หน้าแรก ภูมิภาค สาวถูกม้าแคระ...

สาวถูกม้าแคระกัดหลังบาดเจ็บ จ่อร้อง สคบ. หมดค่ารักษา 1.6 หมื่น แต่คาเฟ่จะช่วย 3 พัน

30.04.25 | 19:33 น.

สาวถูกม้าแคระกัดหลังบาดเจ็บ จ่อร้อง สคบ.  หมดค่ารักษา 1.6 หมื่น แต่คาเฟ่จะช่วย 3 พัน


จากกรณีผู้ใช้เฟซบุ๊กรายหนึ่งโพสต์ภาพบาดแผลเป็นรอยกัดที่หลัง พร้อมข้อความเตือนภัยว่า “ โดนม้าแคระที่คาเฟ่ กัดที่หลังค่ะ ค่าใช้จ่ายอยู่ประมาณ 16,000.- (ไม่รวมค่าเดินทาง) แต่ร้านจะรับผิดชอบ แค่ 3,000 บาท บอกว่า มีนโยบาย ให้รักษาที่ รพ.รัฐเท่านั้น”

เมื่อเวลา 15.00 น.วันที่ 30 เมษายน 68 ผู้สื่อข่าวเดินทางไปพบกับ น.ส.เอ (นามสมมุติ) อายุ 32 ปี พักในหมู่บ้านแห่งหนึ่งย่านเมืองนนทบุรี โดย น.ส.เอ ผู้ได้รับบาดเจ็บโชว์ร่องรอยบาดแผลที่ถูกม้าแคระในคาเฟ่แห่งหนึ่งกัดในระหว่างที่นำอาหารไปป้อน ซึ่งแม้เหตุการณ์จะผ่านมาเดือนกว่าแต่ยังคงเห็นสภาพบาดแผลที่ด้านหลังยังมีร่องรอยอยู่ โดยผู้เสียหายยังนำบิลค่ารักษาจากโรงพยาบาลเอกชนแห่งหนึ่งจำนวน 6 บิล รวมเป็นเงิน 16,000 บาท มาให้ผู้สื่อข่าวดู ซึ่งยังไม่ได้รวมค่าเดินทางและค่าเสียเวลา

น.ส.เอ ผู้เสียหาย กล่าวว่า เหตุการณ์เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 21 มีนาคม 68ที่ผ่านมา ได้พาหลานชาย 2 คนไปเที่ยวที่คาเฟ่แห่งหนึ่งที่ จ.พระนครศรีอยุธยา  ซึ่งเปิดเป็นคาเฟ่และมีสวนสัตว์ โดยเสียค่าผ่านประตูคนละ 120 บาท จะมีอาหารสัตว์มาให้คนละ 1 ถุง โดยขณะที่ให้อาหารกับม้าแคระเสร็จ ก็ถูกม้าแคระตัวใหญ่ที่สุด ยื่นหัวออกมาจากคอกและกัดเข้าที่แผ่นหลังของเธอ จนเกิดเป็นรอยช้ำห้อเลือด

Advertisement

น.ส.เอ กล่าวอีกว่า ในระหว่างนั้นพยายามมองหาเจ้าหน้าที่ของคาเฟ่เพื่อจะแจ้งเหตุให้ทราบ แต่มองหาอยู่นานก็ไม่พบ จึงตัดสินใจเดินทางกลับบ้านที่นนทบุรีเพื่อกลับมาหาหมอตามโรงพยาบาลที่ตนได้ทำประกันไว้ และมีประวัติการรักษาอยู่ เนื่องจากตนเคยฉีดยาป้องกันพิษสุนัขบ้าจากการถูกสุนัขกัดมาก่อน

หลังเข้ารับการรักษาแล้วตนจึงได้ตัดสินใจติดต่อกลับไปที่เพจของคาเฟ่ดังกล่าว พร้อมกับเล่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทั้งหมดให้ทางแอดมินเพจฟัง เพื่อขอให้ช่วยเรื่องค่ารักษาพยาบาลกับตนบ้าง โดยตนพร้อมส่งหลักฐานใบเสร็จค่ารักษาตามจริงไปให้ หลังผ่านไป 1 วันทางแอดมินก็เพจตอบกลับมาว่า ขอโทษที่ไม่ได้ดูแลลูกค้าให้ดี และบอกว่าจะมีเจ้าหน้าที่ติดต่อกลับมา แต่ก็ผ่านไปอีก 3-4 วันจึงมีสัตวแพทย์ติดต่อมาหาตนและได้ขอโทษตนกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น แต่ตนไม่ได้ต้องการอะไรมาก ขอแค่ให้เขาช่วยเหลือแค่ค่าบิลรักษาใบแรกที่ไปหาหมอจำนวน 7,800 บาท ส่วนที่เหลือตนจะจัดการเองทั้งค่าติดตามอาการ ค่ารถ ค่าเดินทาง แต่ทางสัตวแพทย์ตอบกลับมาว่าทางผู้บริหารมีนโยบายให้รักษากับโรงพยาบาลรัฐเท่านั้น ไม่สามารถไปรักษากับโรงพยาบาลเอกชนได้ แต่จะให้ค่ารักษาช่วยเหลือได้เพียงแค่ 3,000 บาทเท่านั้น ทำให้รู้สึกว่าเวลาของตนซึ่งมีค่า และก็ไม่ได้เรียกร้องอะไรที่มากเกินไปกับทางคาเฟ่แห่งนี้ อีกทั้งสถานที่แห่งนี้ก็กิจการใหญ่โต แต่กลับถูกปฏิเสธด้วยเหตุผลดังกล่าว จึงไม่ขอรับเงินจำนวนดังกล่าวไว้

ส่วนหนึ่งแม้ตนจะเข้าใจเห็นใจว่าสัตว์ไม่สามารถควบคุมได้ แต่ตนเป็นฝ่ายเสียค่าบัตรเข้าไป ตนไม่ได้แอบเข้าไปดูสัตว์จนทำให้เกิดเรื่อง เมื่อเกิดเหตุทางคาเฟ่เจ้าของสัตว์จึงควรรับผิดชอบ ไม่ใช่อ้างเหตุผลอื่นไปเรื่อย ซึ่งเรื่องนี้ตนได้ปรึกษาทาง สคบ.แล้ว ซึ่งทาง สคบ.ให้ยื่นเอกสารทั้งหมดไป รวมทั้งค่าใช้จ่ายที่ตนจ่ายไป รวมทั้งค่าเดินทางเพื่อแจ้งเรื่องร้องเรียนกับทางคาเฟ่แห่งนี้ต่อไป โดยตนได้แจ้งกับทางสัตวแพทย์คาเฟ่แห่งนี้ไปแล้ว

น.ส.เอ กล่าวอีกว่า อยากฝากเตือนผู้ปกครองที่จะพาเด็กๆไปเที่ยวสถานที่ที่มีสัตว์แบบนี้ เพราะจากที่เห็นในโซเชียลมีการถ่ายรูปกับสัตว์แบบใกล้ชิด หรือยื่นให้อาหารใกล้ชิดกับสัตว์นั้น ต้องระวังให้ดีเพราะไม่สามารถรู้ได้เลยว่าสัตว์เหล่านั้นจะมีอารมณ์หรือพฤติกรรมเป็นแบบไหน เขาอาจจะร้อน หิว หรือหงุดหงิดมาทำร้ายได้ตลอดเวลา โดยเฉพาะถ้าเหตุการณ์ไปเกิดขึ้นกับเด็กเล็กก็อาจจะได้รับบาดเจ็บไปมากกว่านี้ได้