หน้าแรก ภูมิภาค ผู้ว่าฯเชียงใ...

ผู้ว่าฯเชียงใหม่ ประกาศ 2 อำเภอ เชียงดาว-อมก๋อย พื้นที่ประสบภัยพิบัติไฟป่า

24.03.25 | 11:43 น.

ผู้ว่าเชียงใหม่ ประกาศ 2 อำเภอ เชียงดาว-อมก๋อย พื้นที่ประสบภัยพิบัติไฟป่า เร่งช่วยเหลือปชช. วันนี้พบHotspot 28 จุด


เมื่อวันที่ 24 มีนาคม จังหวัดเชียงใหม่ออกประกาศเขตพื้นที่ประสบสาธารณภัย และเขตการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉิน อัคคีภัย ไฟป่า รวม 5 ตำบล ในพื้นที่ 2 อำเภอ ได้แก่ อ.เชียงดาว และ อ.อมก๋อย พร้อมสั่งการเร่งให้ความช่วยเหลือ จากสถานการณ์ไฟป่าที่ยังคงเกิดขึ้นในหลายพื้นที่ของจังหวัดเชียงใหม่ขณะนี้ ทำให้ค่าฝุ่นละออง PM2.5 อยู่ในเกณฑ์เกินค่ามาตรฐาน ส่งผลกระทบต่อสุขภาพอนามัยและการดำรงชีวิตของประชาชน

นายนิรัตน์ พงษ์สิทธิถาวร ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ จึงออกประกาศเขตพื้นที่ประสบสาธารณภัย และเขตการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉิน อัคคีภัย ไฟป่า มีจุดมุ่งหมายเพื่อเสริมกำลังเจ้าหน้าที่ทหาร และเจ้าหน้าที่ภาคส่วนต่างๆ เพื่อการเฝ้าระวัง ป้องปราม และจับกุมผู้ลักลอบกระทำผิดตามกฎหมาย เป็นการประกาศภัยพิบัติ เฉพาะเท่าที่จำเป็น รายพื้นที่หมู่บ้าน ตำบล อำเภอ และเพื่อการควบคุมสถานการณ์ให้อยู่ในวงจำกัด โดยสั่งการให้ส่วนราชการ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เข้าดำเนินการตามอำนาจหน้าที่ในเขตพื้นที่ประสบภัยดังกล่าว ตามพระราชบัญญัติป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย พ.ศ.2550 แผนการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติ แผนการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัด และแผนอื่นที่เกี่ยวข้อง ตลอดจนกฎหมาย ระเบียบ คำสั่ง ประกาศ และมติคณะรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องโดยเร็ว และดำเนินการช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่กระทรวงการคลังกำหนด

Advertisement

ทางด้านศูนย์อำนวยการป้องกันและแก้ไขปัญหาไฟป่าหมอกควัน และฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM2.5 จังหวัดเชียงใหม่ รายงานพบจุดความร้อน หรือ Hotspot จาก GISTDA ประจำวันที่ 24 มีนาคม 2568 รอบเช้า ข้อมูลจาก suomi-NPP จำนวน 28 จุด ได้แก่ อ.อมก๋อย 12 จุด อ.จอมทอง 3 จุด อ.ดอยเต่า 3 จุด อ.แม่อาย 2 จุด อ.ดอยสะเก็ด 2 จุด อ.หางดง 2 จุด อ.พร้าว 1 จุด อ.สันทราย 1 จุด อ.ฮอด 1 จุด และ อ.ไชยปราการ 1 จุด สะสมตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม-24 มีนาคม 2568 ทั้งหมดจำนวน 1,945 จุด

โดย นายกริชสยาม คงสตรี ผู้อำนวยการสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 16 (เชียงใหม่) สั่งการให้เฝ้าระวัง ควบคุมไฟป่า และหมอกควัน กลุ่มป่าสะเมิง และกลุ่มป่าตอนใต้จังหวัดเชียงใหม่ ให้เข้มข้น เนื่องจากศูนย์อุตุนิยมวิทยาภาคเหนือระบุว่า ในระยะนี้การระบายอากาศต่ำ และมีลมพัดฝุ่นจากทิศตะวันตกจากจังหวัดแม่ฮ่องสอนและประเทศเมียนมาเข้ามาเสริมลมภายในที่กดนิ่งทำให้เกิดการสะสมฝุ่นสูงขึ้นต่อเนื่องในพื้นที่

ส่วนศูนย์อำนวยการป้องกันและแก้ไขปัญหาไฟป่าหมอกควันและฝุ่นละอองขนาดเล็ก ภาค 3 หรือ ศอ.ปกป.ภาค 3 รายงานสถานการณ์ไฟป่าหมอกควันและฝุ่นละอองในพื้นที่ 17 จว.ภาคเหนือ ค่าเฉลี่ยสะสม ประจำวันเวลา 07.00 น. ตรวจพบจุดความร้อน จำนวน 342 จุด สูงสุดที่ จังหวัดแม่ฮ่องสอน จำนวน 66 จุด รองลงมาคือ จังหวัดตาก จำนวน 47 จุด และจังหวัดน่าน จำนวน 38 จุด ส่วนใหญ่อยู่ในพื้นป่าอนุรักษ์ จำนวน 157 จุด รองลงมาคือ ป่าสงวนแห่งชาติ จำนวน 148 จุด และเขต ส.ป.ก. จำนวน 15 จุด สถานการณ์ค่าฝุ่นละอองขนาดเล็กเกินเกณฑ์มาตรฐาน จำนวน 17 จังหวัด สูงสุดที่ ต.ในเวียง อ.เมือง จังหวัดน่าน 133.00 มคก./ลบ.ม. รองลงมาคือ ต.จองคำ อ.เมือง จังหวัดแม่ฮ่องสอน 115.00 มคก./ลบ.ม. และ ต.นาจักร อ.เมือง จังหวัดแพร่ 113.60 มคก./ลบ.ม. (มีผลต่อสุขภาพ)

ด้านกรมฝนหลวงและการบินเกษตร ส่งหน่วยดัดแปรสภาพอากาศ โดยเครื่องบิน CN เพื่อบรรเทาปัญหาฝุ่นละอองขนาดเล็ก (PM2.5) จังหวัดเชียงใหม่ และจังหวัดแพร่ พร้อมเร่งทำฝนหลวง โดยเครื่องบิน CASA และ CARAVAN เพื่อบรรเทาหมอกควันและสถานการณ์ฝุ่นละอองขนาดเล็ก (PM2.5) พื้นที่ประสบปัญหาหมอกควันและฝุ่นละอองขนาดเล็ก (PM2.5) พื้นที่ภาคเหนือตอนบน จังหวัดเชียงใหม่ จังหวัดลำปาง จังหวัดลำพูน และจังหวัดเชียงราย