หน้าแรก ภูมิภาค ผู้ว่าโคราช ส...

ผู้ว่าโคราช สั่ง 32 อำเภอ ยกระดับคุมเข้มไฟป่า ฝุ่น หลังพบ Hotspot กว่า 1.8 พันจุด 

24.03.25 | 15:37 น.

ผู้ว่าโคราช สั่ง 32 อำเภอ ยกระดับคุมเข้มไฟป่า ฝุ่น หลังพบ Hotspot กว่า 1.8 พันจุด 


เมื่อวันที่ 24 มีนาคม ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายชัยวัฒน์ ชื่นโกสุม ผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา ในฐานะ ผู้อำนวยการศูนย์บัญชาการเหตุการณ์ป้องกันและแก้ไขปัญหาภัยไฟป่า หมอกควัน และฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM2.5 จังหวัดนครราชสีมา ได้สั่งทั้ง 32 อำเภอของจังหวัดนครราชสีมา ยกระดับมาตรการคุมเข้มลดปัญหาไฟป่า หมอกควัน และฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM2.5 ทุกด้าน ทั้งการป้องกันการเผาพื้นที่เกษตรโดยเน้นการให้ความรู้กับเกษตรกร การตรวจจับรถควันดำในเขตเมือง การตรวจสอบโรงงานอุตสาหกรรม รวมถึงสถานที่ก่อสร้างขนาดใหญ่ ให้ปฏิบัติตามกฎหมายสิ่งแวดล้อมอย่างเคร่งครัด พร้อมทั้งประสานบูรณาการทุกภาคส่วนแก้ไขปัญหาฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM2.5 เนื่องจากสถานการณ์ฝุ่นในพื้นที่ มีค่าฝุ่นเกินมาตรฐานและกระทบต่อสุขภาพประชาชน

ซึ่งวันนี้สำนักงานสิ่งแวดล้อมและควบคุมมลพิษที่ 11 นครราชสีมา ได้รายงานคุณภาพอากาศ PM2.5 จากการตรวจวัดที่สถานีตรวจวัดคุณภาพอากาศ ต.ในเมือง อ.เมืองนครราชสีมา ผ่านแอพพลิเคชั่น Air4Thai พบว่าเริ่มมีผลต่อสุขภาพ โดยวัดค่าฝุ่น PM2.5 ได้ 74.1 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร ซึ่งเกินกว่าค่ามาตรฐาน 37.5 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร ประชาชนควรหลีกเลี่ยงกิจกรรมกลางแจ้ง และใช้อุปกรณ์ป้องกันหากจำเป็น ซึ่งปัจจัยที่ทำให้ค่าฝุ่นมลพิษในอากาศเพิ่มสูงขึ้น นอกจากจะมาจากการเผาซากพืชผลทางการเกษตรและเผาขยะในที่โล่งแจ้งแล้ว ยังมาจากปริมาณควันดำของเครื่องยนต์ และโครงการก่อสร้างขนาดใหญ่ กับโรงงานอุตสาหกรรมด้วย

Advertisement

และเมื่อดูข้อมูลจากสำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ หรือ GISDA ได้รายงานผลการตรวจของดาวเทียม พบจุดความร้อน Hotspot ในพื้นที่จังหวัดนครราชสีมา ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2568-23 มีนาคม 2568 ว่า พบจุดความร้อนมากถึง 1,809 จุด นอกจากนี้ ยังพบจุดที่เป็นความร้อนแฝง / ไม่พบการเผา อีก 120 จุด โดยเป็นจุดที่รายงานเป็น False Alarm จาก GISDA เพราะเป็นพื้นที่แผงโซลาร์เซลล์ขนาดใหญ่ จำนวน 13 จุด และเป็นจุดที่ทางอำเภอลงพื้นที่ตรวจสอบ แล้วไม่พบการเผา จำนวน 107 จุด ได้แก่ พื้นที่โซลาร์เซลล์ 11 จุด และจุดอื่นๆ ที่ไม่พบการเผาอีก 96 จุด ในขณะที่วันนี้ ดาวเทียมได้ตรวจจับความร้อนผ่านระบบ VIIRS ณ เวลา 01.06 น. พบจุดความร้อนในพื้นที่จังหวัดนครราชสีมา จำนวน 3 จุด โดยเป็นจุดความร้อนในพื้นที่ป่าสงวน 3 จุด และพื้นที่เขต ส.ป.ก.อีก 1 จุด ซึ่งการเผาที่ตรวจพบในวันนี้ เป็นการเผาในที่โล่ง แต่อัตราการระบายอากาศไม่ดี จึงส่งผลกระทบต่อคุณภาพอากาศอย่างมาก แต่ทั้งนี้ได้ดำเนินการดับแล้วทุกจุด

ส่วนการจับกุมดำเนินคดี ในช่วงวันที่ 1 มกราคม 2568-23 มีนาคม 2568 กองอำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดนครราชสีมา รายงานว่า ได้แจ้งความดำเนินคดีแก่ผู้ที่ลักลอบเผา จำนวน 320 คดี จับกุมผู้กระทำผิดได้ 105 ราย ส่วนการตรวจจับรถยนต์ปล่อยควันดำ ทางสำนักงานขนส่งจังหวัดรายงานว่า ได้สุ่มเรียกตรวจรถควันดำ สะสมทั้งหมด 21,848 คัน พบรถที่ปล่อยควันดำในปริมาณมาก จนต้องพ่นสเปรย์ห้ามใช้รถ จำนวน 657 คัน นอกจากนี้ มีการตรวจโครงการก่อสร้างขนาดใหญ่ รวมสะสม 32 แห่ง และตรวจสถานประกอบการโรงงาน รวมสะสม 69 โรงงาน แยกเป็นการตรวจโรงงานตามแผน PM2.5 จำนวน 15 โรงงาน, ตรวจโรงงานปกติ เพิ่มจากแผน PM2.5 จำนวน 26 โรงงาน และตรวจร่วมกับ อปท. 28 โรงงาน ซึ่งในจำนวน 69 โรงงาน แจ้งดำเนินคดี 2 โรงงาน และสั่งปรับปรุงแก้ไขอีก 5 โรงงาน ซึ่ง 1 โรงงานปรับปรุงเรียบร้อยแล้ว เหลืออีก 4 โรงงานที่อยู่ระหว่างการปรับปรุง

ส่วนการเดินหน้าลดฝุ่นด้านการเกษตร ได้ดำเนินการประชาคมทำความเข้าใจกับเกษตรกร จำนวน 375 ราย พร้อมกับจัดทำฐานข้อมูลพื้นที่เพาะปลูก จำนวน 4,059,478 ไร่ ซึ่งมีรายงานตรวจจุดความร้อนและได้ลงพื้นที่ไปตรวจสอบ จำนวน 713 ครั้ง นอกจากนี้ ได้ประสานศูนย์ปฏิบัติการฝนหลวง สนับสนุนการจัดทำฝนหลวงในพื้นที่จังหวัดนครราชสีมาด้วย เพื่อให้มีฝนตก ช่วยลดความร้อนแล้วให้กับพื้นที่ ซึ่งเป็นอีกหนึ่งมาตรการในการป้องกันและแก้ไขปัญหาภัยไฟป่า หมอกควัน และฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM2.5 ของจังหวัดนครราชสีมา