โผล่แล้ว! กลุ่มรับบริจาคเงินหมื่น ยืนยันมีตัวตน ทำจริง แต่ไม่ได้เรี่ยไร-ข่มขู่ ไม่ได้ขออนุญาตเพราะลืม
กลุ่มที่ถูกกล่าวหาไปเรี่ยไร เรียกเก็บเงินจากผู้ประกอบการรายละหมื่น เดินทางไปลงบันทึกประจำวันแล้ว ยืนยันตัวตนว่าไม่ได้เป็นมิจฉาชีพ ไม่ได้หลอกลวงตามจิตศรัทธาใครจะบริจาคหรือไม่ก็ได้ ยอมรับไม่ได้ขออนุญาตเรี่ยไรในแต่ละพื้นที่เพราะลืม งานงอกหรือไม่มีกลุ่มรถบรรทุกร้องต่อโดนกลุ่มนี้เรียกรับผลประโยชน์
กรณีนายทศพล อายุ 32 ปี เจ้าของร้าน TA ทศพล อิเล็กทรอนิกส์ ใน อ.กระสัง จ.บุรีรัมย์ ร้องผ่านสื่อเพื่ออยากให้เป็นกระบอกเสียงแจ้งเตือนประชาชนและหน่วยงานในจังหวัดบุรีรัมย์ ให้ระวังกลุ่มที่ทำตัวคล้ายมิจฉาชีพมาขอบริจาคช่วยเหลือคนพิการ ผู้ยากไร้ และเพื่อเป็นกองทุนให้กับกลุ่มของตัวเอง ด้วยการนำหนังสือมายื่นถึงวัตถุประสงค์แล้วขอรับบริจาคแลกกับเหรียญที่ระลึก เหมือนจงใจขู่บังคับให้ทำตาม โดยส่วนตัวของนายทศพล ระบุว่าถูกชายกลุ่มนี้ขอเรียกรับบริจาคเป็นเงิน 10,000 บาท ตามที่นำเสนอเป็นข่าวไปแล้วนั้น
ล่าสุดกลุ่มคนดังกล่าวรวม 4 คน เป็นชาย 2 หญิง 2 เดินทางมาที่ สภ.เมืองบุรีรัมย์ เพื่อต้องการมาลงบันทึกประจำวันแสดงตัวตนถึงกรณีที่เกิดขึ้น และมาขอยืนยันว่าพวกตนทำถูกต้อง
นายตุ๋ย หมื่นสาย ฝ่ายประชาสัมพันธ์ หนังสือพิมพ์ฉบับหนึ่ง (ไทยสยาม) ประจำจังหวัดนครราชสีมา กล่าวว่า พวกตนเดินทางมาจากจังหวัดนครราชสีมา เพื่อมาช่วยหาเงินเข้า ”ศูนย์บริการคนพิการทางจิตใจหรือพฤติกรรมจังหวัดบุรีรัมย์”
ไม่ได้มาเรี่ยไร หรือข่มขู่ตามเป็นข่าว ตรงกันข้ามทางเราต้องการช่วยเหลือผู้พิการ และผู้ยากไร้ที่ยังขาดโอกาส แต่ไม่ได้เรี่ยไรเพียงอย่างเดียว พวกตนมีวัตถุมงคลมามอบให้ผู้บริจาคด้วย ทุกอย่างพวกตนทำตามขั้นตอน
แต่ยอมรับว่าไม่ได้ขออนุญาตเรี่ยไรตามอำเภอเพราะไม่มีเวลา ส่วนผู้ใดจะทำบุญเท่าไหร่พวกตนไม่ได้ติดใจไม่บริจาคเราก็ไม่บังคับ และยอมรับว่าได้เข้าไปขอบริจาคทุกหน่วยงานราชการ ไม่เว้นวัด หรือโรงเรียน
ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า ระหว่างที่กลุ่มคนดังกล่าวกำลังจะลงบันทึกประจำวัน ได้รับรายงานว่า นายทศพล จริตรัมย์ ชายที่ถูกกลุ่มคนดังกล่าวข่มขู่ขอบริจาค ได้เดินทางไปแจ้งความที่ สภ.กระสัง อ.กระสัง จ.บุรีรัมย์ กล่าวหาคนกลุ่มนี้ฐานเรี่ยไรโดยไม่ได้รับอนุญาต นอกจากนี้ยังมีกลุ่มผู้ประกอบการรถขนดินรับถมที่ ร้องเรียนไปมายังตำรวจภูธรภาค 3 ว่าหนึ่งในกลุ่มนี้ (นายตุ๋ย หมื่นสาย เสื้อแดง) ไปเรียกรับผลประโยชน์รถขุดดินในหลายพื้นที่ของจังหวัดบุรีรัมย์ ซึ่งกำลังอยู่ระหว่างการสืบสวน

