แกนนำคณะก้าวหน้า-ประชาชน ลุยหาเสียงช่วยผู้สมัครชิงเก้าอี้นายก สท.เทศบาลนครเชียงใหม่
เมื่อเวลา 18.00 น. วันที่ 30 เมษายน ที่สำนักงานพรรคประชาชน จ.เชียงใหม่ เชิงสะพานนครพิงค์ อ.เมืองเชียงใหม่ จ.เชียงใหม่ นายธีรวุฒิ แก้วฟอง ผู้สมัครนายกเทศมนตรีนครเชียงใหม่ พรรคประชาชน จัดกิจกรรม ”รับเหมาปราศรัย เปิ้นว่าหมู่เฮา เป๋นคนสึ่งตึง“ มีนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ประธานคณะก้าวหน้า นายชัยธวัช ตุลาธน อดีตหัวหน้าพรรคก้าวไกล และนายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน ร่วมปราศรัย เพื่อช่วยหาเสียงให้กับผู้สมัครนายกเทศมนตรีนครเชียงใหม่ และผู้สมัครสมาชิกสภาเทศบาลนครเชียงใหม่ ( สท.) ของพรรคประชาชน
โดยมีชาวเชียงใหม่ร่วมรับฟังการปราศรัยจำนวนมาก ช่วงแรกเป็นการแนะนำตัวผู้สมัคร สท. ทั้ง 24 คน จาก 4 แขวง คือ เม็งราย กาวิละ ศรีวิชัย และนครพิงค์ ก่อนที่ ส.ส. จ.เชียงใหม่ พรรคประชาชน จะผลัดเปลี่ยนกันปราศรัย รวมทั้งนายวีระเดช ภู่พิสิฐ นายก อบจ.ลำพูน ก็เดินทางมาปราศรัยช่วยผู้สมัครของพรรคในสนามเลือกตั้งเทศบาลนครเชียงใหม่ด้วย

นายวีระเดช ปราศรัยเป็นภาษาเหนือว่า 11 พ.ค.นี้ เทศบาลนครเชียงใหม่จะประกาศให้คนวอกนักได้ฮู้ว่า ทั้งประเทศนี้ฮาหลวกแล้ว ปากกาของทุกคนเลือกเอาว่าจะมีค่า 8,000 ล้าน หรือจะมีค่าแค่ 2,500 ถ้าเฮาใจแข็ง 2,500 ก็ไม่เอา 3,000 ก็ไม่เอา แต่ 5,000 เอา แต่ไม่เลือก เป็นคนเชียงใหม่ เป็นคนรุ่นใหม่เป็นนักการเมืองใหม่ หัวใจต้องใหญ่กว่าตับ ตนเองฝ่ากระสุนมาแล้ว ชนะมาแล้วเป็นส้มเดียวในประเทศ เชียงใหม่ตามพูนมาให้ทัน 11 พ.ค.นี้วัดใจกันจะเจอกันได้ฉลองชัยชนะกันหรือไม่
จากนั้น นายชัยธวัช ได้ขึ้นกล่าวปราศรัยว่า พรรคประชาชน หรืออดีตพรรคก้าวไกลเรามีเสาหลักในการทำงาน 4 เสาเรียกว่า 4 ป. คือ ประชาธิปไตย ประสิทธิภาพ โปร่งใส และ ประชาชน นี่คือหลักในการทำงานของพรรคประชาชน ไม่ว่าจะเป็นระดับชาติหรือระดับท้องถิ่น ประชาธิปไตยสำคัญที่สุดต้องมีความรับผิดชอบต่อประชาชนเป็นที่สุด เพราะพี่น้องประชาชนเป็นเจ้าของอำนาจสูงสุดของประเทศ ผู้ตอบสนองพี่น้องประชาชนที่เป็นประชาธิปไตยต้องให้ประชาชนมีเข้ามามีส่วนร่วมในการคิด ทำ และเข้ามาตรวจสอบคนที่เข้าไปใช้อำนาจ ไม่ว่าจะเป็นระดับชาติ หรือท้องถิ่น หากชาวเชียงใหม่ให้ความไว้วางใจพรรคประชาชนเราจะเดินแนวทางนี้
“ยืนยันและมั่นใจตั้งแต่พรรคอนาคตใหม่ ก้าวไกล จนถึงพรรคประชาชน ประชาชนเป็นพื้นฐานและเป้าหมายสูงสุดของพวกเรา ประชาชนเท่านั้นที่มีบุญคุณและเป็นผู้มีอำนาจสูงสุดในประเทศนี้”นายชัยธวัช กล่าว
นายชัยธวัช กล่าวอีกว่า วันนี้พี่น้องรู้กันดีว่าประเทศไทยอาการโคม่าด้วยปัญหาของประเทศที่สะสมมาอย่างยาวนาน และไม่มีใครเข้าไปแก้ปัญหาที่ต้นตอ แต่วันนี้สถานการณ์โลกกำลังบีบสังคมไทย ความผันผวนไม่แน่นอนของโลก ทั้งการเมือง เศรษฐกิจกำลังบีบสังคมไทยว่าเราอยู่กันแบบเดิมไม่ได้แล้วเพราะเราจะตายกันหมดเราไม่ได้ตายกันหมดเพราะมีผู้นำที่ไม่มีความรู้ความสามารถเท่านั้น แต่โลกกำลังบอกว่าเราอยู่กันแบบนี้ไม่ได้

ดังนั้นอยากจะบอกว่าพี่น้องที่ยังลังเลกับพรรคประชาชน ขอโอกาสพิสูจน์การทำงานอยากจะบอกว่าเราอาจจะเห็นไม่ตรงกันในหลายเรื่องแต่เราเห็นตรงกันแน่นอนว่าสังคมไทยเป็นกันแบบนี้ไม่ได้อีกแล้ว เราต้องช่วยกันเปลี่ยนแปลง เพื่อชีวิตที่ดีขึ้น เราต้องเริ่มจากการเมือง ไม่ว่าจะเป็นระดับชาติ ระดับท้องถิ่นต้องเปลี่ยนแปลงควบคู่กันไป เพราะเราไม่มีความหวัง ไม่มีอนาคตแล้ว เพื่อวันพรุ่งนี้ที่ดีกว่า เพื่อประเทศไทย ไม่ว่าจะเป็นเชียงใหม่ หรือระดับชาติ ทุกคนต้องเดินเข้าคูหา นี่คืออาวุธสำคัญที่มี วันที่ 11 พ.ค. นี้ มาสร้างความเปลี่ยนแปลงนับหนึ่งไปด้วยกัน เริ่มที่เทศบาลนครเชียงใหม่
ด้านนายธนาธร ปราศรัยว่า เรามี 3 เหตุผลทำไมต้องเลือกผู้สมัครจากพรรคประชาชน เราต้องการผู้นำที่มีทักษะการบริหาร มีความรู้ความสามารถ และทะเยอทะยานด้วย แต่เหตุผลสุดท้ายการเลือกตั้งทุกครั้งคือโอกาส เราไม่จำเป็นต้องรอถึงการเลือกตั้งใหญ่ปี 2570 แต่เริ่มได้ที่บ้านของเรา เริ่มได้ที่เทศบาลนครเชียงใหม่ เราหมดหวังกับภาวะเศรษฐกิจ สังคม การเมือง และปัญหาฝุ่นควัน ตั้งแต่ตนเองลาออกจากธุรกิจมาทำงานการเมืองเมื่อปี 2561 วันนี้ปัญหาก็ยังเหมือนเดิมทุกปี
”ทุกการเลือกตั้งคือโอกาสของการเปลี่ยนแปลง ไม่ต้องรอการเลือกตั้งระดับประเทศ เราสามารถเปลี่ยนแปลงได้ที่บ้านของเรา ในวันที่ 11 พ.ค. นี้ มาทำให้เทศบาลนครเชียงใหม่เป็นตัวอย่างว่า เชียงใหม่เปลี่ยนไปในทางที่ดีขึ้นได้ ประเทศไทยก็ทำได้เช่นกัน ขอโอกาสให้ก้าวหน้า อนาคตใหม่ ก้าวไกล และประชาชนเข้ามารับใช้พี่น้องประชาชนในเขตเทศบาลนครเชียงใหม่ หวังว่าวันที่ 11 พ.ค.นี้ ผมจะได้เข้ามาร่วมกับเหมารับใช้พี่น้องประชาชน เพื่อร่วมกันเปลี่ยนแปลงประเทศ เปลี่ยนแปลงจังหวัด เปลี่ยนแปลงบ้านเมืองของเราให้ดีกว่านี้ไปด้วยกัน“นายธนาธร กล่าว

นายณัฐพงษ์ ให้สัมภาษณ์ว่า ชื่อกิจกรรมปราศรัยในวันนี้เพราะอยากเชิญชวนพี่น้องประชาชนมาฟังนโยบายดีๆ ส่วนประเด็นที่โต้ตอบกันก็เป็นประเด็นสีสัน แต่เนื้อหาสาระวันนี้ คือนโยบายดีๆที่ศึกษามาหลายปี พร้อมกับงบประมาณที่ทำได้จริง วันนี้จะเน้นปราศรัยเรื่องจุดยืนของพรรคตั้งแต่เป็นอนาคตใหม่จนถึงประชาชน ในฐานะหัวหน้าพรรคก็จะมายืนยันในหลักการที่สำคัญที่ยึดมั่นเหมือนเดิม คือวาระประชาชน และการแก้ไขปัญหาให้พี่น้องประชาชนเป็นหลัก ทั้งระดับประเทศและท้องถิ่น
ด้านนายธีรวุฒิ กล่าวว่า ตั้งเป้าหมายการเลือกตั้ง ขอคะแนนเท่ากับการเลือกตั้ง อบจ.ที่ผ่านมา จะพยายามยันคะแนนเดิมไว้ คือ 23,000 – 24,000 คะแนน ซึ่งน่าจะเพียงพอที่ทำให้เราเข้าไปทำงานได้ ส่วนกระแสข่าวการซื้อเสียงในการเลือกตั้งครั้งนี้ ยอมรับว่าได้ยินเข้าหูมาบ้าง แต่เราพยายามไม่โฟกัสเรื่องนี้ แต่เน้นไปที่อยากให้ทุกคนออกมาใช้สิทธิกันเยอะๆ ส่วนการซื้อเสียงเป็นหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ หากใครมีเบาะแสสามารถแจ้งได้ที่ กกต.หรือพรรคประชาชนได้


