ประธานกลุ่มวิสาหกิจชุมชนผู้เลี้ยงชันโรงบ้านวัดยางงาม อ.ปากท่อ จ.ราชบุรี ไอเดียแปลก ใช้อุปกรณ์ง่ายๆ ในบ้านให้ชันโรงอยู่อาศัย ช่วยลดต้นทุน แปรรูปจำหน่ายได้ผลิตภัณฑ์ที่ดีมีคุณภาพ จากเงิน 300 บาท ขยายได้ถึง 500 รัง ในระยะ 10 ปี
การเลี้ยงชันโรงแบบง่าย สุดประหยัด ไม่ต้องลงทุนมาก ใช้วัสดุอุปกรณ์ของใช้ที่หาได้ง่าย ไม่ว่าจะเป็นกระบอกไม้ไผ่ กะลา ลำโพงเก่าๆ หม้อดิน ไห กระบอกเคี่ยวตาล นาฬิกา ขาพัดลม ท่อรถมอเตอร์ไซค์คันเก่าที่จอดทิ้งไว้ ศาลพระภูมิ และวัสดุอื่นๆ ที่หาได้ในท้องถิ่น
นางยอดขวัญ อุจะวาที อดีตทำอาชีพเร่ขายห่อหมก อยู่บ้านเลขที่ 23/1 หมู่ 1 ต.วัดยางงาม อ.ปากท่อ จ.ราชบุรี ปัจจุบันเป็นประธานกลุ่มวิสาหกิจชุมชนผู้เลี้ยงชันโรงบ้านวัดยางงาม ได้เก็บวัสดุเหลือใช้เหล่านี้นำมาให้ตัวชันโรง หรือผึ้งจิ๋ว ได้ทำรังอยู่อาศัย นอกเหนือจากที่ได้ทำเป็นกล่องไม้ขนาดต่างๆ วางเรียงซ้อนกันจนรอบตัวบ้านแทบไม่มีที่ว่าง หลังจากที่ก่อนหน้านี้เมื่อหลายปีก่อน ที่บ้านได้มีชันโรงมาอาศัยอยู่ใต้บันได มีการไล่และทำลายหลายครั้งแต่ตัวชันโรงยังไม่ยอมไปไหน ยังคงอาศัยอยู่ที่บ้านเรื่อยมา กระทั่งได้นำรถจักรยานยนต์พ่วงข้างออกขายห่อหมกในพื้นที่ใกล้เคียง ตามสวนของเกษตรกร พบเห็นมีกล่องไม้วางอยู่ในสวน ด้วยความสงสัยจึงได้สอบถามจนมารู้ว่าได้มีการนำชันโรงมาเลี้ยงในสวนเพื่อช่วยผสมเกสร ที่สำคัญยังสามารถนำน้ำผึ้งไปขายได้ในราคาแพงอีกด้วย
นางยอดขวัญกล่าวว่า ก่อนหน้านี้มีอาชีพเร่ขายห่อหมกไปตามพื้นที่รอยต่อ 3 อำเภอ 2 จังหวัด ทั้งฝั่ง อ.อัมพวา จ.สมุทรสงคราม และ อ.วัดเพลง จ.ราชบุรี ได้เห็นการเลี้ยงชันโรงและศึกษาข้อมูล ซึ่งที่บ้านก็ยังมีตัวชันโรงมาอยู่อาศัยด้วย โดยเริ่มต้นจากทุนเพียง 300 บาท เมื่อ 10 ปีที่แล้วได้ซื้อกล่องมา 3 ใบ มาต่อจากรังเล็กๆ ทุกวัน แต่ด้วยความที่อยากมีรายได้เหมือนกับทางพื้นที่ของอัมพวาก็เลยทดลองเลี้ยง ตอนนี้มีชันโรงประมาณ 500 รัง รอบบ้านเป็นรังเลี้ยง และเป็นรังธรรมชาติแยกมาอีกยังไม่ได้นับจำนวน ขณะที่รังจากธรรมชาติจะมีการแยกขยายเองอยู่เรื่อยๆ ปัจจุบันมีสมาชิกในกลุ่มชุดแรกประมาณ 10 คน และจะมีเพิ่มเข้ามาเรื่อยๆ ส่วนวัสดุที่ใช้นั้น ก่อนหน้านี้ ต.วัดยางงาม มีอาชีพเคี่ยวน้ำตาล จะมีพะองที่เป็นบันไดไม้ไผ่ปีนขึ้นไปปาดตาลบนต้นมะพร้าว มีกระบอกน้ำตาลเป็นไม้ไผ่แขวนอยู่ ตัวชันโรงบินเข้าไปอาศัย จึงมีแนวคิดนำมาแขวนไว้ให้ตัวชันโรงเข้าไปอยู่
“สำหรับผลผลิตที่ได้จากชันโรงสามารถสร้างรายได้จากการขายความรู้ และยังเก็บเป็นน้ำหวานมาจำหน่าย รวมทั้งนำน้ำหวานมาแปรรูปเป็นสบู่ก้อนน้ำผึ้งชันโรง สบู่เหลว สูตรออริจินัลสายพันธุ์ขนเงิน และสูตรน้ำผึ้งชันโรงหมักบ่มสมุนไพร เช่น หมักบ่มด้วยวานิลลารสชาติหวานอมเปรี้ยวมีกลิ่นหอม และหมักบ่มกระชายดำ ราคาจำหน่าย สบู่ก้อนราคาก้อนละ 40 บาท ส่วนน้ำผึ้งชันโรงมีราคาตั้งแต่ 350-1,800 บาท นอกจากนี้ ยังได้รับการสนับสนุนจากคณะอาจารย์มหาวิทยาลัยราชภัฏหมู่บ้านจอมบึง ได้เข้ามาดูแลให้ความรู้เพิ่มเติมด้วย ผึ้งชันโรงมีสรรพคุณที่มีประโยชน์ต่อร่างกาย เช่น มีสารต้านอนุมูลอิสระ มีฤทธิ์ยับยั้งเชื้อแบคทีเรีย ช่วยบำรุงสมอง ปรับสมดุลร่างกาย ลดการไอ เจ็บคอ ช่วยให้หลับง่าย ช่วยเพิ่มความชุ่มชื้นแก่ผิวกาย และอื่นๆ อีกมากมาย”
นางยอดขวัญกล่าวทิ้งท้ายว่า ตัวชันโรงจึงถือได้ว่าเป็นสัตว์ที่เป็นตัวชี้วัดเรื่องการใช้สารเคมีในพื้นที่ได้เป็นอย่างดี กรณีถ้าพื้นที่ไหนมีการใช้สารเคมีแล้ว ชันโรงหรือผึ้งจิ๋วก็จะไม่ไปอยู่อาศัย จึงทำให้แต่ละพื้นที่ที่มีการเลี้ยงนั้นบ่งชี้ได้ว่าการปลูกพืชผัก ผลไม้ต่างๆ มีความปลอดภัยจากสารเคมี 100% เกษตรกรจึงนำชันโรงไปเลี้ยงเพื่อช่วยในการผสมเกสร ทำให้ได้ผลผลิตดี และยังช่วยเพิ่มมูลค่าจากผลิตภัณฑ์การเลี้ยงชันโรงได้อีกทางหนึ่งด้วย
สำหรับผู้ที่สนใจอยากมาศึกษาเรียนรู้สามารถติดต่อได้ที่เพจ ยอดขวัญ ชันโรง เฟซบุ๊ก ยอดขวัญ อุจะวาที หรือโทร 06-1898-9906

