ชาวเหล่าหมีใจจดจ่อ รอผลสอบแอนแทรกซ์ พ้อปศุสัตว์ไม่แจ้ง บอกจะรู้ผล ตั้งแต่ 2 พ.ค. หวั่นพาวิตกกว่าเดิม
เมื่อวันที่ 5 พฤษภาคม ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากสถานการณ์แพร่ระบาดโรคแอนแทรกซ์ในพื้นที่จังหวัดมุกดาหาร ในวันนี้มีการนำดินมาถมบริเวณที่มีการชำแหละวัวในบริเวณสวนยาง บ้านโคกสว่าง หมู่ 6 ตำบลเหล่าหมี อำเภอดอนตาล จังหวัดมุกดาหาร เพื่อป้องกันไม่ให้สปอร์ของเชื้อแอนแทรกซ์แพร่กระจายออกไป
โดยเจ้าหน้าที่สำนักงานปศุสัตว์อำเภอดอนตาล นำโซดาไฟมาผสมน้ำแล้วใส่ฝักบัวไปเทราดลงพื้นดินทั่วทั้งบริเวณที่มีการชำแหละวัว ก่อนจะให้รถขนนำดินมาถมแล้วใช้รถไถบดอัด จนได้ระดับความสูงระดับเหนือพื้นดินเดิม 50 เซนติเมตร
นายทัศนเทพ รักพิทักษ์กุล ผู้ใหญ่บ้านโคกสว่าง หมู่ 6 ตำบลเหล่าหมี กล่าวว่า นับตั้งแต่มีข่าวผู้เข้ามาชำแหละวัวในสวนยาง บ้านโคกสว่างเสียชีวิต 1 คนและป่วยอีก 2 คน จากนั้นก็ได้มีส่วนราชการจากหลายหน่วยงานเข้ามาในหมู่บ้านทั้งสาธารณสุข ฝ่ายปกครอง และปศุสัตว์



ในตอนแรกชาวบ้านก็รู้สึกดีใจ เพราะเห็นหลายหน่วยงานทำให้มีความมั่นใจว่าจะได้รับการดูแลให้ปลอดภัยจากการแพร่ระบาดของโรคแอนแทรกซ์ โดยทางเจ้าหน้าที่ปศุสัตว์ได้นำดินจากบริเวณจุดที่มีการชำแหละวัว และขอเนื้อวัว ซึ่งได้มาจากการชำแหละวัวในวันที่ 28 เมษายน ซึ่งชาวบ้านแช่ไว้ในตู้เย็นเพื่อส่งไปตรวจที่ศูนย์วิจัยและพัฒนาการสัตวแพทย์ภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน และมีข่าวว่าจะรู้ผลประมาณวันศุกร์ที่ 2 พฤษภาคม
แต่จนถึงวันนี้ ซึ่งมีทั้งปศุสัตว์เขต 4 ผู้เชี่ยวชาญด้านการพัฒนาสุขภาพสัตว์และบำบัดโรคสัตว์ ปศุสัตว์จังหวัดมุกดาหาร และหัวหน้าด่านกักกันสัตว์มุกดาหาร เข้ามาในพื้นที่หมู่บ้านโคกสว่าง แต่กลับไม่ยอมแจ้งให้ชาวบ้านทราบถึงผลการตรวจดินบริเวณจุดชำแหละ ตลอดจนสิ่งของที่เอาไปจากชาวบ้านเป็นจำนวนมาก อาทิ เนื้อวัวและเครื่องในวัวจากการชำแหละเมื่อวันที่ 28 เมษายนที่ผ่านมาที่ชาวบ้านเก็บไว้ในตู้เย็น และเขียงที่ใช้หั่นเนื้อ ว่าผลการตรวจเป็นอย่างไรบ้าง


โดยมีแต่เจ้าหน้าที่เข้ามาสั่งห้ามไม่ให้บริโภคของที่อยู่ในตู้เย็นโดยต้องเอาทิ้งและทำความสะอาดตู้เย็นให้ปลอดเชื้อ แต่กลับไม่บอกว่าสิ่งที่เอาไปติดเชื้อหรือไม่อย่างไร และสิ่งของที่ถูกเอาไปแม้กระทั่งเขียงและมีดจนถึงบัดนี้ก็ไม่ได้มีหน่วยงานใดออกมารับผิดชอบคืนให้แก่ชาวบ้านแต่อย่างใด
นายทัศนเทพกล่าวต่อว่า การที่หน่วยราชการ โดยเฉพาะปศุสัตว์ไม่แจ้งผลให้ชาวบ้านทราบ ทำให้ต่างพากันยิ่งวิตกกังวล และเกิดความเครียดซ้ำหนักขึ้นไปอีก ทั้งที่เกี่ยวกับชีวิตและสุขภาพอนามัยของตัวชาวบ้านจึงเป็นสิ่งที่ควรจะได้รับทราบข่าวสารของทางราชการ แต่กลับถูกปิดบังอำพรางดังกล่าว ยังอยากเรียกร้องให้กรมปศุสัตว์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ช่วยแก้ไขความทุกข์ร้อน ความเดือดเนื้อร้อนใจและความเครียดของชาวบ้านในเรื่องดังกล่าวด้วย

