หน้าแรก ภูมิภาค รวบ คู่รัก งั...

รวบ คู่รัก งัดตู้เติมเงินต่อหน้าตำรวจ เผยอดใจไม่ไหว ตระเวนงัดมาแล้วกว่า 20 ตู้

9.05.25 | 17:13 น.

รวบ คู่รัก งัดตู้เติมเงินต่อหน้าตำรวจ เผยอดใจไม่ไหว ตระเวนงัดมาแล้วกว่า 20 ตู้

เมื่อวันที่ 9 พฤษภาคม ผู้สื่อข่าวรายงานจาก จ.บุรีรัมย์ เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.บ้านกรวด นำตัวนายอุทิศ (สงวนนามสกุล) อายุ 27 ปี ชาว ต.คอก อ.ประโคนชัย จ.บุรีรัมย์ และ น.ส.นภา (สงวนนามสกุล) อายุ 36 ปี ชาว ต.แก่งหางแมว อ.แก่งหางแมว จ.จันทบุรี สองสามีภรรยา มาสอบสวน หลังก่อเหตุพยายามงัดตู้เติมเงินบริเวณหน้าตลาดโรงเกลือคลองถมนิคมบ้านกรวด อ.บ้านกรวด จ.บุรีรัมย์


พร้อมด้วยของกลาง ประแจเบอร์ 17 จำนวน 1 อัน, คีมตัดสายไฟ (ปากจิ้งจก) จำนวน 1 อัน, ขวาน จำนวน 1 ด้าม, รถบรรทุกส่วนบุคคล ยี่ห้อฟอร์ด สีเขียว จำนวน 1 คัน, เครื่องชั่งน้ำหนัก 1 เครื่อง, ตู้เติมเงิน 1 ตู้ และ ยาบ้า 60 เม็ด ที่พบในกระเป๋า

งัดตู้เติมเงิน

ทั้งนี้ สืบเนื่องจากเมื่อเวลาประมาณ 02.00 น. พ.ต.ท.อภิภู จูประโคนสุข รอง ผกก. (สืบสวน) สภ.พุทไธสง อ.พุทไธสง จ.บุรีรัมย์ กำลังขับรถกลับจากทำธุระในเขตอำเภอบ้านกรวด จะกลับบ้านที่ อ.พลับพลาชัย จ.บุรีรัมย์ บังเอิญเห็นชายหญิงต้องสงสัยพยายามงัดตู้เติมเงินที่อยู่หน้าตลาด จึงเลี้ยวรถเข้าไปดู พบว่าทั้งคู่กำลังใช้ขวานฟันไปที่ตู้เติมเงิน จึงชักปืนออกมาแล้วแสดงตัวเข้าจับกุมสองสามีภรรยาดังกล่าว

Advertisement

จากการสอบสวนทั้งสองให้การรับสารภาพว่า กำลังจะงัดเอาตู้เติมเงินไปจริง แต่ยังไม่สำเร็จมีเจ้าหน้าที่มาพบก่อน ทั้งคู่ยังสารภาพอีกว่า ก่อนหน้านี้ได้ตระเวนรื้อเอาตู้เติมเงินที่จังหวัดจันทบุรีมาแล้วไม่น้อยกว่า 20 ตู้ ครั้งนี้เดินทางจะกลับบ้านที่ อ.ประโคนชัย เห็นตู้เติมเงินจึงอดใจไม่ไหวเข้าไปงัดดังกล่าว

น.ส.นภาเล่าว่า ปกติจะประกอบอาชีพซื้อของเก่าไปขาย แต่ของเก่าราคาตกไม่ค่อยมีกำไร สามีจึงชวนงัดตู้เติมเงิน โดยใช้วิธีงัดหรือถอดเอาไปทั้งตู้ ขึ้นอยู่กับพื้นที่ โดยจะได้เงินตู้ละ 1,000-6,000 บาท เงินที่ได้มาจะเอาไปใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน ส่วนหนึ่งจะเอาไปซื้อยาบ้ามาเสพครั้งละ 10-50 เม็ด ยอมรับว่าตนกับสามีเสพยาวันละ 4-5 เม็ด วันไหนไม่มีเงินก็เสพคนละเม็ดทำแบบนี้มาประมาณ 2 ปี ตอนนี้สงสารแต่ลูก หากรู้ว่าแม่กับพ่อถูกจับคดีลักทรัพย์

งัดตู้เติมเงิน

หลังสอบสวนนำตัวส่ง พ.ต.ท.วรชัชกุล สิงห์ชารี สารวัตร (สอบสวน) สภ.บ้านกรวด อ.บ้านกรวด เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมาย เบื้องต้นตั้งข้อกล่าวหานายอุทิศ ผู้ต้องหาที่ 1 ว่า “ร่วมกันพยายามลักทรัพย์ ในเวลากลางคืน, มียาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาบ้า) ไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต, เป็นผู้ขับขี่รถยนต์เสพยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (เมทแอมเฟตามีน) โดยผิดกฎหมาย และเสพยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (เมทแอมเฟตามีน) โดยฝ่าฝืนต่อกฎหมาย”

ส่วน น.ส.นภา ผู้ต้องหาที่ 2 โดนแจ้งข้อหา “ร่วมกันพยายามลักทรัพย์ ในเวลากลางคืน และเสพยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (เมทแอมเฟตามีน) โดยฝ่าฝืนต่อกฎหมาย”