หนุ่มแบงก์ ถูกเพื่อนสนิทขับเก๋งไล่ชน ลงมายิงกว่า 10 นัด ดับคาที่ หลังนั่งกินเหล้าแล้วมีปากเสียง พยานเล่านาทีก่อเหตุ
เมื่อเวลา 01.00 น. วันที่ 3 พฤษภาคม เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี ได้รับแจ้งเหตุมีผู้ถูกยิงเสียชีวิตในรถเก๋ง ภายในซอยต้นสน 15 ต.ปากเกร็ด อ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี จึงประสานแพทย์จากสถาบันนิติวิทยาศาสตร์ เจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐาน จ.นนทบุรี และเจ้าหน้าที่อาสาสมัครมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง เข้าตรวจสอบ
ที่เกิดเหตุห่างจากปากต้นสน 15 ประมาณ 20 เมตร พบรถยนต์ยี่ห้อฮาวาล รุ่น JOLION สีดำ ด้านหลังมีร่องรอยถูกชน ที่เบาะคนขับพบศพ นายวีรวัฒน์ สาขะจันทร์ อายุ 39 ปี หรือ หนุ่ม พนักงานธนาคาร ชาว จ.นครพนม สวมเสื้อยืดแขนสั้นสีดำ กางเกงขายาวสีดำ เบื้องต้นพบมีบาดแผลถูกยิงที่ชายโครงด้านขวา 6 นัด แขนขวา 2 นัด พบปลอกกระสุนปืน หน้ารถ 3 นัด ข้างรถด้านซ้าย 1 นัด เบาะฝั่งคนขับ 5 นัด ที่พื้นฝั่งคนขับ 1 นัด
ส่วนผู้ก่อเหตุคือ นายสิทธิพงษ์ หรือแม็ก อายุ 41 ปี ซึ่งเป็นเพื่อนที่มาเที่ยวดื่มเหล้าด้วยกันที่ร้านเหล้าถนนเลี่ยงเมืองปากเกร็ด แล้วมีเรื่องชกต่อยกันที่หน้าร้าน ผู้เสียชีวิตได้ขับรถออกมา ส่วนผู้ก่อเหตุได้ขับเก๋งฮอนด้า สีขาวตามมาไล่ชนท้าย แล้วลงมาก่อเหตุกระหน่ำยิงจนนายวีรวัฒน์เสียชีวิต

นายอัฐพล อายุ 28 ปี คนเห็นเหตุการณ์ กล่าวว่า ตนเองและกลุ่มเพื่อน นั่งเล่นกันอยู่บริเวณหน้าร้านสะดวกซื้อปากซอยต้นสน 15 จากนั้นได้ยินเสียงคนทะเลาะกันก่อนที่จะได้ยินเสียงปืนดังขึ้น 7-8 นัด หลังจากเสียงปืนเงียบลงมีรถเก๋งยี่ห้อฮอนด้า ซีวิคสีขาว สภาพด้านหน้ามีร่องรอยพังเสียหายขับพุ่งออกมาจากซอยข้ามมาซอยอีกฝั่งหนึ่ง แต่ซอยดังกล่าวนั้นเป็นซอยตัน รถจึงขับย้อนออกมาเลี้ยวมุ่งหน้าออกไปทางถนนแจ้งวัฒนะ ตนเองจึงขับขี่จักรยานยนต์ไล่ติดตามไปแต่ไม่ทัน ไปคาดกันบริเวณช่วงหน้าปากซอยแจ้งวัฒนะ-ปากเกร็ด 20 ซึ่งไม่มั่นใจว่ารถคันดังกล่าวนั้นจะขึ้นสะพานพระราม 4 หรือมุ่งหน้าไปบริเวณห้าแยกปากเกร็ด
น.ส.นาว อายุ 30 ปี พนักงานแบงค์ เพื่อนผู้เสียชีวิต กล่าวว่า ผู้เสียชีวิตและผู้ก่อเหตุเป็นเพื่อนสนิทกัน มานั่งกินเหล้าที่ร้านย่านถนนเลี่ยงเมืองปากเกร็ด จากนั้นมีปากเสียงกันเรื่องที่ผู้ก่อเหตุชวนไปดื่มต่อ แต่ผู้เสียชีวิตปฏิเสธ จนเกิดมีเรื่องเกือบชกต่อยกัน ตนจึงบอกให้ออกไปคุยที่ด้านนอกร้านเมื่อออกมาคุยกันก็มีเรื่องชกต่อยกันจนผู้ก่อเหตุได้รับบาดเจ็บคิ้วแตก จากนั้นผู้ก่อเหตุก็ขับรถออกไปก่อน ซึ่งตนไม่แน่ใจว่าเป็นเรื่องนี้หรือเปล่า มารู้อีกทีก็ขับรถไล่ชนและยิงกัน

ด้านนายเมธาพัฒน์ เมธีวินพัฒน์ อาสาสมัครมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง กล่าวว่า หลังจากได้รับแจ้งว่ามีคนถูกยิงได้รับบาดเจ็บจึงเร่งเดินทางเข้ามาตรวจสอบ เมื่อมาถึงก็พบผู้บาดเจ็บนั่งหมดสติ อยู่บริเวณที่นั่งคนขับโดยมีหญิงสาวนั่งประคองตัวอยู่ด้านซ้าย ตนเองและเพื่อนอาสาจึงนำคนเจ็บลงมาเพื่อจะทำการปั๊มหัวใจแต่ตรวจสอบแล้ว พบว่าเสียชีวิตจึงเร่งแจ้งตำรวจให้เข้ามาตรวจสอบ เบื้องต้นพบบาดแผลร่องรอยถูกยิงบริเวณชายโครงด้านขวาประมาณ 6-7 นัด แขนขา 2-3 นัด และภายในรถพบปลอกกระสุนปืนประมาณ 6 ปลอก รอบรถจำนวน 4 ปลอก
ต่อมาเวลา 03.00 น. แพทย์จากสถาบันนิติวิทยาศาสตร์ มาตรวจชันสูตรเบื้องต้น พบผู้เสียชีวิตถูกยิงที่ลำตัวจำนวน 10 นัด แขนทะลุมาโดนชายโครงจำนวน 3 นัด รวม 13 นัด พบปลอกกระสุนเพิ่มที่พื้นห้องโดยสาร เบาะคนขับ และหน้ารถ รวม 18 ปลอก หัวกระสุน 2 นัด จากนั้นตรวจสอบร่องรอยการชนที่ด้านหลังพร้อมเก็บหลักฐานทั้งหมดส่งตรวจสอบ ส่วนร่างผู้เสียชีวิตมอบให้เจ้าหน้าที่กู้ภัยนำส่งสถาบันนิติวิทยาศาสตร์เพื่อชันสูตร
จากการสอบถามนายโอม เพื่อนผู้เสียชีวิต ทราบว่า ประมาณ 20.00 น. มานั่งดื่มกันจนถึง 00.30 น. จนออกมามีเรื่องหน้าร้าน หลังจากนั้นก็แยกย้ายกันกำลังจะกลับ พอมาถึงจุดนี้ตนไม่ทราบว่าเกิดอะไร น้องที่อยู่ในรถเดียวกับผู้เสียชีวิตเล่าว่าผู้ก่อเหตุขับรถไล่หลังมาแล้วมาชนท้าย ผู้เสียชีวิตจึงจอดรถแล้วเปิดกระจกขอโทษ ผู้ก่อเหตุก็ใช้อาวุธปืนยิงเลย เขาสองคนรู้จักกันมา 10 ปี กอดคอเต้นกัน ปกติเขาเที่ยวด้วยกันปกติ รักกันเหมือนพี่น้อง ตนว่าสาเหตุน่าจะเกิดจากสาเหตุจากที่โดนต่อย ไม่ได้เกี่ยวกับเรื่องผู้หญิง

เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตำรวจเชิญตัวเพื่อนที่มาเที่ยวด้วยกันที่ร้านเหล้าไปสอบปากคำ ที่สภ.ปากเกร็ด ด้านตำรวจชุดสืบสวนอยู่ระหว่างไล่กล้องตามเส้นทางที่ผู้ก่อเหตุคาดว่าจะใช้หลบหนี เพื่อเร่งติดตามตัวมาดำเนินคดี สำหรับสาเหตุยังไม่ทราบแน่ชัดว่าเป็นเรื่องมีปากเสียงกันในร้านเหล้า หรือสาเหตุอื่นเนื่องจากเจ้าหน้าที่ตำรวจเก็บปลอกกระสุนได้จำนวนมาก
เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตำรวจตรวจสอบที่เกิดพร้อมเก็บรวมบวมหลักฐาน พร้อมนำตัวเพื่อนที่อยู่ในรถอีกสองคนไปสอบปากคำที่ สภ.ปากเกร็ด ด้านเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนอยู่ระหว่างตรวจสอบกล้องวงจรปิด เพื่อติดตามผู้ก่อเหตุมาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป ส่วนศพให้เจ้าหน้าที่อาสาสมัครมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง นำส่งสถาบันนิติวิทยาศาสตร์เพื่อชันสูตรพลิกศพต่อไป


