หน้าแรก ภูมิภาค กองกำลังกะเหร...

กองกำลังกะเหรี่ยง ยึดค่ายเมียนมา ริบปืน-กระสุนเพียบ พร้อมประกาศห้ามปชช.เดินทางไปเมืองกอกาเลก

20.04.25 | 16:04 น.

กองกำลังกะเหรี่ยง ยึดค่ายเมียนมา ริบปืน-กระสุนเพียบ พร้อมประกาศห้ามปชช.เดินทางไปเมืองกอกาเลก


เมื่อวันที่ 20 เมษายน สภาพพื้นที่ค่ายมอพาซู ของกองพันทหารราบที่ 24 ของทหารเมียนมา ในพื้นที่ทางเหนือจังหวัดเมียวดี รัฐกะเหรี่ยง ประเทศเมียนมา ตรงข้ามบ้านห้วยปลากอง หมู่ 12 ตำบลขะเนจื้อ อ.แม่ระมาด จ.ตาก ดูเงียบสงบต่างจาก 3 วันที่ผ่านมา ที่มีเสียงปืนและเสียงระเบิด หรือเกิดการสู้รบระหว่างทหารเมียนมากับฝ่ายทหารกองทัพกะเหรี่ยงอิสระ (KNLA) ที่เข้าโจมตีทั้งทางอากาศและทางบก จากการใช้อากาศยานไร้คนขับ หรือโดรน ทิ้งระเบิดที่มั่นทหารเมียนมา และใช้กำลังเข้าโอบล้อมโจมตีด้วยอาวุธหนัก และอาวุธประจำกายตลอดมา แม้ว่าฝ่ายกองทัพเมียนมาส่งเครื่องบินรบไปทิ้งระเบิดใส่ฝ่ายกะเหรี่ยงแต่ก็ไม่สามารถรับมือได้ จนทำให้ฝ่ายกะเหรี่ยงยึดที่มั่นไปได้

โดยเมื่อวันที่ 20 เมษายน กองกำลังกะเหรี่ยงเข้าไปเคลียร์พื้นที่ พบศพทหารเมียนมาจำนวนมาก และสามารถยึดอาวุธปืนและกระสุนปืนของทหารเมียนมาที่ทิ้งค่ายหนีออกไปได้จำนวนมาก ขณะที่ฝ่ายกะเหรี่ยงแจ้งว่า คาดว่าหลังจากนี้ระยะหนึ่งฝ่ายกะเหรี่ยงจะมีการขยายแนวรบไปยึดพื้นที่ของทหารเมียนมามากขึ้น ซึ่งตั้งแต่ช่วงต้นปี 2568 เป็นต้นมา ทหารกะเหรี่ยงสามารถยึดที่มั่นของทหารเมียนมาตั้งแต่กองบัญชาการค่ายมาเนอปลอ เดิมของฝ่ายเคเอ็นยู ด้านชายแดนตรงข้าม อ.ท่าสองยาง ที่ฝ่ายทหารเมียนมายึดไปกว่า 20 ปีกลับคืนมา และบริเวณที่มั่นของทหารเมียนมาตลอดแนวแม่น้ำเมย ก็ถูกฝ่ายกะเหรี่ยงยึดไปหลายแห่งลงมาถึงด้านตรงข้าม อ.แม่ระมาด

Advertisement

สำหรับผู้ลี้ภัยจำนวน 247 คน ยังคงอยู่ในเขตไทยที่สำนักสงฆ์บ้านห้วยปลากอง ตำบลขะเนจื้อ อ.แม่ระมาด ที่อยู่ในการดูแลของเจ้าหน้าที่ทหารไทย และฝ่ายปกครอง อ.แม่ระมาด นั้น คาดว่าหากเหตุสงบฝ่ายไทยจะต้องให้ผู้ลี้ภัยกลับไป

ด้านสถานการณ์สู้รบที่เมืองกอกาเลก จังหวัดกอกาเลก ทหารเมียนมายังคงส่งเครื่องบินรบมาทิ้งระเบิดใส่หมู่บ้านกะเหรี่ยงทุกวัน ราษฎรไม่สามารถอยู่ในหมู่บ้านได้ ต้องไปอาศัยตามถ้ำ และพื้นที่ป่าที่ปลอดภัยอาศัยอยู่

ล่าสุด กองทัพ KNLA ได้ประกาศขอให้ราษฎรเมียนมาหลีกเลี่ยงเดินทางออกจากเมืองเมียวดี ไปยังเมืองกอกาเลก เนื่องจากจะได้รับอันตรายจากการทิ้งระเบิดของกองทัพเมียนมา โดยไม่แยกแยะว่าจุดไหน เป็นประชาชน และพื้นที่ทหาร