“ปิดทองหลังพระ”ติดตามโครงการซ่อมแซมแหล่งน้ำ3จุด ศรีสะเกษชาวนา-เกษตรกรยิ้มออก ผลผลิตเพิ่ม รายได้มากขึ้น
นายกฤษฎา บุญราช ประธานคณะกรรมการสถาบันส่งเสริมและพัฒนากิจการปิดทองหลังพระสืบสานแนวพระราชดำริ และคณะ อาทิ นายณัฐพงศ์ ศิริชนะ อดีตผู้ว่าราชการจังหวัดนครนายก รองประธานกรรมการสถาบันฯ นายวรยุทธ เนาวรัตน์ ผู้อำนวยการสถาบันฯ ดร.อานนท์ สนิทวงศ์ ณ อยุธยา ที่ปรึกษาสถาบันฯ นายสุรเดช เตียวตระกูล อดีตอธิบดีกรมพัฒนาที่ดิน ที่ปรึกษาสถาบันฯ ได้เดินทางลงพื้นที่โครงการซ่อมแซมเสริมศักยภาพแหล่งน้ำขนาดเล็กและโครงการซ่อมแซมแหล่งน้ำขนาดเล็กของส่วนราชการที่ยังไม่ได้ถ่ายโอนให้กับองค์กรปกครองท้องถิ่น ที่จังหวัดศรีสะเกษ ระหว่างวันที่ 6-7 พฤษภาคม
โดยจุดแรกไปที่ทำนบท่อส่งน้ำคลองตามาน หมู่ 4 ต.โนนสูง อ.ขุนหาญ ที่ชำรุดเมื่อสองปีที่แล้วไม่สามารถเก็บกักน้ำใช้เพื่อการเกษตร เป็นจุดที่น้ำท่วม น้ำแล้ง ซ้ำซาก ต่อมา สถาบันฯได้รับทราบ และประสานการทำงาน มีคณะทำงานที่จังหวัดแต่งตั้ง มีนายอำเภอขุนหาญ นายกอบต. ปลัดอำเภอ และสถาบันรวมกันสำรวจวิเคราะห์พื้นที่ แล้วให้ช่างอบต.ออกแบบ ประมาณการวัสดุ และซ่อมแซม ผ่านประชาคม ใช้งบฯ 2.3 แสนบาท ซึ่งราษฎร์ได้ร่วมลงแรง หรือลงแขก 14 วัน แล้วอบต.โนนสูงได้รับมอบเป็นทรัพย์สิน
ผลปรากฎว่า ประชาชนในพื้นที่ ได้ใช้น้ำจาก 7 เดือนเป็น 11 เดือน มีพื้นที่ทำนาเพิ่มขึ้น เดิมทำนาปี ได้ 500 ไร่ เพิ่มเป็น 700 ไร่ ได้ข้าวจาก 400 กก. เป็น 420 กก. ทำนาปรังจากเดิมได้ 200 ไร่ เป็น 320 ไร่ ได้ข้าวจาก 600 กก.เป็น 650 กก. มีรายได้เพิ่มขึ้น รวม 1.65 ล้านบาท นอกจากนี้มีการบริหารจัดการโดยเก็บค่าใช้น้ำไร่ละ 10 บาทต่อรอบการผลิต เพื่อนำเงินไปใช้ในกิจกรรมบำรุงดูแลรักษา นอกจากนี้มีการปรับเปลี่ยนวิธีปลูกข้าวเดิมแบบนาดำ มาปรับใช้ปลูกข้าวแบบนาปรังในฤดูแล้ง ลดต้นทุน เพิ่มผลผลิต เรียกว่า เปียกสลับแห้ง ใช้น้ำอย่างประหยัด

จุดที่2 โครงการซ่อมแซมแหล่งน้ำขนาดเล็กของส่วนราชการที่ยังไม่ได้ถ่ายโอนให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ต.โพนค้อ อ.เมืองศรีสะเกษ จ.ศรีสะเกษ เป็นการขุดลอกหนอง บ้านหนอง ม.2 ต.โพนค้อ อ.เมืองศรีสะเกษ เนื่องจากเป็นดินร่วนปนทราย ทำให้ไม่สามารถเก็บกักน้ำไว้ได้ ส่งทำให้ทำการเกษตรได้เฉพาะช่วงฤดูฝน และน้ำไม่เพียงพอต่อการปลูกหม่อนเลี้ยงไหมได้ทั้งปี ต่อมาได้มีการถ่ายโอนให้อบต.โพนค้อ


จุดที่ 3 คณะนายกฤษฎา พร้อมด้วย นายอนุพงศ์ สุขสมนิตย์ ผู้ว่าราชการจังหวัดศรีสะเกษ นายธนา กิจไพบูลย์ชัย ส.ส.ศรีสะเกษ พรรคภูมิใจไทย ได้ร่วมลงพื้นที่ ต.เหล่ากวาง อ.โนนคูณ ทั้งนี้นางนันทภัท สมพงศ์ นายกอบต.ขนุน ที่ร่วมกับสถาบันฯ ดำเนินการโครงการซ่อมแซมศักยภาพแหล่งน้ำขนาดเล็ก ปี 2566-2567 จำนวน 16 โครงการ งบประมาณ 6.5 ล้านบาท พื้นที่รับประโบชน์ 3,157 ไร่ 594 ครัวเรือน ทำให้ประชาชนอยู่ดีกินดี เป็นพื้นที่ต้นแบบแหล่งน้ำ แก้ปัญหาหน้าแล้งไม่มีน้ำ และหน้าฝนน้ำท่วมได้


นายพงศ์พันธุ์ ลุนพันธุ์ นายกอบต.เหล่ากวาง ระบุว่า ได้นำแนวทางที่เรียนรู้จากอบต.ขนุน นำมาวิเคราะห์ศักยภาพพื้นที่ในตำบล จึงขอเข้าร่วมการจัดทำแผนปฏิบัติการด้านทรัพยากรน้ำระดับตำบลของสถาบันฯ ประกอบรองผู้ว่าฯศรีสะเกษ ได้ชี้เป้าพื้นที่ต.เหล่ากวาง ซึ่งมีกลุ่มวิสาหกิจชุมชนปลูกเมล่อนและผักปลอดภัย แต่ยังมีปัญหาเรื่องแหล่งน้ำ
ต่อมาสถาบันฯจึงได้ร่วมกับอ.โนนคุณ และอบต.เหล่ากวาง ดำเนินโครงการเสริมศักยภาพระบบกระจายน้ำด้วยพลังงานแสดงอาทิตย์เพื่อใช้ในการเกษตรอ่างเก็บน้ำห้วยซุง เพื่อกระจายน้ำสู่แปลงเกษตรผู้ปลูกเมล่อนและผักปลอดภัยบ้านเหล่าฝ้าย หลังจากดำเนินโครงการเสร็จ พบว่าเกษตรกรมีความต้องการใช้น้ำมากกว่าระบบสูบและกระจายน้ำ เพราะความต้องการทำการเกษตรในฤดูแล้ง เช่น ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ แตงโม พืชผัก
สำหรับการพัฒนาพื้นที่ตำบลเหล่ากวางนี้ เริ่มจากกลุ่มวิสาหกิจชุมชนผู้ปลูกเมล่อนและผักปลอดภัย ที่มีคุณภาพและมีชื่อเสียงของจังหวัดศรีสะเกษ ในพื้นที่ตำบลเหล่ากวาง ประสบปัญหาขาดแคลนแหล่งน้ำ ปี2567 มูลนิธิตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ได้สนับสนุนงบประมาณให้กับสถาบันฯ ในการดำเนินโครงการระบบกระจายน้ำด้วยพลังงานแสงอาทิตย์เพื่อการเกษตรอ่างเก็บน้ำห้วยซุง ตำบลเหล่ากวาง งบประมาณ 566,000 บาท ติดตั้งระบบกระจายน้ำด้วยพลังงานแสงอาทิตย์ เพื่อให้สามารถกระจายน้ำครอบคลุมพื้นที่รับประโยชน์ 135 ไร่ 30ครัวเรือน มีน้ำใช้ ตลอดปี ผลผลิตเพิ่มขึ้น พื้นที่ปลูกเพิ่มขึ้น เพียงพอต่อตลาด ประกอบกับมีการปลูก พืชเสริมอื่น อาทิ พริก ถั่วผักยาว ข้าวโพด แตงโม มะเขือ หอมแดง

ต่อมานายกฤษฎา บุญราช กล่าวว่า สถาบันส่งเสริมและพัฒนากิจการปิดทองหลังพระสืบสานแนวพระราชดำริ ได้ดำเนินการใน 22 จังหวัด เป็นโครงการในหลวงรัชกาลที่ 9 ทรงงานไว้ 4,000 กว่าโครงการ แต่สถาบันได้หยิบมาทำ 1. การพัฒนาแหล่งน้ำ เพราะในหลวงรัชกาลที่9 ทรงรับสั่งว่า น้ำคือชีวิต ถ้ามีน้ำคนไทยอยู่ได้ 2.การส่งเสริมอาชีพ 3.การรักษาสิ่งแวดล้อม โดยศรีสะเกษ เป็น1 ใน 22 จังหวัด วิธีทำงานอาศัยส่วนราชการ เอกชน เช่น อบต.ขนุน ได้งบฯกรมทรัพยากรน้ำ ต่อมาอบต.เหล่ากวาง ได้ใช้เงินมูลนิธิตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย เพราะฉะนั้นการทำงานต้องร่วมมือกันหลายฝ่าย
นายกฤษฎา กล่าวว่า ส่วนวิธีการทำงานนั้น ในส่วนพัฒนาแหล่งน้ำนั้น ปี 2566 กรมทรัพยากรน้ำมีแหล่งน้ำซ่อมแซม ในศรีสะเกษ 300 กว่าแห่ง สถาบันฯจึงเสนอตัวที่จะทำ เพราะไม่ใช่หน่วยราชการ มีความคล่องตัว ใช้การประสานงาน คำนึงถึงประชาชนเป็นที่ตั้ง โดยที่อบต.ขนุน มีแหล่งน้ำสร้าง 20-30 แห่ง ขอให้สถาบันฯมาศึกษา ได้มาพบผู้ว่าฯ นายอำเภอ และนายกอบต. โดยสถาบันฯนำการทำงาน ซื้อวัสดุก่อสร้างให้ เวลาทำให้ชาวบ้านมาร่วมทำ โดยให้ช่างองค์กรปกครองท้องถิ่นคุมงานให้ ปรากฎว่าค่าซ่อมแซมใช้งบฯถูกกว่ามาก
นายกฤษฎากล่าวว่า หลักการทำงานตามหลักทรงงานในหลวงรัชกาลที่ 9 คือ 1.รับฟังความเห็นประชาชน 2.หลักการมีส่วนร่วมของชาวบ้าน ความรักความผูกพันธ์ในโครงการมีมากกว่าจ้างเหมามาทำ เพราะชาวบ้านมีส่วนร่วมตั้งแต่ต้น 3.ทำให้เกิดความหยั่งยืน โดยให้ชาวบ้านจดทะเบียนวิสาหกิจชุมชนขึ้นมาดูแล ส่วนอบต.เหล่ากวาง นอกแผนงานกรมทรัพยากรน้ำได้ใช้งบฯ ได้ขอมูลนิธิตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยทำโครงการเสริมศักยภาพระบบกระจายน้ำด้วยพลังงานแสงอาทิตย์เพื่อใช้ในการเกษตรอ่างเก็บน้ำห้วยซุง ขอฝากนายอำเภอให้ตั้งกลุ่มชาวบ้านขึ้นมาดูแล
นายกฤษฎา กล่าวว่า ส่วนการตลาดนั้น ขอให้บริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน) นำเมล่อนไปวางขายสถานบริการน้ำมันปตท. ทั้งหมดคือการทำงานร่วมกัน 4 เสา นั่นคือประกอบด้วย 1. สถาบันฯ 2.ราชการ 3.เอกชน และ 4.ชาวบ้าน เสมือนปลูกบ้านมีความแข็งแรง ต่อให้การขึ้นภาษีทางการค้าสูงแค่ไหน หรือโควิด-19 ระบาดอีก รับรองคนศรีสะเกษไม่ลำบาก เพราะมีกินมีใช้เอง ตามแนวพระราชดำริ รัชกาลที่ 9 ไม่ได้แจกปลา แต่ได้แจกเบ็ด

