ฝ่ายความมั่นคง จ.กาญจนบุรี เตรียมรับสถานการณ์ชายแดนบ้านพุน้ำร้อน หลังกองกำลังทหารเมียนมา ปะทะ KNLA
เมื่อวันที่ 21 เมษายน นายอธิสรรค์ อินทร์ตรา ผู้ว่าราชการจังหวัดกาญจนบุรี เปิดเผยว่า ได้มอบหมายให้นายวุฒิพงษ์ สุภัควนิช รองผู้ว่าราชการจังหวัดกาญจนบุรี ลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์กรณีผู้หนีภัยความไม่สงบชาวเมียนมาที่จุดผ่านแดนถาวรบ้านพุน้ำร้อน ต.บ้านเก่า อ.เมือง จ.กาญจนบุรี โดยมี พ.อ.พรรณศักย์ เพรียวพานิช ผบ.ร.29/ผบ.ฉก.ลาดหญ้า พร้อมรอง ผบ.ฉก.ลาดหญ้า ปลัดอำเภอเมืองกาญจนบุรี เจ้าหน้าที่ทหาร ตำรวจตรวจคนเข้าเมือง นายประสาน สงวนพันธ์ นายก อบต.บ้านเก่า ผู้ใหญ่บ้านในพื้นที่ เจ้าหน้าที่ อส. พร้อมเจ้าหน้าที่มูลนิธิพิทักษ์กาญจน์ ร่วมลงพื้นที่
เนื่องจากมีสถานการณ์ความไม่สงบในประเทศเมียนมา มีการปะทะกันระหว่างกองกำลังของทหารเมียนมา บก.ยศ.ที่ 1 และกองกำลัง KNLA กองพลน้อยที่ 4 ห่างจากชายแดนช่องทางบ้านพุน้ำร้อน ประมาณ 10 กิโลเมตร เป็นเหตุให้ราษฎรชาวเมียนมาจากบริเวณบ้านทิกิเกรงกลัวจะเกิดอันตรายจากการปะทะของทั้ง 2 ฝ่าย จึงอพยพมาอยู่บริเวณใกล้แนวชายแดนไทย บริเวณช่องทางบ้านพุน้ำร้อน ต.บ้านเก่า กว่า 300 คน ในช่วงเวลากลางวัน ส่วนตอนกลางคืน ราษฎรส่วนใหญ่จะทยอยกลับไปนอนที่บ้านของตนเอง

- ชายแดนกาญจน์ระอุ กะเหรี่ยงปะทะเดือดทัพเมียนมา ยึดฐานทิท่าสำเร็จ ทหารพม่าดับอื้อ
- เคเอ็นยู เตือนชาวเมียนมา เลี่ยงเส้นทาง-หมู่บ้านล่อแหลม ชี้ทัพพม่าเจตนาบอมบ์ปชช.
ทั้งนี้ ฝ่ายความมั่นคงของ จ.กาญจนบุรี ประกอบด้วย ทหารชุด ฉก.ลาดหญ้า ทหารพราน ฝ่ายปกครองอำเภอเมือง ตำรวจตรวจคนเข้าเมือง อบต.บ้านเก่า มีการเตรียมแผนรองรับสถานการณ์หากเกิดเหตุการณ์รุนแรงขึ้น อาจมีราษฎรฝั่งเมียนมาทะลักเข้ามา โดยเตรียมรองรับสถานการณ์ 4 จุด ดังนี้
จุดที่ 1 พื้นที่รับตัวผู้อพยพ บริเวณด่านไม้กระดกช่องทางบ้านพุน้ำร้อน เพื่อตรวจของผิดกฎหมาย ปลดอาวุธ
จุดที่ 2 พื้นที่พักพิง/พื้นที่ปลอดภัยชั่วคราว บริเวณตลาดประชารัฐพุน้ำร้อน เพื่อเป็นที่พักพิง การคัดกรองโรค ควบคุมการพัก

จุดที่ 3 จุดสกัดกั้น/คัดกรองผู้เกี่ยวข้อง บริเวณสามแยกอนามัยบ้านพุน้ำร้อน เพื่อเป็นจุดสกัด ป้องกันการหลบหนี คัดกรองบุคคลที่ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องเข้าพื้นที่
และจุดที่ 4 พื้นที่ตำบลรวบรวมพลเรือน (กรณีราษฎรไทยที่อยู่แนวชายแดนได้รับผลกระทบ) มีการเตรียมการพื้นที่ไว้เพื่อเป็นที่พักพิงให้กับราษฎรไทยที่อาจต้องอพยพออกจากพื้นที่ชั่วคราว ซึ่งต้องมีการหารือกันอีกครั้ง หากมีการอพยพจริง ได้แก่ 1.โรงเรียนบ้านห้วยน้ำขาว 2.หอประชุมหมู่บ้านพุน้ำร้อน 3.บก.กกล.สุรสีห์ (ส่วนหน้า) 4.โครงการชลประทานอ่างเก็บน้ำห้วยลำทราย
ปัจจุบันราษฎรเมียนมายังไม่อพยพเข้ามาเขตไทย แต่เจ้าหน้าที่ได้ให้การช่วยเหลือตามมนุษยธรรม

