หน้าแรก ภูมิภาค ร้องส.ว.สอบดี...

ร้องส.ว.สอบดีเอสไอ ปล่อยบุคคลที่3บริหารโรงสกัดปาล์มทั้งที่อยู่ระหว่างอายัดตรวจสอบทางคดี

6.05.25 | 16:15 น.

เอกชนร้องส.ว. ชงปธ.กมธ.การเกษตรสอบดีเอสไอ ปล่อยบุคคลที่ 3 เข้าบริหารโรงสกัดปาล์มทั้งที่อยู่ระหว่างอายัดตรวจสอบทางคดี 2ปีแล้วคดีอืด โอดทุ่มซื้อ 300ล้านแต่ไม่ได้บริหาร แต่กลับให้มือที่สามเข้าซื้อผลผลิต-สกัดน้ำมันปาล์มดิบส่งขายหน้าตาเฉย เดินหน้าร้องนายกฯ-รมว.ยธ.-กก.สิทธิฯต่อ หวั่นมือดีฉกฉวยผลประโยชน์จากการประกอบการมหาศาล


ตรัง – เมื่อวันที่ 6 พฤษภาคม ที่บ้านสุระบาล อำเภอห้วยยอด จังหวัดตรัง ผู้บริหารบริษัท กระบี่วิเศษน้ำมันปาล์ม จำกัด อำเภอคลองท่อม จังหวัดกระบี่ นำโดยนายปกครอง ชูศรี กรรมการผู้มีอำนาจลงนามบริษัท พร้อมคณะ นำหลักฐานการซื้อ-การขาย ประวัติความเป็นมา และหลักฐานการครอบครอง ตลอดจนใบอนุญาตประกอบกิจการโรงงาน ของโรงงานสกัดน้ำมันปาล์ม โรงที่ 2 สาขาคลองท่อม อำเภอคลองท่อม จังหวัดกระบี่ ซึ่งบริษัทได้ซื้อกิจการต่อมาจากชุมนุมสหกรณ์ชาวสวนปาล์มน้ำมันกระบี่ ที่ประกาศขายกิจการในราคากว่า 300 ล้านบาท รวมทั้งมีคำพิพากษาศาลว่าโรงงานดังกล่าวเป็นของบริษัท กระบี่วิเศษปาล์มน้ำมัน จำกัด โดยชอบธรรม เข้าร้องเรียนต่อนายธวัช สุระบาล ส.ว.ตรัง ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการการเกษตรและสหกรณ์ วุฒิสภา เพื่อให้ตรวจสอบ หลังจากก่อนหน้านี้กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ได้เข้าไปอายัดโรงงาน ประกอบด้วยทรัพย์สินทั้งหมด รวมทั้งเครื่องจักรที่ใช้สำหรับสกัดน้ำมันปาล์ม เพื่อตรวจสอบประกอบการทำคดีการทุจริตภายในชุมนุมสหกรณ์ชาวสวนปาล์มน้ำมันกระบี่ จำกัด ซึ่งเป็นเจ้าของกิจการเดิม

นายปกครองเปิดเผยว่า ทางบริษัทได้ซื้อโรงงานดังกล่าวมาจากการประกาศขายกิจการของชุมนุมสหกรณ์ชาวสวนปาล์มน้ำมันกระบี่เมื่อวันที่ 23 มีนาคม 2564 ก่อนหน้าที่ดีเอสไอจะได้อายัดโรงงานในครั้งแรกเมื่อปี 2565 และต่อมาดีเอสไอก็ได้โอนคดีให้กับดีเอสไอภาคที่จังหวัดสุราษฎร์ธานี และมีการเข้าไปตรวจยึดและอายัดของกลางอีกครั้งเมื่อวันที่ 22 เมษายน 2567 โดยทางตนเอง และกรรมการบริษัท ได้เข้าชี้แจงกับดีเอสไอทั้ง 2 ชุดแล้ว ว่าไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการประกอบกิจการเดิมของชุมชนสหกรณ์ฯกระบี่ แต่จนถึงขณะนี้ผ่านมาแล้วกว่า 2 ปี ทางดีเอสไอก็ยังไม่ได้สรุปคดีว่าเรื่องดังกล่าวเข้าข่ายคดีพิเศษอย่างไร โรงงานของพวกตนและผู้บริหารโรงงานมีส่วนเกี่ยวข้องกับคดีอย่างไร จะส่งใครฟ้องศาลอย่างไร ดีเอสไอก็ยังไม่สรุปสำนวน

Advertisement

นายปกครองกล่าวอีกว่า แต่ล่าสุดโรงงานและทรัพย์สินทั้งหมดซึ่งเป็นของกลางที่ดีเอสไออายัดไว้ตรวจสอบนั้น กลับพบว่ามีการให้บุคคลที่ 3 เข้าไปเปิดดำเนินกิจการ ทั้งการรับซื้อผลผลิตปาล์มน้ำมันจากเกษตรกรและจากลานเท นำเข้าโรงงานสกัดน้ำมันปาล์มดิบ ส่งขายไปให้โรงกลั่น ซึ่งไม่ทราบว่าทางดีเอสไอใช้อำนาจอะไรปล่อยให้บุคคลที่ 3 เข้าไปดำเนินกิจการ และดีเอสไอมีส่วนได้รับผลประโยชน์จากการดำเนินกิจการดังกล่าวหรือไม่

“จึงขอให้ทาง กมธ.การเกษตรวุฒิสภาได้ตรวจสอบ และจะเดินหน้าร้องต่อหน่วยงานอื่นๆ ด้วย โดยในสัปดาห์หน้าจะเข้าร้องต่อนายกรัฐมนตรี, รมว.ยุติธรรม, กรรมาธิการรับเรื่องราวร้องทุก วุฒิสภา รวมทั้งจะร้องต่อกรรมการสิทธิมนุษยชน เพื่อให้ตรวจสอบการใช้อำนาจของดีเอสไอ ว่าชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ เพื่อเรียกร้องความเป็นธรรม เพราะโรงงานสกัดน้ำมันปาล์มของบริษัท กระบี่วิเศษปาล์มน้ำมัน จำกัด เป็นของเกษตรกร มีลานเทคู่ค้า 30 แห่ง มีเกษตรกรเจ้าของสวนปาล์มรายใหญ่ รายย่อยรอบๆ โรงงานรัศมี 5-7 กม. รวมกว่า 2,000 ครัวเรือน เป็นคู่ค้าของโรงงาน ซึ่งเกี่ยวข้องกับผลประโยชน์จำนวนมาก” นายปกครองกล่าว