ชาวแม่สาย จำใจรื้อสิ่งปลูกสร้าง หลังปักแนวเขตแดนใหม่ ตามแผนรับมืออุทกภัย
เมื่อวันที่ 22 มีนาคม ผู้สื่อข่าวรายงานความคืบหน้า กรณีทางการไทยและเมียนมาเตรียมแผนที่จะมีการขุดลอกลำน้ำสาย เพื่อป้องกันน้ำท่วมที่อาจมีขึ้นในห้วงฤดูฝนที่จะถึงในปีนี้ว่า จากการลงพื้นที่ตรวจสอบพบว่าพื้นที่หลายจุดมีการเคลียร์พื้นที่เพื่อเตรียมความพร้อมในการขุดลอกกันบ้างแล้วเช่นที่บริเวณใต้สะพานมิตรภาพไทย-เมียนมา ข้ามลำน้ำสายแห่งที่ 1 ได้มีการเคลียร์ร้านค้า ตลอดทั้งสายไฟและการเคเบิ้ลสัญญาณอินเตอร์ออกพื้นที่ทั้งหมดแล้ว
รวมไปถึงพื้นที่บริเวณวัดเกาะทราย ต.แม่สาย อ.แม่สาย จ.เชียงราย ซึ่งห้องน้ำรวมจำนวน 5 ห้องภายในวัดได้ถูกรื้อถอนหลังคา โครงสร้างและบานประตูออกทั้งหมด เพื่อรอให้ทางการเข้าทำการรื้อถอนที่เป็นปูนซีเมนต์อีกครั้ง โดยจุดวัดเกาะทรายเป็น 1 ใน 45 จุดที่จะต้องมีการรื้อถอนสิ่งปลูกสร้างเพื่อให้สามารถทำการจุดลอกลำน้ำสายได้โดยสะดวก เพื่อป้องกันอุทกภัยที่อาจเกิดขึ้นซ้ำมนช่วงฤดูฝนที่จะถึงนี้ ภายหลังจากในช่วงปี 2567 ได้เกิดน้ำท่วมใหญ่พื้นที่ชายแดนไทยเมียนมา ด้านอำเภอแม่สาย จังหวัดเชียงรายกับจังท่าขี้เหล็กของเมียนมาอย่างหนัก

พระสาม ชินวโร รักษาการเจ้าอาวาสวัดเกาะทราย เปิดเผยว่า จากแผนป้องกันน้ำท่วม ทำให้ทางวัดต้องรื้อห้องน้ำและหอฉัน ซึ่งทางทหารได้ชี้และปักแนวเขตเอาไว้ว่าเป็นการรุกเขตพื้นที่ของประเทศเมียน โดยนอกจากวัดยังมีบ้านเรือนของประชาชน ที่อยู่ใกล้เคียงและล้ำแนวเขตอีกกว่า 30 หลัง แต่ส่วนมากจะโดนเนื้อเพียงบางส่วน เช่น ชานหลังบ้าน หรือส่วนที่เป็นห้องครัว มีเป็นบางจุดที่เป็นอาคารพาณิชย์จะถูกรื้อประมาณ 2-3 คูหาซึ่งก็ถือว่าหนักหน่อย แต่ชาวบ้านก็ไม่ได้คัดค้านอะไร เพราะไม่รู้จะทำอย่างไรได้ เพราะถูกแจ้งว่าเป็นการรุกล้ำเขตประเทศเมียนมา ได้แต่เพียงจำใจ
จากการสอบถามในส่วนนี้ก็จะไม่ได้รับการชดเชยใดๆ ซึ่งในอดีตยอมนับว่าพื้นที่เหล่านี้เป็นแม่น้ำกว้าง แต่เมื่อเวลาผ่านไปเกิดการเคลื่อนตัวของแผ่นดินและแม่น้ำ กลายเป็นที่งอกชาวบ้านก็มาอยู่อาศัยตั้งรกรากไม่คิดว่าเป็นเป็นการรุกล้ำประเทศเพื่อนบ้าน แต่เมื่อทางการแจ้งว่ารุกล้ำก็ต้องยินยอม แต่หากเป็นเป็นไปได้ก็อยากให้ภาครัฐหามาตรการมาส่วนเหลือในส่วนนี้ด้วย เพราะหลายต้องเกิดการสูญเสียในส่วนนี้ค่อนข้างมาก

ทั้งนี้ ทางการไทยและเมียนมา มีข้อตกลงร่วมกันที่จะทำการขุดลอกลำน้ำสานเป็นระยะทาง 14.45 กิโลเมตรโดยมีการแบ่งเป็นโซนๆ เอาไว้แล้ว ประกอบด้วย โซนที่ 1 ระยะทาง 12.39 กิโลเมตร และโซน 2 ระยะทาง 2.06 กิโลเมตร ส่วนแนวการสร้างพนังมีระยะทาง 3.960 กิโลเมตร นอกจากนี้ยังจะมีการขุดลอกแม่น้ำรวกในระยะทางอีก 30.89 กิโลเมตร โดยส่วนแม่น้ำสายตั้งแต่พื้นที่ต้นน้ำ บ้านถ้ำผาจม ไปจนถึงพื้นที่ ต.เกาะช้าง ให้ทางการเมียนมาดำเนินการ ส่วนน้ำรวกตั้งต.เกาะช้างไปจนถึงสบรวก แม่น้ำโขงบริเวณสามเหลี่ยมทองคำ อ.เชียงแสน ให้ทางการไทยเป็นผู้ดำเนินการซึ่งมีข้อตกลงกันด้วยว่าจะดำเนินการให้แล้วเร็จภายในเดือน พ.ค.2568 ด้วยงบประมาณประมาณ 100 ล้านบาท
ซึ่งการขุดลอกจำเป็นที่จะต้องรื้อสิ่งกีดขาวงทางน้ำ และส่วนที่รุกล้ำแนวเขตของแต่ละประเทศก่อน ซึ่งในส่วนของไทยสำรวจพบจำนวน 45 จุด ในส่วนของเมียนมา พบจำนวน 33 จุด ซึ่งทางการเมียนมาได้เร่งดำเนินการรื้อถอนเกือบหมดแล้ว พร้อมกันจัดทำแนวกำแพงใหม่ไปได้ค่อนข้างมาก ส่วนของไทยได้รื้อถอนยังไม่แล้วเสร็จ โดยมีรายงานว่า ได้ดำเนินการไป10 กว่าจุดเท่านั้น ทำให้ทางการเมียนมายังไม่สามารถทำการขุดลอกแม่น้ำสายได้ ทำให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องจึงได้เร่งดำเนินการให้แล้วเพื่อให้สามารถขุดลอกลำน้ำสายได้ ในช่วงปลายเดือนมีนาคมนี้ หรืออย่างช้าต้นเดือนเมษายน หากล่าช้ากว่านี้อาจไม่ทันช่วงฤดูฝนที่จะถึงปีนี้ก็เป็นได้





