท ผู้ร้องซึ่งมีความรู้ด้านกฏหมายเห็นว่าการดำเนินการของเจ้าหน้าที่รัฐไม่ถูกต้องและส่อทุจริต จึงเข้าร้องเรียนกับสำนักงาน ป.ป.ท. และ ป.ป.ช. จังหวัดเชียงใหม่ กระทั่งมีการสืบสวนสอบสวน และวางแผนบันทึกภาพและเสียงเพื่อเป็นหลักฐานในวันจ่ายเงินให้นายปารย์ เมื่อวันที่ 26 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา จากนั้นเจ้าหน้าที่ได้รวบรวมพยานหลักฐาน เพื่อขออนุมัติหมายจับจากศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาค 5 ก่อนนำกำลังจับกุม นายปารย์ และนายชญานนท์ ซึ่งให้การช่วยเหลือ และเป็นผู้รับเงินจากผู้เสียหายและบุคคลอื่นๆ เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมาย

เบื้องต้นนายปารย์ ถูกแจ้งข้อกล่าวหา “เป็นเจ้าพนักงาน เรียก รับหรือยอมจะรับทรัพย์สิน หรือประโยชน์อื่นใดสำหรับตนเองหรือผู้อื่นโดยมิชอบเพื่อกระทำการหรือไม่กระทำการอย่างใดในตำแหน่งไม่ว่าการนั้นจะชอบหรือมิชอบด้วยหน้าที่, เป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบเพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใดหรือปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริต” ส่วนนายชญานนท์ ถูกแจ้งข้อหา “สนับสนุนเจ้าพนักงาน เรียก รับหรือยอมจะรับทรัพย์สิน หรือประโยชน์อื่นใดสำหรับตนเองหรือผู้อื่นโดยมิชอบ เพื่อกระทำการหรือไม่กระทำการอย่างใดในตำแหน่ง ไม่ว่าการนั้นจะชอบหรือมิชอบด้วยหน้าที่ และสนับสนุนเจ้าพนักงาน ปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบเพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใด หรือปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริต”

ต่อมาเมื่อเวลา 15.30 น. วันเดียวกัน ที่สำนักงาน ป.ป.ช.จังหวัดเชียงใหม่ พล.ต.ต.จรูญเกียรติ ปานแก้ว รอง ผบช.กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) พ.ต.ท.สิริพงษ์ ศรีตุลา ผู้ช่วยเลขาธิการคณะกรรมการ ป.ป.ท. และ นายวิวัฒน์ เจริญฉ่ำ รองเลขาธิการคณะกรรมการ ป.ป.ช.ภาค 5 ร่วมกันแถลงข่าวผลการจับกุม โดย พล.ต.ต.จรูญเกียรติเปิดเผยว่า จากการลงพื้นที่พูดคุยกับชาวบ้านและผู้เสียหายที่ร้องมา พบว่าพฤติกรรมของผู้ต้องหาได้เข้าไปพูดคุยกับชาวบ้านที่ถูกเวนคืนที่ดิน โดยบอกราคาประเมินต่ำกว่าราคาจริง แต่สามารถอัพราคาให้สูงได้ แต่มีค่าดำเนินการร้อยละ 10 ของราคาประเมินที่ดินใหม่ หากยอมจ่ายเงินให้ก็จะดำเนินการด้านเอกสารให้ เจ้าของที่ดินมีหน้าที่เพียงเซ็นเอกสารเท่านั้น ซึ่งโครงการขยายถนนเส้นนี้มีระยะทางรวม 11 กม. มีชาวบ้านที่ต้องถูกเวนคืนที่ดินกว่า 100 ราย

จากการตรวจสอบข้อมูลพบว่า มีการจ่ายเงินค่าเวนคืนที่ดินให้ประชาชนไปเพียงร้อยละ 10 จึงฝากถึงประชาชนที่ถูกเรียกรับเงินค่าเวนคืนที่ดินไปแล้ว เข้ามาให้ข้อมูลกับเจ้าหน้าที่เพื่อดำเนินคดีเพิ่มเติมกับเจ้าหน้าที่ทั้งสองราย โดยเบื้องต้นผู้ต้องหาทั้งสองยอมรับว่า ได้รับเงินจากผู้เสียหายโดยเสน่หา แต่ปฏิเสธข้อกล่าวหาเรียกรับเงินโดยมิชอบจากเจ้าของที่ดิน แต่เจ้าหน้าที่ยังไม่ปักใจเชื่อและจะขยายผลเพิ่มเติมว่ามีผู้ร่วมขบวนการที่อยู่เบื้องหลังด้วยหรือไม่

พ.ต.ท.สิริพงษ์ ศรีตุลา ผู้ช่วยเลขาธิการคณะกรรมการ ป.ป.ท. กล่าวว่า เคยมีกรณีเรียกรับเงินค่าเวนคืนที่ดินจากโครงการเดียวกันในพื้นที่อำเภอเชียงดาวเกิดขึ้นเมื่อปี 2555 ทาง ป.ป.ท.ได้ดำเนินการส่งฟ้องศาล โดยเจ้าหน้าที่รายนี้ถูกไล่ออกจากราชการไปแล้ว ส่วนคดีที่เกิดขึ้นล่าสุดเป็นการก่อเหตุซ้ำโดยเจ้าหน้าที่หน่วยงานเดียวกัน และใช้แผนประทุษกรรมเดิม แม้มูลค่าความเสียหายที่ตรวจพบยังไม่มาก แต่หากประชาชนให้ความร่วมมือแจ้งเบาะแสเจ้าหน้าที่ จะช่วยรักษาผลประโยชน์ให้ประชาชนได้รับเงินค่าเวนคืนครบทุกบาททุกสตางค์ และทำให้โครงการขยายถนนเดินหน้าได้อย่างรวดเร็ว