ทางหลวงนนทบุรี ลงพื้นที่ตรวจสอบแยกแคราย หลังฝนตกน้ำท่วมจนชาวบ้านโพสต์ด่า เผยร่วมกับนครนนท์แก้ปัญหาร่วมกันกว่า 20 ปี เผยหลายพื้นที่ดีขึ้น
เมื่อวันที่ 1 พฤษภาคม นายโสภณ สังข์แป้น รองผู้อำนวยการแขวงทางหลวงนนทบุรี เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 31 เมษายนที่ผ่านมา ตนพร้อมด้วยพร้อมด้วยรองปลัดเทศบาลนครนนทบุรี ผู้อำนวยการฝ่ายโยธา สำนักการช่าง เทศบาลนครนนทบุรี ลงพื้นที่บริเวณสี่แยกแคราย อ.เมือง จ.นนทบุรี จุดเกิดปัญหาน้ำท่วมบ่อยครั้งเมื่อฝนตกหนัก ประกอบกับมีผู้ใช้เฟซบุ๊ก ทั้งไลฟ์และโพสต์ด่าเทศบาลนครนนทบุรีว่าไม่แก้ปัญหา
จากการลงพื้นที่ตรวจสอบร่วมกันพบว่าพื้นที่ดังกล่าวเป็นของแขวงทางหลวงนนทบุรีทั้งหมด ไม่ใช่พื้นที่ของเทศบาลนครนนทบุรี แต่ได้มีการประสานงานร่วมมือกันแก้ไขปัญหาน้ำท่วมมาตลอดเวลากว่า 20 ปี
นายโสภณกล่าวว่า ปัญหาน้ำท่วม โดยเฉพาะเทศบาลนครนนทบุรีเป็นเขตเมือง เมื่อฝนตกจะมีปัญหาน้ำท่วมผิวทางและปัญหาที่ตามมาคือรถติด เรื่องนี้ได้ร่วมกันแก้ไขปัญหามา 20 ปีแล้ว ตั้งแต่แขวงทางหลวงนนทบุรีเมื่อปี 2546 มีการบูรณาการร่วมกับเทศบาลนครนนทบุรีมาตลอด
นายโสภณกล่าวอีกว่า ยกตัวอย่างที่แยกแครายจะเห็นว่ามีการเปลี่ยนแปลงหลายอย่าง จากเดิมเมื่อฝนตกน้ำจะท่วมทั้งสองฝั่ง แต่ปัจจุบันน้ำท่วมเฉพาะจุดพื้นที่ต่ำ เช่น บริเวณหน้าป้อมตำรวจ ปัญหาคือสโลป 5 เลน น้ำไปลงตรงนั้นทั้งหมด แขวงทางหลวงจึงแก้ปัญหาโดยทำท่อส่งน้ำขึ้นไปทางกระทรวงสาธารณสุข แต่ปัญหาที่เจอคือจุดส่งน้ำอยู่ที่ช่องจราจรที่ 2 แต่น้ำมากองอยู่ขอบทางเชื่อมเลนที่ 1 ตรงทางเท้า จึงจะทำจุดรวมน้ำใหม่ แล้วส่งไปลงคลองบางซื่อน้อย ซึ่งเทศบาลก็จะมีการพัฒนาคลองบางซื่อน้อยด้วยในเร็วๆ นี้
“พื้นที่เปราะบางอีกจุดหนึ่งคือบริเวณใต้ทางด่วนงามวงศ์วาน ถนนงามวงศ์วาน เมื่อปี 2548 จำได้ว่าฝนตกทีไรน้ำท่วมถึงทางเท้า ก็มีการแก้ปัญหามาต่อเนื่อง เทศบาลก็ไปทำรางระบายน้ำใต้ทางด่วน และระบบสูบน้ำลงคลองบางเขน ส่วนกรมทางหลวงทำท่อลอดเอาน้ำจากฝั่งวัดบัวขวัญรอดไปฝั่งเดอะมอลล์ อันนี้เป็นการบูรณาการกัน เรามีการบูรณาการกันตลอด มีการหยิบยืมเครื่องมือ เช่น รถดูดเลน ซึ่งระหว่างแขวงทางหลวงนนทบุรีกับเทศบาลนครนนทบุรีแค่ยกโทรศัพท์คุยกันขอใช้เครื่องไม้เครื่องมือก็สามารถมาช่วยกันได้” นายโสภณกล่าว
นายโสภณกล่าวว่า เรื่องการแก้ปัญหาการจราจรจะเห็นว่าถึงแม้ฝนไม่ตกรถก็ติด เพราะถนนรัตนาธิเบศร์เป็นจุดเชื่อมต่อระหว่างนอกเมืองกับในเมือง รถจากบางใหญ่ที่จะเข้าวิภาวดีต้องผ่านแยกแคราย และเดิมสะพานข้ามแยกแครายมี 4 ช่องจราจรไปและกลับ แขวงทางหลวงได้บูรณาการร่วมกับเทศบาล โดยทุบแบริเออร์ตรงกลาง และเพิ่มเป็น 5 ช่องจราจร เช้าเข้ากรุงเทพฯ 3 เลน ออก 2 เลน และมีไฟชี้ช่องจราจร ถึงเทศบาลนครนนท์ขอใช้พื้นที่ไปติดไฟ 4 ช่องจราจร ซึ่งทำให้การจราจรคล่องตัวยิ่งขึ้น
นายโสภณกล่าวอีกว่า ส่วนพื้นที่ทางเท้าต่างๆ ปัจจุบันมีการพัฒนาไปมากขึ้น ปีนี้แขวงทางหลวงนนทบุรีได้รับงบประมาณจากกรมทางหลวงมากว่า 20 ล้านบาท จะทำทางเท้าริมถนนติวานนท์ ตั้งแต่หน้าสถาบันโรคทรวงอกไปถึงหน้ากรมชลประทานทั้งสองฝั่ง รวมทั้งปรับปรุงระบบการระบายน้ำ บ่อพักต่างๆ ตลอดแนว พื้นที่ของกรมทางหลวงที่อยู่ใน จ.นนทบุรี มีหลายเส้นทาง ล้วนแต่อยู่ในเมืองทั้งสิ้น ทางหลวงดูแลไม่ว่าจะเป็นทางเท้าชำรุด บ่อพักท่อระบายน้ำอุดตัน แต่เนื่องจากแขวงทางหลวงได้รับงบประมาณแต่ละปีจำกัด บางอย่างก็อาศัยเทศบาลในการที่จะมาช่วย ทั้งอาศัยเครื่องจักรและบุคลากรมาช่วยกันบริหารจัดการ
“ที่ผ่านมาเทศบาลนครนนทบุรีกับแขวงทางหลวงนนทบุรี กรมทางหลวง ได้บูรณาการร่วมกันจัดการปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนมาอย่างต่อเนื่อง ขอแจ้งประชาชนว่าถ้าอะไรที่เกี่ยวข้องกับกรมทางหลวง ดูได้จากป้าย หรือทางเท้า ขอให้โทรที่หมายเลข 1586 สายด่วนกรมทางหลวง แต่ประชาชนเขาเห็นว่าอะไรที่เร็วเขาก็จะแจ้งไปที่เทศบาล แต่สายด่วนจริงๆ ที่จะส่งมาถึงแขวงทางหลวงนนทบุรีคือเบอร์ 1586” นายโสภณระบุ
นายโสภณกล่าวว่า ส่วนทางเท้าที่เสียหาย มีกรณีถ้าเป็นเรื่องเร่งด่วน ประชาชนอาจจะเดินตกลงไปได้ เมื่อเห็นก็หาอะไรมาขวางไว้ก่อน หรือเทศบาลมีหน่วยเคลื่อนที่เร็ว หากรวยยางมาวางไว้และแจ้งไปที่แขวงทางหลวง หมวดทางหลวงซึ่งอยู่ในพื้นที่ก็จะออกมาดำเนินการได้ทันที
“งานร้องเรียน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องทางเท้าหรืออะไรต่างๆ เยอะมาก แต่เราจะดูว่าอะไรสำคัญ เราให้ความปลอดภัยของประชาชนเป็นหลัก เช่น ถ้าทางเท้าเดินแล้วจะตกอันนี้สำคัญมาก ก็จะมาซ่อมแซมทันที” นายโสภณกล่าว

