เมียน้อยบี้หย่าไม่เลิก! พ่อเล่านาทีถอดรองเท้าตบลูกชาย วอนกลับมาอยู่กับลูก-เมียที่ถูกต้องตามกฎหมาย
น.ส.เหมียว วัย 30 ปีเศษ แอบได้เสียอยู่กินกับ นายจักรพันธ์ สามีของ น.ส.ชฎาภรณ์ อายุ 31 ปี มานานร่วม 3 ปี โดยหญิงสาวคนดังกล่าวได้แสดงตนเป็นเมียน้อย ทวงสิทธิต่างๆ และส่งข้อความทางไลน์ ด่าทอ บีบบังคับให้ น.ส.ชฎาภรณ์หย่ากับสามี เพื่อที่จะได้สิทธิในตัวในจักรพันธ์หลายๆ อย่าง ก่อนหน้านี้เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา ได้มีการนัดหมายให้เมียหลวงไปเซ็นใบหย่า
ด้านนายสมสวรรค์ บิดาของฝ่ายชาย เมื่อทราบว่าลูกชายตั้งใจจะเดินทางไปหย่ากับลูกสะใภ้ จึงได้พยายามพูดคุยขอร้องให้ลูกชายสำนึกผิด กลับไปอยู่กับภรรยาและลูกที่บ้าน แต่นายจักรพันธ์ยังคงยืนกรานไม่กลับ ด้วยความโมโหและเสียใจอย่างสุดซึ้ง นายสมสวรรค์จึงตัดสินใจถอดรองเท้าแตะตบหน้านายจักรพันธ์ พร้อมทั้งร้องไห้ออกมาด้วยความเจ็บปวดใจนั้น
อ่านข่าว – พ่อร่ำไห้ถอดรองเท้าตบหน้าลูกชาย ไปมีบ้านเล็ก ซ้ำปล่อยเมียน้อยส่งข้อความขู่ บังคับเมียหลวงหย่า
เมื่อวันที่ 7 พฤษภาคม ผู้สื่อข่าวได้เดินทางไปพบ น.ส.ชฎาภรณ์ที่บ้าน โดยเธอเปิดเผยว่า หลังจากเมื่อวานนี้ ฝ่ายหญิงได้ส่งข้อความเยาะเย้ยมาอีกครั้ง และจากนี้ไปตนเองจะมุ่งมั่นเลี้ยงดูบุตรทั้ง 3 คนให้ดีที่สุด โดยมีปู่ย่าคอยช่วยเหลือดูแลอย่างใกล้ชิด

น.ส.ชฎาภรณ์กล่าวต่อว่า ส่วนเรื่องการคืนดีกับสามีนั้น ขณะนี้ยังไม่ได้คิดอะไร และไม่ทราบว่าสามีจะตัดสินใจอย่างไรกับสิ่งที่เกิดขึ้น ที่ผ่านมา ตนเองไม่เคยทำผิดต่อสามีแม้แต่น้อย และอยากให้ผู้หญิงคนนั้นเลิกยุ่งเกี่ยววุ่นวายกับชีวิตของตนเองเสียที
นายสมสวรรค์ บิดาของนายจักรพันธ์ กล่าวว่า เมื่อวานนี้ตนเองได้เข้าไปพูดคุยและขอร้องให้ลูกชายกลับมาอยู่กับภรรยาและลูกหลายครั้ง แต่ลูกชายกลับตอบว่า “ถ้าเอาหนูกลับไป หนูก็หนีไปอีกอยู่ดี ปล่อยหนูไปดีกว่าพ่อ” ด้วยความโมโหที่ลูกชายไม่เชื่อฟัง และทั้งรักและเป็นห่วงลูกมาก เลี้ยงดูมาตั้งแต่ยังเล็กไม่เคยลงโทษด้วยการตีแม้แต่ครั้งเดียว เพิ่งจะใช้รองเท้าตบลูกชายเมื่อวานนี้เป็นครั้งแรก
รู้สึกเสียใจมากและขอโทษลูกชาย รวมถึงขอโทษสังคมที่แสดงความรุนแรงกับลูก อยากให้ลูกชายได้คิดและกลับมาใช้ชีวิตคู่กับภรรยาที่ถูกต้องตามกฎหมาย เคยใช้ชีวิตที่ยากลำบากยากจนร่วมกันมา ทุกคนในครอบครัวไม่ว่าจะเป็นพ่อตาแม่ยาย รวมถึงตนเอง ภรรยา และญาติพี่น้องทุกคนก็พร้อมที่จะให้อภัยเสมอ แต่ไม่รู้ว่าลูกชายจะคิดได้หรือไม่

ด้านนางสุทิน มารดาของ น.ส.ชฎาภรณ์ กล่าวด้วยความสงสารลูกสาวเป็นอย่างมาก เกรงว่าลูกสาวจะคิดมากจนอาจป่วยเป็นโรคซึมเศร้า เนื่องจากถูกหญิงฝ่ายนั้นส่งข้อความมาหาอยู่เรื่อยๆ หญิงคนดังกล่าวเคยมาที่บ้านของตนเองแล้วครั้งหนึ่ง เพื่อตามหานายจักรพันธ์ อยากจะขอร้องให้ผู้หญิงคนนั้นหยุดส่งข้อความมารบกวนลูกสาวตนเองเสียที ขอให้ต่างคนต่างอยู่จะดีกว่า


