หน้าแรก ภูมิภาค ราคายางดิ่ง ว...

ราคายางดิ่ง วันเดียวลดลง 10 บ./กก. วอนรบ.ชัดเจนนโยบายแปรรูป หลังพบรง.ปิดกิจการแล้ว 500โรง

17.04.25 | 19:51 น.

ราคายางดิ่ง วันเดียวลดลงโลละ 10 บาท ขอความชัดเจนนโยบายรบ.หลังรง.แปรรูปปิดกิจการแล้ว 500โรง

เมื่อวันที่ 17 เมษายน รายงานจากกลุ่มแปรูปยางพาราเครือข่ายกลุ่มภาคใต้ เปิดเผยว่า กลุ่มแปรรูปยางพาราเครือข่ายภาคใต้ประมาณ 200 กลุ่ม ได้รับผลกระทบจากจากนโยบายของประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา นายโดนัลด์ ทรัมป์ ที่จัดเก็บภาษีศุลกากรกับต่างประเทศทั่วโลก ได้ส่งผลกับยางพาราโดยเฉพาะของไทยในวันแรกวันที่ 8 เม.ย.68 เกิดภาวะช็อก ยางรมควันปรับตัวลดลงจาก กก.ละ 70 บาท เหลือ กก.ละ 60 บาท

“ยางรมควันที่ส่งเข้าตลาดกลางยางแห่งประเทศไทย (กยท.) จ.สุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช และ จ.สงขลา ภาพรวมประมาณ 500,000 กก. ภาคเอกชน และสถาบันกลุ่มเกษตรกรยางพาราขาดทุนในวันเดียวประมาณ กก.ละ 20 บาท รวมประมาณ 10 ล้านบาท”

รายงานว่าปัจจุบันทางภาคใต้แปรรูปเป็นยางรมควันประมาณ 20% น้ำยางสด 60% และยางก้อนถ้วยเศษยางประมาณ 20% ที่ขาดทุนไปพร้อมกัน น้ำยางสด กก.ละ 70 บาท ขณะนี้ราคาลดลงมาอยู่ที่ กก.ละ 45-46 บาท ราคาในระดับนี้ในขณะที่เพิ่งเริ่มเปิดหน้ากรีดยังมีปริมาณน้อย และยางพารายังทยอยลดลงเพราะเกิดโรคเชื้อใบร่วง และยังมีโครงการโค่นยางปลูกพืชชนิดอื่นผสม เช่น ทุเรียน ปาล์มน้ำมัน กล้วย

รายงานว่ายางพาราในล็อตนี้จะมีการส่งมอบประมาณไตรมาส 3 เดือน ก.ค.68 ราคาน่าจะนิ่งหรือปรับขึ้น เพราะตลาดโลกยังมีความต้องการปริมาณมาก หลังเดือน เม.ย.68 ยางพาราจะเปิดหน้ากรีดทั่วภาคใต้จะส่งผลต่อทิศทางราคา อีกรอบหนึ่ง ไม่ต้องตื่นตระหนก เพราะยางยังมีความต้องการของตลาดโลกสูงอยู่มาก โดยยางส่งออกต่างประเทศ เช่น จีน ประมาณ 80-90% กลุ่มประเทศตะวันตก สหภาพยุโรป ประมาณ 20%

Advertisement

รายงานว่านโยบายยางภายในประเทศปัจจุบันไม่ชัดเจน ก็จะส่งผลต่อเสถียรภาพยางได้ และประการสำคัญยามภาวะสถานการณ์ไม่ปกติจะต้องมีกองทุนสนับสนุนชาวสวนยาง โดยการสนับสนุนสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำโดยเอายางพาราเป็นหลักทรัพย์ค้ำประกัน

“นโยบายยางสำคัญที่ได้ดำเนินการมาเกี่ยวกับโครงการผลิตภัณฑ์ยางใช้ภายในประเทศ เช่น โครงการทำสนามฟุตซอล เสาหลักถนน หมอนที่นอน และอีกหลายผลิตภัณฑ์ต่างชะลอหมด ส่งผลให้โรงงานแปรรูปผลิตภัณฑ์ยางต้องยุติการการแปรรูปผลิตไปกว่า 500 โรงงานทั่วภาคใต้ แต่ละโรงรัฐจะต้องมีการลงทุนไม่ต่ำกว่า 50 ล้านบาท เช่น เครื่องจักร สร้างอาคาร หัวปั่นน้ำยางข้น เฉพาะหัวปั่นน้ำยางข้นบางขนาดมีราคาหัวละ 20 ล้านบาท ภาพรวมเป็นเงินประมาณ 25,000 ล้านบาท โดยไม่ก่อให้เกิดรายได้แต่อย่างใด”