รวบ 2 หนุ่มไล่แทงหนุ่มวิน จยย.ดับกลางเมืองอุดรฯ สารภาพเพิ่งเสพยาบ้า 2 เม็ด อ้างคนตายลักมือถือ
เมื่อเวลา 20.30 น. วันที่ 4 พฤษภาคม 2568 ขณะที่ ร.ต.อ.สถาพร สวัสดี รอง สวป. สภ.เมืองอุดรธานี นำกำลังออกตรวจพื้นที่รับผิดชอบ รับแจ้งเหตุมีชายถูกอาวุธมีดแทงบนฟุตบาธ บาดเจ็บสาหัส เหตุเกิดฝั่งตรงกันข้ามกับกับร้านขายโทรศัพท์มือถือแห่งหนึ่ง ใน ถ.ประจักษ์ศิลปาคม ต.หมากแข้ง เขตเทศบาลนครอุดรธานี จึงรุดออกไปตรวจสอบ พร้อมด้วยตำรวจสายตรวจ อาสากู้ภัยมูลนิธิส่งเสริมธรรมแห่งอุดรธานี
ที่เกิดเหตุพบผู้บาดเจ็บทราบชื่อภายหลังคือ นายกันต์ อายุ 35 ปี ชาว ต.หนองนาคำ อ.เมืองอุดรธานี มีอาชีพ วินจยย. ถูกอาวุธมีดไม่ทราบขนาด แทงเข้าบริเวณหน้าอกด้านซ้าย ตัดขั้วหัวใจ นอนหงายตาค้าง ร่างจมกองเลือดอยู่บนฟุตบาธ โดยมี น.ส.อรทัย รอง ผจก.ร้านสะดวกซื้อ และเป็นภรรยาผู้บาดเจ็บ มาให้การกับเจ้าหน้าที่ เบื้องต้นได้เร่งนำผู้บาดเจ็บส่ง รพ.กรุงเทพ อุดรธานี แต่ทนพิษบาดแผลไม่ไหว เสียชีวิตในเวลาต่อมา
จากการตรวจสอบกล้องวงจรปิดร้านนวดแผนโบราณ ที่อยู่ฝั่งตรงข้ามกับจุดเกิดเหตุ พบคนก่อเหตุเป็นชายจำนวน 2 คน ชื่อนายปอน และเพื่อนที่สวมหมวกสีเหลือง เสื้อแขนยาวสีน้ำตาล กางเกงขายาวสีดำ รองเท้าผ้าใบสีขาว กึ่งเดินกึ่งวิ่งข้ามถนนจากไปหาผู้ตาย ที่เดินอยู่บนฟุตบาธคนละฝั่งถนน จากนั้นได้ยินเสียงทะเลาะและต่อสู้กัน และได้ยินเสียงผู้ตายร้องจากการถูกอาวุธมีดแทง จากนั้นผู้ก่อเหตุทั้ง 2 คน ได้พากันเดินหลบหนีออกจากที่เกิดเหตุ ไปทางตลาดสถานีรถไฟอุดรธานี ที่อยู่ห่างไปประมาณ 1 กม.

ต่อมาเวลา 23.00 น. พ.ต.อ.พัฒนวงศ์ จันทร์พล ผกก.สภ.เมืองอุดรธานี ได้สั่งการให้ตำรวจชุดสืบสวน เข้าจับกุมตัวนายปฏิวัติ หรือปอน อายุ 27 ปี ชาว ต.กุดโบสถ์ อ.เสิงสาง จ.นครราชสีมา และ นายวุฒิกรณ์ หรือบอย อายุ 26 ปี ชาว ต.โพนทอง อ.บ้านแพง จ.นครพนม ผู้ก่อเหตุ หลังจาก น.ส.ขวัญฤทัย อายุ 31 ปี ชาว อ.บ้านผือ จ.อุดรธานี ภรรยาของนายปอน ติดต่อตำรวจเพื่อขอมอบตัว ซึ่งจับกุมได้ที่ห้องเช่าแห่งหนึ่งไม่ไกลจากที่เกิดเหตุ และที่หน้าสถานีรถไฟอุดรธานี ก่อนควบคุมตัวไปชี้จุดเกิดเหตุ และนำตัวมาสอบสวนที่โรงพัก
นายบอย สารภาพว่า เป็นคนลงมือแทงนายกันต์ จนเสียชีวิตจริง แต่ไม่ได้ตั้งใจ เป็นการป้องกันตัวมากกว่า เพราะคนตายจะวิ่งเข้าจะทำร้าย และมาถูกคมมีดที่ตนถือไว้เอง รู้สึกเสียใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น หลังรู้ว่าคนเจ็บเสียชีวิตแล้ว ก่อนเกิดเหตุตนเสพยาบ้าไป 2 เม็ด ส่วนนายปอน เพื่อนรุ่นพี่ไม่รู้ว่าเสพยาบ้ามาด้วยหรือไม่ และอาวุธมีดพับที่ใช้ก่อเหตุ ตนเอาไว้ใช้ตัดหลอดดูดยาบ้าเท่านั้น ซึ่งทำหล่นหายขณะหลบหนี
ด้านนายปอน สารภาพว่า ก่อนเกิดเหตุได้เสพยาบ้าไป 2 เม็ด ผู้ตายเคยรู้จักมาก่อน ตั้งแต่อยู่ร้านเจ๊น้อยหลัง บขส.อุดรธานี แห่งที่ 1 แต่ไม่ค่อยเห็นเขามานานแล้ว ก่อนหน้านี้ช่วงสงกรานต์ เขาลักโทรศัพท์มือถือ ยี่ห้อซัมซุงตนไป ราคา 3,000 บาท ขณะเขามานอนเล่นที่ห้องเช่าของตน เขาอ้างว่าทะเลาะกับเมีย เมื่อไปขอคืนหลายครั้ง เขาก็ไม่ยอมรับ และไม่ยอมคืนให้ กระทั่งวันนี้ตนและนายบอยได้ไปทวงอีก โดยมีภรรยาตนมาด้วย ขณะเข้าไปทวงคืน เหมือนกับเขาจะเข้ามาทำร้ายตน หลังจากมีปากเสียง จนเกิดการต่อสู้ นายบอยจึงใช้มีดแทงสวนผู้ตายล้มลงกับพื้น ไม่รู้ว่าจะถึงขั้นเสียชีวิต จากนั้นพวกตนก็ได้พากันแยกย้ายกันหลบหนี

สอบถาม น.ส.ขวัญฤทัย เล่าว่า ตนเป็นแฟนปอน ทีแรกว่าจะเดินไปตลาดซื้อของ ไม่คิดว่าเขาจะมาเจอกันกลางทาง และเข้าไปตีกันแทงกันจนถึงขั้นเสียชีวิต ตอนนั้นนายปอนกับบอยอยู่อีกฝั่งของถนน ส่วนนายเอ็มผู้ตายอยู่กับเพื่อนเขาคนละฝั่งถนน แฟนของตนเป็นคนวิ่งไปหานายเอ็ม เพื่อทวงมือถือคืน แล้วได้ชกต่อยกับเพื่อนของนายเอ็ม และไม่ได้เป็นคนแทงนายเอ็ม คนที่ลงมือแทงคือนายบอย สาเหตุมาจากเรื่องโทรศัพท์ที่นายเอ็มขโมยของนายปอนจากห้องพัก
”แฟนไปทวงคืนหลายครั้ง ผู้ตายก็เอามีดไล่ฟันนายปอนสามีตน ไม่รู้เขามีเรื่องขัดแย้งอะไรกันมาก่อน ทำไมไม่ยอมคืนโทรศัพท์ให้สามี กระทั่งวันนี้บังเอิญมาเจอกัน พอสามีไปถามเขา เขาก็ไม่ให้คืน หลังก่อเหตุก็ได้แยกย้ายกันหลบหนีไป ตนกับนายสามีก็ไปซื้อของที่ตลาดยูดีทาวน์ เมื่อปรึกษากันแล้ว จึงโทรศัพท์แจ้งตำรวจให้สามีมอบตัว เพราะสามีไม่ได้ทำอะไรผิด จากนั้นจึงโทรไปบอกให้นายบอยมามอบตัวที่หน้าสถานีรถไฟอุดรธานี พวกตน 3 คน ทำงานที่เดียวกัน ซึ่งตนทำงานขายผักและเข็นผักในตลาดไทยอีสาน ส่วนผู้ตายขับรถจักรยานยนต์รับจ้างในสถานีขนส่งแห่งที่ 1”
ด้าน พ.ต.อ.พัฒนวงศ์ จันทร์พล ผกก.สภ.เมืองอุดรธานี เปิดเผยว่า ขณะนี้นายบอย มือแทง ยังไม่เปิดปากว่าเอาอาวุธมีด และเสื้อผ้าและหมวกที่สวมใส่ตอนก่อเหตุไปซุกซ่อนไว้ที่ไหน ซึ่งทางตำรวจจะได้สอบปากคำอย่างละเอียดในคืนนี้อีกครั้ง เบื้องต้นได้แจ้งข้อกล่าวหา นายบอย และนายปอนว่า “ร่วมกันทำร้ายผู้อื่นเสียชีวิต เสพยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาบ้า) โดยฝ่าฝืนต่อกฎหมาย” ส่วน น.ส.ขวัญฤทัย ภรรยาของนายปอน ทางตำรวจได้กันไว้เป็นพยาน เนื่องจากโทรติดต่อตำรวจพานายปอนผู้เป็นสามี และนายบอย เข้ามอบตัว


