ป่าไม้-กรมเจ้าท่า ปักป้ายตรวจยึดที่ดินร้านอาหารดัง กลางเมืองภูเก็ต ให้ผู้ครอบครองชี้แจงใน 15 วัน
เมื่อเวลาประมาณ 10.00 น. วันที่ 24 เมษายน นายสรศักดิ์ รณะนันทน์ ผู้อำนวยการ ศูนย์ป่าไม้ภูเก็ต พร้อมด้วย นายณชพงศ ประนิตย์ ผู้อำนวยการสำนักงานเจ้าท่าภูมิภาคสาขาภูเก็ต สนธิกำลังและนำกำลังเจ้าหน้าที่ทั้งสองหน่วยงานสนธิกำลังกับ เจ้าหน้าที่สำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดภูเก็ต ตำรวจภูธรภาค 8 เจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองจังหวัดภูเก็ต กอ.รมน.จังหวัดภูเก็ต และ นายเฉลิมพงศ์ แสงดี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดภูเก็ต เขต 2 พรรคประชาชน รวมประมาณ 30 คน ร่วมเป็นสักขีพยานในการไปปักป้ายพื้นที่ตรวจยึดผู้ประกอบการร้านอาหารแห่งหนึ่ง ที่อยู่สุดซอยหัชนานิเวศน์ 1 เยื้องกับสำนักงานอัยการสูงสุด ในเนื้อที่ที่เจ้าหน้าที่รังวัดตรวจยึดเอาไว้ 4-0-29.25 ไร่ ติดชายฝั่งทะเลอ่าวภูเก็ต ที่ได้แจ้งความดำเนินคดีบุคคล 1 ราย ที่สถานีตำรวจภูธรเมืองภูเก็ต ตามประจำวัน ข้อ 20 เวลา 17.21 น. คดีอาญาที่ 308/68 ลงวันที่ 12 มีนาคม 2568 ห้ามบุคคลหนึ่งบุคคลใดเข้ายึดถือครอบครอง
โดยมีการติดตั้งบริเวณด้านนอกพื้นที่ที่มีการตรวจยึดริมชายฝั่งทะเลด้านซ้าย 1 จุด และบริเวณด้านนอกรั้วด้านขวาอีก 1 จุด หลังจากเมื่อ 2 วันที่ผ่านมาเจ้าหน้าที่หน่วยงานที่เกี่ยวข้องมอบหมายให้เจ้าหน้าที่ผู้ใต้บังคับบัญชานำป้ายดังกล่าวไปติดตั้ง แต่ผู้ที่อ้างว่าเป็นเจ้าของที่ดินบริเวณดังกล่าวมาคัดค้าน พร้อมกันนี้ยังมีการติดตั้งป้ายขนาดใหญ่ที่บริเวณด้านหน้าของพื้นที่ มีข้อความระบุว่า “ที่นี่เป็นที่ งอกจากโฉนดเลขที่ — เลขที่ดิน 307 ตำบลตลาดใหญ่ อำเภอเมืองภูเก็ต จังหวัดภูเก็ต ตามระวางนี้ห้ามบุกรุกโดยไม่ได้รับอนุญาต ลูกค้าที่มาใช้บริการยินดีต้อนรับ” และในระหว่างที่เจ้าหน้าที่ทุกฝ่ายปฏิบัติงาน รวมทั้งตัวแทนสื่อสารมวลชนจังหวัดภูเก็ตถ่ายภาพและทำข่าว
ปรากฏว่ามีผู้หญิงและชายฉกรรจ์ประมาณ 4 คน ใช้โทรศัพท์มือถือตามประกบและถ่ายภาพและคลิปเจ้าหน้าที่ รวมทั้งสื่อมวลชนทั้งหมดตลอดเวลา และยังพยายามซักไซ้ไล่เลียงผู้อำนวยการศูนย์ป่าไม้ภูเก็ต และผู้อำนวยการสำนักงานเจ้าท่าภูมิภาคสาขาภูเก็ตอีกส่วนหนึ่งด้วย

นายสรศักดิ์ รณะนันทน์ ผู้อำนวยการศูนย์ป่าไม้ภูเก็ต กล่าวว่า เนื่องจากในช่วงที่ผ่านมามีผู้ร้องเรียนกล่าวหาไปที่สำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดภูเก็ต จากนั้นหน่วยงานนี้ได้มอบหมายให้ศูนย์ป่าไม้ภูเก็ตและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าตรวจสอบพื้นที่ที่เป็นที่ตั้งของร้านอาหารแห่งนี้ เมื่อวันที่ 12 มีนาคม 2568 และเจ้าหน้าที่ทุกฝ่ายปฏิบัติตามหน้าที่จนมีการตรวจยึด ในจำนวนนี้มีสิ่งปลูกสร้างของกลางทั้งหมด 17 รายการ อยู่ภายในร้านอาหาร และจับกุมในข้อหาบุกรุก มีผู้ที่เกี่ยวข้อง 1 คน และแจ้งความดำเนินคดีอาญาที่สถานีตำรวจภูธรเมืองภูเก็ตเป็นที่เรียบร้อยแล้ว จึงกำลังอยู่ในขบวนการของกฎหมายชั้นต้น และในวันปฏิบัติงานในวันนั้นผู้เกี่ยวข้องเกี่ยวกับที่ดินที่ตรวจยึดไม่มีเอกสารใดๆ มาแสดง หรืออ้างกับเจ้าหน้าที่เลย
และในวันนี้ที่มาทำงานมาติดตั้งป้ายเป็นไปตามระเบียบของกรมป่าไม้ ว่าเมื่อมีการตรวจยึดแล้วจะต้องมีการติดตั้งป้ายแจ้งเอาไว้ว่าพื้นที่ดังกล่าวได้ดำเนินการจับกุม เช่นเดียวกับกรณีที่มีผู้บุกรุกครอบครองก่อสร้างพระใหญ่ ที่ป่าสงวนแห่งชาติป่าเทือกเขานาคเกิด ตำบลกะรน อำเภอเมืองภูเก็ต โดยไม่ได้รับอนุญาตและหลังจากการติดตั้งป้ายนี้ต้องเป็นหน้าที่ของพนักงานสอบสวนสถานีตำรวจภูธรเมืองภูเก็ตจะต้องรับผิดชอบดำเนินการต่อไป

ส่วนนายณชพงศ ประนิตย์ ผู้อำนวยการสำนักงานเจ้าท่าภูมิภาคสาขาภูเก็ต กล่าวว่า เจ้าท่ามีโอกาสได้ลงปฏิบัติงานร่วมกันกับหน่วยงานข้างเคียง หลังจากที่มีผู้ร้องเรียน โดยมีการเร่งรัดดำเนินการตรวจสอบ และได้ออกหนังสือให้เจ้าของร้านอาหาร ผู้ครอบครองผู้ใช้ประโยชน์พื้นที่ชี้แจงไปภายใน 15 วัน ว่าสิ่งปลูกสร้างที่อยู่แนวเขตทะเล ติดคลองเป็นเขื่อนดิน หรือบริเวณโดยรอบ ว่าได้รับอนุญาตอะไรหรือไม่
ทางร้านเองชี้แจงไปแล้ว ซึ่งลักษณะการชี้แจงนั้นเฉพาะในประเด็นที่เจ้าหน้าที่สอบถาม ว่าการดำเนินการเกี่ยวกับพื้นที่ใดๆ ได้รับอนุญาตจากหน่วยงานใด ในการที่จะสร้างสิ่งปลูกสร้างล่วงล้ำลำน้ำตามกฎหมายกรมเจ้าท่าดังกล่าว และประเด็นที่เจ้าของร้านอาหารชี้แจงเข้ามาให้ทราบนั้นไม่ได้ชัดเจน หรือในเบื้องต้นไม่มีใบอนุญาต ก็จะเป็นลักษณะอ้างว่าเป็นที่งอกต่างๆ ในเมื่อไม่มีใบอนุญาตต่างๆ ที่ได้รับอนุญาตจากเจ้าท่า หรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการที่จะปลูกสร้าง ไม่ว่าจะเป็นเขื่อนป้องกันตลิ่ง เขื่อนป้องกันน้ำเซาะ หรือ ถมดิน หินเรียงอื่นๆ โดยรอบบริเวณน้ำท่วมถึง
สำนักงานเจ้าท่าภูมิภาคสาขาภูเก็ตได้ออกคำสั่งในการรื้อถอนสิ่งปลูกสร้างดังกล่าวโดยรอบประมาณ 950 ตารางเมตร ความยาวประมาณ 140 เมตร เข้ามาด้านในด้วย ในเรื่องนี้มีคำสั่งให้รื้อถอนภายใน 90 วัน แต่ทั้งนี้เป็นคำสั่งทางปกครองที่ยังให้สิทธิเจ้าของ ผู้ครอบครองที่ดินนี้สามารถชี้แจงเอกสารพยานหลักฐานต่างๆ ไปยังเจ้าหน้าที่มาหักล้างกับคำสั่งนี้ภายใน 15 วัน หลังจากที่มีการอุทธรณ์ภายใน 15 วันแล้ว
เจ้าหน้าที่ยังมีเวลาที่จะพิจารณาอีกว่าเห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วย ขบวนการต้องเดินต่อไป ในเวลา 30 วัน ถ้าเจ้าท่าไม่เห็นด้วยก็ยกอุทธรณ์เจ้าของร้านอาหารไป และจะต้องแจ้งเจ้าของว่าเจ้าหน้าที่ไม่เห็นด้วย และขอให้ถือปฏิบัติตามคำสั่ง สาขาภูเก็ต จะต้องส่งเรื่องไปยังผู้บังคับบัญชา กรมเจ้าท่าในส่วนกลาง เพื่อที่จะพิจารณาการอุทธรณ์ภายใน 30 วัน ถ้ายังไม่แล้วเสร็จยังขยายเวลาได้อีก 30 วัน หรือรวมทั้งหมดทั้งขบวนการภายใน 90 วัน
แต่ถึงที่สุดแล้วเจ้าของร้านอาหารยังมีสิทธิในการที่จะไปร้องศาลปกครองได้อีกภายใน 90 วัน ในเรื่องนี้เจ้าหน้าที่เจ้าท่าให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย แต่เราต้องยึดถือกฎหมายเป็นหลักส่วนในทางด้านอาญานั้นทราบว่าในบ่ายวันที่ 24 เมษายน พนักงานสอบสวนสถานีตำรวจภูธรเมืองภูเก็ตจะเชิญเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานในการตรวจยึดที่ 4 ไร่เศษนี้ไปบันทึกปากคำเพิ่มเติม เพราะเจ้าหน้าที่เจ้าท่าได้ยื่นเรื่องไปยังสถานีตำรวจภูธรเรียบร้อยแล้ว กล่าวโดยสรุปคือเจ้าหน้าที่ดำเนินการทางด้านปกครองและอาญาควบคู่กันไป


