ทะเลหมอกจาเราะกางา อเมซอนแห่งอาเซียน อันซีนเบตงสู่สายตานักวิ่งเทรลโลก
ที่จุดชมวิวทะเลหมอกจาเราะกางา อ.เบตง จ.ยะลา ในวันนี้มีนักท่องเที่ยวมาก ซึ่งส่วนมากที่มาเยี่ยมชมส่วนใหญ่เป็นนักวิ่งเทรล หรือนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ เนื่องจากความงดงามที่สามารถมองเห็นวิว 2 แผ่นดินได้ 360 องศา ทั้งฝั่งไทยและฝั่งมาเลเซีย แถมยังมีความพิเศษด้วยสภาพอากาศในแต่ละวันที่แตกต่างกัน ทำให้วิวทะเลหมอกจาเราะกางาในแต่ละวันงดงามไม่ซ้ำกัน “ทะเลหมอกจาเราะกางา” เป็นอีกหนึ่งจุดชมวิวทะเลหมอก 360 องศา ที่สามารถมองเห็นตัวเมืองเบตงและฝั่งประเทศมาเลเซีย และเพื่อเผยแพร่ ประชาสัมพันธ์สถานที่ท่องเที่ยวในพื้นที่ เพื่อเชิญชวนให้นักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวมาเลเซีย สิงคโปร์ อินโดนีเซีย เดินทางมาสัมผัสแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติในเขตเทศบาลเมืองเบตง ซึ่งเป็นจุดชมทะเลหมอกอีกแห่งที่อยู่ห่างจากตัวเมืองเบตงประมาณ 4 กิโลเมตรเท่านั้น
สำหรับทะเลหมอกจาเราะกางา ตั้งอยู่ที่ชุมชนจาเราะกางา มีความสูงจากระดับน้ำทะเลประมาณ 1,557 ฟุต เป็นจุดชมวิวทะเลหมอก 2 แผ่นดิน และเป็นจุดชมทะเลหมอกที่อยู่ในเขตเทศบาลเมืองเบตง จ.ยะลา ทั้งยังเป็นพื้นที่ที่มีระบบนิเวศทางธรรมชาติที่สมบูรณ์ สามารถพบเห็นเฟิร์นบัวแฉก เป็นเฟิร์นดึกดำบรรพ์ที่สุดชนิดหนึ่งของโลก เฟิร์นบัวแฉกมีต้นตระกูลที่ถือกำเนิดขึ้นเมื่อประมาณ 225 ล้านปี เฟิร์นบัวแฉกเป็นพืชหายาก แทบสูญพันธุ์ไปจากป่าเมืองไทย ขณะนี้สามารถหาดูได้ที่เขาหลวงและป่าบางแห่งทางภาคใต้เท่านั้น
นายมะนาเซ อาแยกือจิ รองประธานวิสาหกิจชุมชนทะเลหมอกจาเราะกางา&ถ้ำลับแลจาเราะอายัม เปิดเผยว่า หากได้มาชมทะเลหมอกจาเราะกางาก็จะได้พบเห็นพืชพรรณไม้หายากและใกล้สูญพันธุ์ เช่น มหาสดำ (ชื่อวิทยาศาสตร์: Cyathea podophylla) เป็นพืชในวงศ์ Cyatheaceae เป็นพืชพื้นเมืองในจีน ไต้หวัน เวียดนาม ลาว ไทย กัมพูชา และหมู่เกาะรีวกีว พบในที่สูง 600-1000 เมตรใบเป็นใบประกอบแบบขนนก ฐานใบย่อยแหลม ก้านใบสั้น มีเกล็ดสั้น พูใบย่อยแยกไม่ลึก เส้นใบมีขนทั้ง 2 ด้าน ก้านใบร่วมสีม่วงเข้ม ซอรัสไม่มีเกล็ด เมื่อขึ้นไปบนเขาก็จะพบพรรณไม้หายาก เช่น ไผ่ลายดอกกุหลาบ เสม็ดแดง หวานป่า กรดใบด่าง ปรงทะเล และเฟิร์นบัวแฉก หนึ่งในพืชดึกดำบรรพ์ตระกูลเฟิร์นอันหลากหลายบนภูเขาจาเราะกางา พบขึ้นตามชายป่าดิบชื้น ริมห้วยหรือตามไหล่เขาที่ระดับความสูงมากกว่า 1,000 เมตร
“นอกจากนี้ เฟิร์นบัวแฉกยังได้เป็นสัญลักษณ์บนถ้วยรางวัลการแข่งขันวิ่งเทรล Amazean Jungle Thailand by UTMB ซึ่งปีนี้มีนักวิ่งจากทั่วทุกมุมโลกสมัครเข้าร่วมกิจกรรมทั้งหมด 3,977 คน แบ่งเป็น นักวิ่งเทรล 2,323 คน ฟันรัน 1,654 คน รวม 56 สัญชาติ ดังนี้ ไทย 48% มาเลเซีย 33% จีน 4% สิงคโปร์และเวียดนาม 2% และสัญชาติอื่นๆ รวม 11% ส่วนประเภทการวิ่งแบ่งออกเป็น 5 ระยะ ดังนี้ 1.Betong 100M (111 กม.) 2.Tunnel 100K (87 กม.) 3.Jungle 50K (51 กม.) 4.Mist 20K (23 กม.) และ 5.Flower 20K (17 กม.) สำหรับการแข่งขันวิ่งเทรล Amazean Jungle Thailand by UTMB เป็นการแข่งขันวิ่งเทรลระดับโลก หนึ่งในรายการ UTMB World Series นับเป็นรายการที่ 2 ของประเทศไทย สะท้อนบทบาทของไทยในวงการวิ่งเทรลระดับโลก ซึ่งมีการจัดแข่งขันที่ อ.เบตง จ.ยะลา ตลอด 6 ปี (พ.ศ.2566-2571) และจากการที่ อ.เบตง จ.ยะลา เป็นเมืองชายแดนและเมืองท่องเที่ยวโอบล้อมไปด้วยผืนป่าที่มีความอุดมสมบูรณ์ จนได้รับฉายาว่าอเมซอนแห่งอาเซียน และมีความหลากหลายทางด้านวัฒนธรรมที่งดงาม จึงทำให้มีการตั้งชื่อรายการแข่งขันว่า Amazean Jungle Thailand by UTMB ถือเป็นกิจกรรมที่ช่วยขับเคลื่อนและกระตุ้นเศรษฐกิจ ส่งเสริมการท่องเที่ยวและสร้างการมีส่วนร่วมของชุมชน โดยเฉพาะอย่างยิ่งการส่งเสริมภาพลักษณ์ชายแดนใต้สู่สายตานักวิ่งเทรลและผู้คนจากหลากหลายพื้นที่”
นายมะนาเซทิ้งท้ายว่า นอกจากนี้ เส้นทางวิ่งเทรลที่เบตงยังมีเส้นทางวิ่งที่เป็นป่าดิบชื้นบวกกับสภาพอากาศที่ไม่สามารถคาดเดาได้ว่าจะพบกับอากาศที่ร้อน หรือฝนตก จึงถือเป็นอีกเส้นทางวิ่งที่มีความท้าทายสำหรับนักวิ่งเทรลจากทั่วโลกที่สมัครเข้าร่วมการแข่งขันในรายการนี้เป็นอย่างมาก


