ไฟป่าลำปางพุ่งกว่าเท่าตัว จุดฮอตสปอตขยับขึ้นอันดับ 2 ของประเทศ รองจากแม่ฮ่องสอน
เมื่อวันที่ 27 มีนาคม ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พื้นที่ จ.ลำปาง ทางด้านของเจ้าหน้าที่ดับไฟป่ายังคงออกปฏิบัติหน้าที่ทุกวัน ดำเนินการดับไฟป่าทั้งวันทั้งคืนในพื้นที่ต่างๆ ของ จ.ลำปาง ท่ามกลางสภาพอากาศที่ร้อนจัด อุณหภูมิทะลุกว่า 40 องศาเซลเซียส โดยช่วงนี้ถือว่าเกิดไฟไหม้ป่าขึ้นอย่างหนักมาก ซึ่งอากาศที่ร้อนส่งผลทำให้ไฟไหม้เร็ว และรุนแรงขยายวงกว้าง แต่สาเหตุทั้งหมดยังมาจากน้ำมือมนุษย์ ที่เข้าป่า แล้วจุดไฟเผา ทั้งการเข้าป่าล่าสัตว์ หาของป่า ถึงแม้ทางจังหวัดจะออกประกาศ และห้ามเผาป่า หรือห้ามคนที่ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องเข้าป่าทุกแห่ง ทั้งเขตอุทยานแห่งชาติ และเขตป่าสงวนโดยเด็ดขาด แต่ก็ยังมีการลักลอบเข้าป่าแล้วจุดไฟเผา
จึงทำให้สถานการณ์ฝุ่นหมอกควันไฟในพื้นที่ จ.ลำปาง เป็นปัญหาต่อพื้นที่ต่อเนื่องมาตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ 2568 ที่ผ่านมาจนถึงเดือนมีนาคมนี้ สำหรับในวันนี้ วอร์รูมไฟป่าลำปาง ศูนย์อำนวยการป้องกัน และแก้ไขปัญหา ไฟป่า และหมอกควัน จังหวัดลำปาง รายงานว่า จุดฮอตสปอต หรือจุดความร้อน ที่เกิดไฟไหม้ป่าพุ่งขึ้นจากเมื่อวานนี้กว่าเท่าตัว ซึ่งวันที่ 26 มีนาคม 2568 พบจำนวน 149 จุด กระจายใน 13 อำเภอ เป็นลำดับที่ 2 ของประเทศ แต่วันนี้ (27 มี.ค.68) เพิ่มขึ้นมาถึง 354 จุด เป็นอันดับที่ 2 ของประเทศ รองจาก จ.แม่ฮ่องสอน 443 จุด, จ.ลำปาง 354 จุด, จ.น่าน 258 จุด และแพร่ 230 จุด
ในขณะที่ฝุ่นปกคลุมตัวเมืองลำปาง และพื้นที่ทั่วไปทั้งจังหวัด อยู่ในระดับสีแดง คุณภาพอากาศแย่ วิกฤต ส่งผลกระทบต่อสุขภาพ โดยตามค่าฝุ่นจากสถานีตรวจวัดคุณภาพอากาศแบบอัตโนมัติของกรมควบคุมมลพิษ พบว่า พื้นที่ จ.ลำปาง ค่าฝุ่นระดับสีแดง เกินค่าอยู่ในเกณฑ์ที่สูงกว่า 80-100 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร ติดต่อกันถึง 6 วันแล้ว ซึ่งสภาพพื้นที่มองเห็นฝุ่นหมอกควันปกคลุม ขาวหม่นไปทุกที่ จนกลายเป็นความเคยชินของประชาชนในพื้นที่ไปแล้ว โดยประชาชนก็ทำได้แต่เพียง การออกมาแสดงความคิดเห็น ตำหนิ และกระตุ้นการทำงานของภาครัฐผ่านโซเชียลมีเดีย โดยเฉพาะทางห้องกลุ่มเฟซบุ๊ก ให้รีบจัดการกับปัญหาที่เกิดขึ้น เพราะต้องเผชิญกับปัญหานี้มานานแล้ว
ด้านจังหวัดลำปาง ทั้ง นายชุติเดช มีจันทร์ ผู้ว่าราชการจังหวัดลำปาง และรองผู้ว่าราชการจังหวัดลำปาง ที่ดูแลการดำเนินงาน ก็มีการประชุมสั่งการ ติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด ในทุกสัปดาห์ ในขณะที่เจ้าหน้าที่หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทั้งเจ้าหน้าที่ป่าไม้ของอุทยานแห่งชาติฯ และสำนักจัดการป่าไม้ รวมถึงหน่วยป่าไม้ และอาสาสมัครดับไฟป่า ก็ทำงานอย่างหนักหน่วง ในช่วงสภาพอากาศที่ร้อนมากในพื้นที่ทั้งจังหวัด พื้นที่ไฟไหม้ป่าเสียหาย ถูกเผาในแต่ละวันกว่าพันไร่ สร้างฝุ่นละอองสะสมปกคลุมพื้นที่หนาแน่นมากขึ้นภายในสภาพภูมิศาสตร์ของ จ.ลำปาง ที่เป็นแอ่ง



