หน้าแรก ภูมิภาค กิจ หลีกภัย ส...

กิจ หลีกภัย ส่งทนายแจง หลังศาลพิพากษาสั่งจำคุก จ่อยื่นอุทธรณ์คดีเช่าท่าเรือโดยมิชอบ

23.04.25 | 17:23 น.

กิจ หลีกภัย ส่งทนายแจง หลังศาลพิพากษาสั่งจำคุก จ่อยื่นอุทธรณ์คดีเช่าท่าเรือโดยมิชอบ ตั้งคำถาม เจ้าหน้าที่ ป.ป.ช.ตรัง ทำหน้าที่โดยมิชอบ เจ้าหน้าที่บางคนมีความขัดแย้งกันมาก่อน 


เมื่อเวลา 10.30 น. วันที่ 23 เมษายน ที่บ้านหลังหนึ่ง ใน ถ.วิเศษกุล ต.ทับเที่ยง อ.เมืองตรัง นายกิจ หลีกภัย อดีตนายก อบจ.ตรัง ส่งนายชัยพร ชูเสน ทนายส่วนตัว แถลงข่าวโต้กลับจากกรณีที่ปรากฏเป็นข่าวศาลอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ ภาค 9 ได้พิพากษาว่านายกิจ หลีกภัย อดีตนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดตรัง มีความผิดตามที่ ป.ป.ช.มีมติชี้มูลความผิด เรื่องทำบันทึกข้อตกลง MOU ให้บริษัท ชูไก จำกัด(มหาชน) นำเครื่องจักรกล 8 รายการ เข้าให้บริการยกขนสินค้าและจอดประจำที่ท่าเรือบ้านนาเกลือ โดยไม่เก็บค่าธรรมเนียมการจอด พร้อมกับตั้งคำถามว่า การแถลงข่าวของสำนักงาน ปปช.ตรัง ใช้อำนาจอย่างสุจริต ถูกต้องและเที่ยงธรรมแต่อย่างใด เป็นองค์กรที่มีไว้เพื่อกลั่นแกล้งกันทางการเมืองหรือไม่

อ่านข่าว ศาลอาญาทุจริต สั่งจำคุกพี่ชาย ชวน หลีกภัย 3 ปี 4 เดือน เช่าท่าเรือโดยมิชอบ

ในส่วน สำนักงาน ป.ป.ช.ตรัง มีมติชี้มูลความผิด เรื่องทำบันทึกข้อตกลง MOU ให้บริษัท ชูไก จำกัด(มหาชน) อันมีลักษณะเป็นการมอบหมายให้เอกชนกระทำการแทน อบจ.ตรัง จึงต้องปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ วิธีการและเงื่อนไข การกระทำที่ไม่ได้ศึกษาวิเคราะห์โครงการ ไม่ได้นำเสนอสภาฯ ไม่ได้เสนอผู้ว่าฯ ไม่ได้ประกาศเชิญชวน ไม่ได้จัดให้มีการประมูล จึงเป็นการกระทำการอันเป็นการฝ่าฝืนต่อพระราชบัญญัติ อบจ. 2541 และระเบียบกระทรวงมหาดไทย เป็นการกระทำโดยมิชอบด้วยหน้าที่ อันเป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 151 และเป็นความผิดตาม พรบ. ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามทุจริต นั้น เจ้าหน้าที่ประจำสำนักงาน ป.ป.ช.ตรัง ได้ถูกนายกิจ หลีกภัย แจ้งความดำเนินคดีในข้อหาหมิ่นประมาท ที่สถานีตำรวจภูธรเมืองตรัง และได้ร้องเรียนเจ้าหน้าที่ และ ผู้อำนวยการ ปปช.ตรัง ต่อประธานคณะกรรมการ ป.ป.ช. ให้ตั้งกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริงให้ลงโทษเจ้าหน้าที่ ปปช.ตรัง ด้วยเหตุความขัดแย้งดังกล่าว แสดงให้เห็นว่านายกิจ หลีกภัย มีความขัดแย้งกับกลุ่มเจ้าหน้าที่บางคนในสำนักงาน ปปช.ตรังจริง

Advertisement

และเจ้าหน้าที่ ปปช.ตรัง ได้ฟ้องคดีอาญานายกิจ หลีกภัย และ นายชาญยุทธ เกื้ออรุณ เป็นคดีอาญาหมิ่นประมาทต่อศาลจังหวัดตรังอีก 1 คดี เหตุดังกล่าวแสดงให้เห็นถึงความขัดแย้งระหว่างกลุ่มเจ้าหน้าที่บางคนในสำนักงาน ป.ป.ช.ตรัง กับ นายกิจ หลีกภัย อย่างชัดเจน เหตุที่ยืนยันได้เนื่องจากคดีดังกล่าวตนเป็นทนายความต่อสู้คดีให้นายกิจ หลีกภัย ซึ่งศาลได้มีคำพิพากษาให้นายกิจ หลีกภัย ชนะคดี เจ้าหน้าที่ ปปช.ตรัง ทั้ง 3 ศาล คือศาลชั้นต้น ศาลอุทธรณ์ และศาลฎีกา

ในคดีนี้มีการร้องเรียนว่า นายกิจ หลีกภัย ไม่ได้ปฏิบัติตามระเบียบกระทรวงมหาดไทย ไม่ปฏิบัติตาม พรบ. อบจ. เสนอความเห็นต่อคณะกรรมการ ป.ป.ช.ว่านายกิจ หลีกภัย จงใจฝ่าฝืน พรบ. อบจ.ไม่ปฏิบัติตามระเบียบกระทรวงมหาดไทย เป็นเจ้าพนักงานผู้มีหน้าที่ซื้อ ทำ จัดการ รักษาทรัพย์สินใด ๆ ใช้อำนาจในตำแหน่งโดยทุจริตอันเป็นการเสียหายแก่รัฐ และฐานเป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหรือ ละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ เพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใด ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 151 และมาตรา 157 จนสุดท้ายคณะกรรมการ ป.ป.ช.มีมติว่า การกระทำดังกล่าวของนายกิจ หลีกภัย ไม่ทำให้ราชการเสียหายเป็นจำนวนเงิน เนื่องจากเงินที่ได้รับจากการให้บริการยกขนสินค้าของบริษัทชูไก จำกัด อบจ.ตรัง เป็นผู้ทำหน้าที่จัดเก็บและตลอดระยะเวลา 2 ปีเศษ ที่ให้บริษัทชูไกนำเครื่องจักรกล มาให้บริการยกขนสินค้าให้ อบจ.ตรัง นั้น อบจ.ตรัง สามารถเรียกเก็บค่าธรรมเนียมได้ทั้งหมด 4,200,000 บาทเศษ แม้จะมีอุปสรรคในขั้นตอนการนำเงินเข้าคลังของ อบจ.ตรังก็ตาม คณะกรรมการ ป.ป.ช.จึงมีมติว่า อบจ.ตรังไม่มีความเสียหายเป็นจำนวนเงิน เพราะสามารถเก็บนำเงินเข้าคลังได้ทั้งหมด

ในส่วนคดีที่คณะกรรมการ ปปช.มีมติว่า การที่บริษัท ชูไก จำกัด(มหาชน) นำเครื่องจักรกล 8 รายการ เข้าให้บริการยกขนสินค้าและจอดประจำที่ท่าเรือบ้านนาเกลือเกิน 24 ชั่วโมง โดยไม่เก็บค่าธรรมเนียมการจอดนั้น คณะกรรมการ ปปช.มีมติว่า นายกิจ หลีกภัย ละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ ส่งสำนวนการไต่สวนให้อัยการสูงสุดยื่นฟ้องนายกิจ หลีกภัย ในข้อหา ละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 ศาลคดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบภาค 9 ได้มีการไต่สวนหรือพยานแล้วศาลอาญาคดีทุจริตภาค 9 ก็ได้มีคำพิพากษายกฟ้อง

ซึ่งทางจำเลยน้อมรับคำพิพากษาของศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบ ภาค 9 ซึ่งเป็นศาลขึ้นต้น แต่ในส่วนการไม่ปฏิบัติตามระเบียบกระทรวงมหาดไทย และศาลได้มีคำพิพากษาว่าจำเลยมีเจตนาฝ่าฝืน พรบ. อบจ.ตรัง เป็นความผิดตาม พรบ.ว่าด้วยการเสนอราคาต่อหน่วยงานราชการ เป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 151 เป็นเจ้าหน้าที่ผู้มีหน้าที่ซื้อ ทำ จัดการ รักษาทรัพย์ใด ๆ นั้น จำเลยยังคงยืนยันว่าตนเองไม่ได้ทุจริต ไม่ได้มีเจตนาฝ่าฝืน พรบ. อบจ.ตรัง ไม่ได้จงใจฝ่าฝืนระเบียบกระทรวงมหาดไทย เพียงแต่จำเลยไม่ได้ปฏิบัติตามแนวทางตามระเบียบกระทรวงมหาดไทย และไม่ได้ปฏิบัติตามพระราชบัญญัติ อบจ. ทั้งนี้มองว่าการตีความเป็นความเห็นที่แตกต่างกันในเรื่องระเบียบกฎหมายของนักกฎหมายเท่านั้นเป็นเรื่องปกติ แต่ต้องขึ้นอยู่กับความเป็นจริงด้วย มองว่าการแถลงข่าวของ ปปช.ตรัง ยังไม่ครอบคลุม

ในส่วนคดีศาลชั้นต้นได้มีคำพิพากษาว่านายกิจ หลีกภัย กระทำความผิดและเป็นการฝ่าฝืน พรบ. อบจ. ไม่ปฏิบัติตามระเบียบกระทรวงมหาดไทย และเป็นความผิดตาม พรบ.ว่าด้วยการเสนอราคา อันเป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 151 นั้น นายกิจ หลีกภัย ยังคงยืนยันด้วยความสุจริต ไม่ได้มีเจตนาทุจริต แต่ทำไปตามแนวทางเลขาฯเสนอความเห็น และเป็นไปเพื่อประโยชน์ของ อบจ.ตรัง เพื่อให้ท่าเรือบ้านนาเกลือมีเครื่องจักรพร้อมให้บริการยกขนสินค้า ซึ่งภายหลังจากทำสัญญาเช่าท่าเทียบเรือมาจากกรมธนารักษ์ 10 เดือน แล้ว ยังไม่มีเรือบรรทุกสินค้าเข้ามาใช้บริการ ไม่ก่อให้เกิดรายได้อก่ อบจ.ตรัง ซึ่งต้องรับภาระเสียค่าเช่าปีละ 1,000,000 บาท แก่กรมธนารักษ์ จึงหาทางออกแก้ไขปัญหาที่ไม่ต้องใช้งบประมาณ 124,000,000 บาท ไปใช้ในการซื้อเครื่องจักรมาใช้ยกขนสินค้า อบจ.ตรังก็ได้ประโยชน์เป็นค่าธรรมเนียมการให้บริการยกขนสินค้าเป็นจำนวนเงินสูงถึง 4,200,000 บาท ในห้วงระยะเวลา 2 ปีเศษ ปปช.จึงมีมติว่า อบจ.ตรังไม่มีความเสียหายเป็นจำนวนเงิน เป็นความเสียหายต่อระบบราชการ

ทั้งนี้นายกิจ หลีกภัย ขอใช้สิทธิในการอุทธรณ์ เพื่อให้ศาลอุทธรณ์ได้พิจารณาพิพากษาคดีอีกครั้ง เพราะนายกิจ หลีกภัย ยืนยันในความสุจริต ไม่ได้มีเจตนาหาประโยชน์เพื่อตนเองและพวกพ้องแต่อย่างใด