จบด้วยดี ผอ.รพ.ขับรถชน 2 นักข่าว จ่ายเยียวยา รายละ 2.5 และ 2.8 แสนบาท ยังเหลือคดีเมาแล้วขับ
วันที่ 2 พ.ค.68 ผู้สื่อข่าวรายงานความคืบหน้าล่าสุด กรณีเกิดอุบัติเหตุ ผอ.รพ.แห่งนึ่งในจังหวัดชัยภูมิ เมาแล้วขับรถยนต์ชนนักข่าวที่มาจากส่วนกลางที่เดินทางมาทำข่าวในพื้นที่ จ.ชัยภูมิ เกิดเมื่อช่วงเวลา 22.00 น.ของวันที่ 30 เม.ย.68 ที่ผ่านมา จนทำให้นักข่าวจาก 2 สำนักงานข่าวได้บาดเจ็บ 2 ราย ตามที่มีสำนักข่าวนำเสนอข่าวไปแล้วนั้น
ล่าสุดเมื่อช่วงบ่ายวันนี้ (2 พ.ค.)ที่ผ่านมา ที่สถานีตำรวจภูธรเมืองชัยภูมิ ทางผู้อำนวยการโรงพยาบาลดังกล่าว ที่เป็นคนที่ขับรถยนต์นั่งส่วนบุคคล ฟอร์จูเนอร์ สีขาว ทะเบียนหมวดจังหวัดชัยภูมิ เขียนข้างรถ “กระทรวงสาธารณสุข” พร้อมด้วยทนายความส่วนตัวและตัวแทนได้เดินทางมาเจรจากับทีมข่าวทั้ง 2 สำนักอีกครั้งหลังนักข่าวผู้บาดเจ็บทั้ง 2 รายได้ออกจาก รพ.ชัยภูมิ ได้เดินทางมาให้ปากคำที่ สภ.เมืองชัยภูมิ เพิ่มเติมในวันนี้เพื่อดำเนินคดีอาญากับ ผอ.รพ.เมาแล้วขับรายนี้ตามขั้นตอนกฏหมายต่อไป
โดยล่าสุดวันนี้ทั้ง 2 ฝ่ายได้เจรจาไกล่เกลี่ยกับทีมข่าว 2 ช่องดังกล่าวจากช่องไทยรัฐทีวีและอัมรินทร์ทีวี เป็นรอบที่ 3 หลังจากช่วงเช้ามีที่ผ่านมาทางตัวแทน ผอ.รพ. มาตกลงการเรื่องพร้อมที่จะรับผิดชอบเรื่องค่าเยี่ยวยากับ นายเอส อายุ 33 ปี ผู้ช่วยช่างภาพ(ช่องอัมรินทร์ทีวี) และนายทศวรรษ อายุ 35 ปี ช่างภาพ(ช่องไทยรัฐทีวี) ซึ่งวันนี้มี พ.ต.ท.ธนะสิทธิ์ อุดมพรวรชัย รอง ผกก.สภ.เมืองชัยภูมิ เป็นพยานในการเจรจา ใช้เวลากว่า 2 ชั่วโมง ซึ่งทางผู้อำนวยการโรงพยาบาลดังกล่าว ได้ยินยอมที่จะชดใช้ค่าสินไหมทดแทนให้กับนักข่าวทั้ง 2 ราย
คือ 1. นายเอส ที่มีใบรับรองแพทย์จากโรงพยาบาลชัยภูมิ ลงความเห็นอาการว่ามีผลกระทบทางสมอง จำเหตุการณ์ไม่ได้ ส่วนผลการวินิจฉัยโรค แล้วสมองได้รับการกระทบกระเทือนจากอุบัติเหตุดังกล่าว ทาง ผอ.รพ.ดังกล่าวจึงขอแสดงความระบผิดชอบขอจ่ายค่าเยียวยาให้เป็นจำนวนเงิน 280,000 บาท
และ 2. นายทศวรรษ ที่มีใบรับรองแพทย์จากโรงพยาบาลชัยภูมิ ลงความเห็นอาการว่ามีแผลถลอกจำนวนมากตามร่างกายบริเวณ เอวซ้าย เข่าซ้าย เข่าขวา ส่วนผลวินิจฉัยโรคกล้ามเนื้ออักเสบ จากอุบัติเหตุรถชนดังกล่าว ทาง ผอ.รพ.ได้เยียวยาเป็นเงินจำนวน 250,000 บาท เพื่อขอแสดงความรับผิดชอบในกรณีที่เกิดขึ้นในครั้งนี้ในเบื้องต้นแล้ว
ซึ่งมีรายงานว่า ด้านผู้อำนวยการโรงพยาบาลดังกล่าว ได้เปิดเผยว่า วันนี้ได้เดินทางมาเจรจาและจ่ายค่าเยียวยากับทั้ง 2 คนนักข่าวเรียบร้อยแล้ว และหลังจากนี้แต่ละฝ่ายจะได้ดำเนินงานในส่วนอื่นๆต่อไป ส่วนตนเองหลังจากนี้คงจะต้องไปต่อสู้คดีอีกหลายๆอย่าง และฝากขอบคุณสื่อมวลชนในครั้งนี้ด้วย ตนเองพร้อมรับผิดชอบทางแพ่งทั้งหมดแล้ว ส่วนคดีอาญาจากนี้ไป ตนเองก็ต้องขอสู้ตามขั้นตอนกฏหมายต่อไป

