หน้าแรก ภูมิภาค ผบช.ภ.9 ระบุ ...

ผบช.ภ.9 ระบุ จนท.ทุกภาคส่วนเร่งติดตามกลุ่มคนร้ายทุกมิติ ลดเหตุรุนแรงพื้นที่ชายแดนใต้

29.04.25 | 17:07 น.

ผบช.ภ.9 ระบุ จนท.ทุกภาคส่วนเร่งดำเนินการติดตามกลุ่มคนร้ายทุกมิติ ลดเหตุรุนแรงพื้นที่ชายแดนใต้


เมื่อวันที่ 29 เมษายน ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่ จ.ยะลา พล.ต.ท.ปิยะวัฒน์ เฉลิมศรี ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 9 / รองผู้บัญชาการ ศูนย์ปฏิบัติการสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ระบุถึงเหตุความรุนแรงในพื้นที่จังหวัดชายแดนใต้อย่างต่อเนื่องว่า ในส่วนของการติดตามไล่ล่ากลุ่มคนร้ายที่ก่อเหตุความรุนแรงที่เคลื่อนไหวอยู่ในพื้นที่ อ.บันนังสตา อ.ธารโต จ.ยะลา และในพื้นที่ จ.ปัตตานี จ.นราธิวาส

ทางรัฐบาลได้กำชับกับส่วนที่เกี่ยวข้องทั้งหมดได้พยายามยกระดับเกี่ยวกับข่าวในเรื่องของการแจ้งเตือนจะมีการกระทำ แต่เนื่องจากว่าโดยสภาพพื้นที่ ส่วนหนึ่งมีการก่อเหตุเกิดขึ้นเกิดการสูญเสียกับกำลังพลซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นการปฏิบัติภารกิจในพื้นที่ห่างไกล ภูเขา ซึ่งเส้นทางต่างๆ บางครั้งเป็นเส้นทางบังคับแต่ได้เตือนกำลังพลไปแล้ว ส่วนหนึ่งเป็นการสูญเสียที่ไม่ควรเกิดขึ้น

ส่วนความคืบหน้าคนร้ายลอบวางระเบิดรถยนต์ ตชด.ในพื้นที่บ้านศรีท่าน้ำ ต.ธารโต อ.ธารโต จ.ยะลา ได้ให้เจ้าหน้าที่ชุดเก็บกู้และทำลายวัตถุระเบิด (EOD) เข้าไปที่เกิดเหตุ เก็บพยานหลักฐานต่างๆ ตัวพยานหลักฐานได้มากพอสมควร โดยคนร้ายมีการวางระเบิดค่อนข้างรุนแรงเนื่องจากสภาพถนนเส้นทางบังคับ 2 ข้างทางเป็นภูเขาสูง เป็นทางชันมีการใช้ลากสายซึ่งตรงนี้หวังผลค่อนข้างชัดเจนที่สำคัญน้องๆ ที่ได้รับการสูญเสีย กลับมาจากตรวจสุขภาพ ในหลักฐานที่พบในชั้นต้นพนักงานสอบสวนเข้าไปเก็บได้พอสมควรรอผลการตรวจแต่เชื่อว่ากลุ่มผู้ปฏิบัติการเป็นกลุ่มเดิมๆ ในพื้นที่

Advertisement

ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 9 ยังกล่าวอีกว่า ทางเจ้าหน้าที่ทุกภาคส่วนมีการดำเนินการทุกมิติ ตั้งแต่มาตรการการป้องกันเหตุ มีการบูรณาการกำลังในการทำคดีเมื่อมีเหตุเกิดขึ้นมีการบูรณาการกำลังในการสืบสวนสอบสวนการควบคุมตัว การหาพยานหลักฐานต่างๆ การกระทำผิดมีหลายอย่าง ในการดำเนินการในเรื่องของการสนับสนุนต่างๆ ในเรื่องทุกอย่างซึ่งเวลาดำเนินคดีไม่ใช่เฉพาะในคดีที่เรื่องของการก่อเหตุอย่างเดียว ในเรื่องของการยุยงปลุกปั่น การดำเนินคดีต้องใช้เวลาแต่จะพยายามทำให้ดีที่สุด ให้ทางเทคโนโลยีกำลังติดตามอยู่ถ้าเข้าองค์ประกอบความผิดต้องสืบสวนสืบหาตั้งแต่ผู้ดำเนินการ ผู้ที่เผยแพร่ข่าวสารต่างๆ ที่ไม่เป็นความจริงก็ดำเนินการตามเรื่องของกฎหมายที่เกี่ยวข้องต่อไป