เครือข่ายปชช. ใต้ จับตาศึกซักฟอก หวังปรับครม.หลังอภิปราย ชี้ ทักษิณ มีอิทธิพลต่อนายกฯจริง บางเรื่องก็ล้ำเส้นมากไป แนะพูดเรื่องปัญหาชาวบ้านบ้าง
เครือข่ายภาค ปชช.ใต้ จับตาศึกซักฟอก หวังเกิดประโยชน์ชาวบ้านมากกว่าเล่นเกมการเมือง เชื่อพรรคประชาชน (ปชน.) ทำการบ้านมาดีหลังสร้างผลงานตรวจสอบ สปส. หวังอานิสงส์ปรับ ครม.ให้ถูกฝาถูกตัว ชี้ “ทักษิณ” มีอิทธิพลต่อนายกฯจริงในฐานะพ่อ-ลูก หลายเรื่องแนะนำดี แต่ล้ำเส้นมากไปจนกดดัน รบ.ต้องทำตามนอกนโยบายเดิม วอนพูดเรื่องชาวบ้านบ้าง ปากท้อง-สินค้าเกษตรตกต่ำ-SEC-ผลกระทบเอ็นเตอร์เทนเมนต์คอมเพล็กซ์
เมื่อวันที่ 23 มีนาคม นายชัยวุฒิ สวัสดิรักษ์ ประธานชมรมตรังต้านโกง และคณะกรรมาธิการธรรมาภิบาลจังหวัดตรัง (สวมแว่น) กล่าวถึงความคาดหวังในฐานะภาคประชาชนต่อการอภิปรายไม่ไว้วางใน น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี โดยฝ่ายค้าน ระหว่างวันที่ 24-25 มีนาคมนี้ ว่า การที่พรรคฝ่ายค้านได้ยื่นญัตติขออภิปรายไม่ไว้วางใจนายกฯเพียงคนเดียวนั้น ภาคประชาสังคมและประชาชนที่ติดตามการเมืองมองว่า การอภิปรายครั้งนี้จะสร้างบรรทัดฐานในเรื่องข้อมูลหลักฐาน ให้รัฐบาลนำไปปรับปรุงการบริหารบ้านเมืองให้ดีขึ้น เพราะจากการติดตามข้อมูลพบว่า พรรคประชาชนในฐานะแกนนำพรรคฝ่ายค้านได้มีการตระเตรียมข้อมูลต่างๆ เป็นจำนวนมากมาโดยตลอด คาดว่าในการอภิปรายครั้งนี้จะมีเนื้อหาสาระในการอภิปรายมากกว่าการเล่นสำนวนโวหาร และคาดว่าฝ่ายรัฐบาล โดยนายกฯ ได้เตรียมข้อมูลมาตอบพอสมควร ผ่านการสั่งการให้ส่วนราชการต่างๆ เตรียมพร้อม ส่วนการพุ่งเป้ามาที่ตัวนายกฯคนเดียวต่างจากในอดีตที่มีการอภิปรายคณะรัฐมนตรี (ครม.) รายบุคคล หรือทั้งคณะด้วยนั้น ขึ้นกับการบ้านที่พรรคแกนนำฝ่ายค้านเตรียมตัวมา เชื่อว่าจะไม่มีเกมการเมืองระหว่างฝ่ายค้านกับฝ่ายรัฐบาลอย่างเดียว อยากให้นึกถึงประโยชน์ประชาชนที่ได้รับด้วย ในการพุ่งเป้าที่นายกฯคนเดียวก็อาจจะมีการอภิปรายที่เกี่ยวข้องไปถึงกระทรวงต่างๆ ได้ ซึ่งน่าจะเป็นการกระชับกว่าการอภิปรายแยกรายกระทรวง เพราะต้องมีการจัดสรรอภิปรายเวลาค่อนข้างมาก
นายชัยวุฒิกล่าวอีกว่า ในส่วนของพรรคประชาชน ผู้นำอภิปรายจะสร้างน้ำหนักได้มากเพียงใดนั้น ในการทำงานของพรรคประชาชน ตั้งแต่อดีตพรรคอนาคตใหม่ พรรคก้าวไกล จนปัจจุบันเป็นพรรคประชาชน เราเห็นว่ามีการติดตามอย่างมีพัฒนาการโดยตลอด ในการอภิปรายมีความชัดเจนและมีข้อมูลลึกซึ้งมากขึ้น ล่าสุดสะท้อนจากการทำงานตรวจสอบของพรรคประชาชนในเรื่องประกันสังคม ในประเด็นการซื้ออาคารสำนักงานที่มีราคาสูงมาก ซึ่งภาคประชาชนโดยเฉพาะผู้ประกันตนเราไม่รู้เลยว่าสำนักงานประกันสังคมเอาเงินของเราไปทำอะไรบ้าง ดังนั้นการที่พรรคประชาชนได้ไปสืบค้นข้อมูลมาบอกกับประชาชน ทำให้เกิดประโยชน์ ทำให้เกิดการจับตาการบริหารราชการแผ่นดิน ดังนั้นเราในฐานะภาคประชาชนก็จะติดตามการทำหน้าที่ของฝ่ายค้าน และยินดีช่วยสนับสนุนข้อมูลที่เป็นประโยชน์ต่างๆ เพื่อประโยชน์ในการติดตามการใช้งบประมาณที่มาจากภาษีของประชาชน
นายชัยวุฒิกล่าวว่า สำหรับประเด็นเรื่องการจัดสรรเวลาในการอภิปรายที่เริ่มตั้งแต่เช้าไปจนถึงหัวรุ่งนั้น ถือว่าจะสร้างความทรมานเป็นอย่างมาก ทั้งฝ่ายรัฐบาลและฝ่ายค้าน รวมถึงประชาชนผู้ติดตามการอภิปรายที่จะไม่สามารถติดตามได้อย่างละเอียดโดยตลอด ส่วนประเด็นหลักที่พรรคฝ่ายค้านตั้งธงเรื่องบุคคลในครอบครัว ซึ่งหมายถึง นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ เข้ามาก้าวก่าย หรือมีบทบาทครอบงำรัฐบาลจะมีน้ำหนักเพียงใดนั้น ขึ้นกับข้อมูลที่ฝ่ายค้านชี้ให้เห็น แต่ต้องยอมรับว่านายทักษิณมีบทบาทอย่างแน่นอนต่อตัวนายกฯในฐานะพ่อกับลูก ซึ่งคนเป็นลูกแต่เป็นนายกฯก็ต้องเอาแนวคิดของพ่อมาเป็นนโยบายของรัฐบาลส่วนหนึ่ง ต้องยอมรับว่าตัวนายกฯยังอายุน้อย และมีประสบการณ์ผ่านการเมืองมาน้อย ดังนั้นในการเข้าสู่แวดวงของการเป็นผู้บริหารประเทศอาจจะส่งผลในส่วนนี้
“ที่ผ่านมาหลายเรื่องที่นายทักษิณพูดเป็นเรื่องที่ดี แต่หลายเรื่องก็เป็นเรื่องที่กดดันรัฐบาลมากเกินไปให้รัฐบาลต้องทำตามที่ตัวเองพูด ซึ่งนอกเหนือจากนโยบายรัฐบาลที่เคยนำเสนอในช่วงการหาเสียงเลือกตั้ง รวมถึงที่เคยแถลงต่อรัฐสภา หลายๆ เรื่องถือว่าออฟไซด์หรือล้ำเส้น ซึ่งถือว่ากระทบต่อการบริหารราชการแผ่นดิน เพราะ ครม.ต้องนำความเห็นนั้นมาประยุกต์ใช้ทั้งที่ไม่ได้มาจากความตั้งใจจริง หรือผ่านการเห็นชอบของพรรครัฐบาลมาตั้งแต่ต้น” นายชัยวุฒิกล่าว
นายชัยวุฒิกล่าวว่า สำหรับผลการอภิปรายในครั้งนี้จะกระทบถึงขั้นต้องยุบสภาหรือไม่นั้น จากภาพของการรับประทานอาหารร่วมกันของพรรคร่วมรัฐบาลล่าสุด ได้สะท้อนว่าในประเด็นของการยุบสภา หรือไม่ยกมือไว้วางใจนายกฯนั้นคงไม่มีผล แต่เรื่องการปรับ ครม.น่าจะเกิดขึ้นหลังจากการอภิปราย เพราะเรามีปัญหาในการแต่งตั้ง ครม.จากโควต้าพรรคมากกว่าเอาคนเก่งและเชี่ยวชาญมาบริหาร หลายครั้งที่บุคคลที่ไม่มีความรู้เลยแต่ได้โควต้าพรรคมานั่งเป็นรัฐมนตรี ตรงนี้เป็นจุดอ่อนของประเทศไทยมาโดยตลอด ดังนั้นหากหลังอภิปรายแล้วจะมีการปรับ ครม.ที่มีความเหมาะสม ก็จะเกิดประโยชน์ต่อประชาชน
ด้านนายชัยพร จันทร์หอม เครือข่ายภาคประชาชนจังหวัดตรัง (สวมหมวก) กล่าวว่า ในฐานะประชาชนที่ติดตามประชาธิปไตย อยากให้การอภิปรายครั้งนี้เกิดประโยชน์กับประชาชนด้วยมากกว่าการเล่นเกมการเมืองในสภา เพราะสิทธิและประโยชน์ของประชาชนจากระบบการเมืองไทย เราติดตามมาตั้งแต่การปฏิรูปการเมืองเมื่อปี 2540 โดยประชาชนในภาคใต้ที่เฝ้าติดตามการเมืองจับตามองการอภิปรายครั้งนี้ จะเกิดประโยชน์กับชาวบ้านแค่ไหน โดยเฉพาะที่จะมีผลต่อปัญหาปากท้อง โดยเฉพาะรายได้เกษตรกรที่ตกต่ำมาโดยตลอดในทุกสินค้าเกษตร อยากให้การอภิปรายในครั้งนี้ ทั้งฝ่ายค้านและฝ่ายรัฐบาลพูดถึงประโยชน์ที่ประชาชนจะได้รับด้วย
นายชัยพรกล่าวว่า ในภาคใต้นอกจากเรื่องสินค้าเกษตรราคาตกต่ำแล้ว เรายังมีเรื่องปัญหาที่กระทบต่อทรัพยากรโดยเฉพาะปัญหาเครื่องมือประมงผิดกฎหมาย อย่างเช่น อวนตามุ้ง อวนตาถี่ ถ้าไม่สามารถแก้ปัญหาส่วนนี้ได้ชาวบ้านก็จะยากจนอยู่ นอกจากนี้ในเรื่องการพัฒนาภาคใต้ที่รัฐบาลพยายามผลักดันกฎหมายระเบียงเขตเศรษฐกิจภาคใต้ รวมถึงเอ็นเตอร์เทนเมนต์คอมเพล็กซ์ ซึ่งมีกาสิโนอยู่ในนั้นแน่นอน จะส่งผลกระทบเพียงใด อยากให้เอาให้ชัด และให้มีการทำประชามติสอบถามประชาชนทั้งประเทศก่อนที่จะดำเนินการ ไม่ใช่ดำเนินการจากการสั่งการของฝ่ายรัฐเพียงอย่างเดียว ในการอภิปรายไม่ไว้วางใจครั้งนี้ก็คาดหวังว่าทั้งรัฐบาลและฝ่ายค้านจะมีการพูดถึงเรื่องเหล่านี้ด้วย

