หน้าแรก ภูมิภาค ปูพรมล่ามือเผ...

ปูพรมล่ามือเผานั่งยาง 4 ศพกลางสวนปาล์มตรัง คาดฝีมือขาใหญ่เจ้าถิ่น หวังฮุบสวนปาล์ม

12.05.25 | 16:07 น.

ปูพรมล่ามือเผานั่งยาง 4 ศพกลางสวนปาล์มตรัง คาดฝีมือขาใหญ่เจ้าถิ่น หวังฮุบสวนปาล์ม


เมื่อวันที่ 12 พฤษภาคม 2568  ผู้สื่อข่าวรายงานจากจังหวัดตรัง ถึงความคืบหน้ากรณีเหตุการณ์ฆาตกรรมสะเทือนขวัญคนร้ายไม่ทราบจำนวน ใช้อาวุธปืนหลายขนาดยิง และนำศพเผาด้วยยางล้อรถยนต์เพื่ออำพรางคดีผู้จัดการสวนปาล์มพร้อมลูกน้องรวม 3 ศพ เหตุเกิดในสวนปาล์มน้ำมันพื้นที่หมู่ 1 ต.กะลาเส อ.สิเกา จ.ตรัง เมื่อประมาณช่วงค่ำของคืนวันที่ 11 พฤษภาคมที่ผ่านมา ซึ่งหลังเกิดเหตุเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนตำรวจภูธรจังหวัดตรัง ชุดสืบสวนตำรวจภูธรภาค 9 เจ้าหน้าที่กองปราบปราม และเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานเร่งลงพื้นที่เพื่อเก็บหลักฐานในที่เกิดเหตุ ซึ่งคนร้ายได้ทิ้งร่องรอยไว้มากมาย ทั้งปลอกกระสุนปืนหลายขนาด กระป๋องน้ำอัดลม กระป๋องกาแฟ ขวดน้ำอัดลม กล่องข้าว จอบ แกลลอนใส่น้ำมัน และอื่นๆอีกมากมาย รวมทั้งทลายปาล์มน้ำมันและเมล็ดปาล์มร่วงตกอยู่บริเวณโคนต้นปาล์มจำนวนมาก โดยเจ้าหน้าที่ได้เร่งเก็บหลักฐาน

อย่างไรก็ตาม ระหว่างตรวจสอบเหตุฆาตกรรมสังหารและเผานั่งยาง 3 ศพ ก็รับทราบพบหลุมฝังศพอีก 1 หลุม ห่างจากจุดเผานั่งยางประมาณ 500 เมตร เมื่อเจ้าหน้าที่ขุดลงไปก็พบยางล้อรถบรรทุกสิบล้อและเศษชิ้นส่วนของมนุษย์ที่คาดว่าเสียชีวิตมาแล้วไม่ต่ำกว่า 2 สัปดาห์ จึงเก็บไว้และส่งตรวจพิสูจน์อัตลักษณ์และหาสาเหตุการตายที่นิติวิทยาศาสตร์รวมทั้ง 4 ร่าง ส่วนรถยนต์กระบะ ยี่ห้อมิตซูบิชิ และโทรศัพท์มือถือของผู้ตายทั้งหมดหายไปคาดถูกกลุ่มคนร้ายนำไปด้วย

Advertisement

ความคืบหน้าล่าสุดวันนี้(12พ.ค.) เจ้าหน้าที่ทราบว่า สวนปาล์มที่เกิดเหตุเป็นของนายทุนชาว อ.นาบอน จ.นครศรีธรรมราช ภายใต้บริษัทเอกชนแห่งหนึ่ง เนื้อที่รวม 170 ไร่ พื้นที่ส่วนหนึ่งมีเอกสารสิทธิถูกต้อง แต่อีกส่วนหนึ่งอยู่ในเขตป่าชายเลน จึงถูกเจ้าหน้าที่ตรวจยืดคืนตกเป็นของรัฐแล้ว ทำให้สภาพรกร้างบ้าง แต่มีร่อยรอยการเข้าทำประโยชน์ทั้งการใส่ปุ๋ยและเก็บผลผลิตต่อเนื่อง

ล่าสุดเจ้าหน้าที่ทราบชื่อผู้ตายที่ถูกเผานั่งยางแล้วทั้ง 3 ศพ คือ นายสุรเชษฐ์ หรือโกเชษฐ์ อายุ 69 ปี  เป็นผู้จัดการสวนบริษัท นายอนันต์   อายุ 50 ปี ชาว ต.ขุนทะเล อ.ลานสกา จ.นครศรีธรรมราช เป็นช่างซ่อมร้านจำหน่ายรถจักรยานยนต์ของเจ้าของบริษัทเดียวกัน และนายวีระยุทธ อายุ 41 ปี ชาว ต.หนองบัว อ.บ้านฝาง จ.ขอนแก่น ซึ่งทั้ง 2 คน ทำงานบริษัทเดียวกันถูกนายสุรเชษฐ์โทรศัพท์ชักชวนเข้ามาเป็นเพื่อนดูความเรียบร้อยในสวนปาล์ม หลังจากนายจ้างเป็นคนโทรสั่งให้เข้ามาดูความเรียบร้อย แต่กลับมาพบจุดจบทั้ง 3 คน ส่วนอีกศพที่ถูกเผาและฝังดิน ยังไม่ทราบว่าผู้ตายเป็นใครมาจากไหนและเกี่ยวพันกับคดีแรกหรือไม่ อยู่ระหว่างสืบสวนสอบสวนและตรวจสอบคนหาย

ส่วนประเด็นการสังหาร เบื้องต้น เจ้าหน้าที่พบผู้ต้องสงสัยคนหนึ่ง เป็นขาใหญ่ หรือเจ้าถิ่น ที่ดูแลสวนปาล์มติดกันเนื้อที่ประมาณ 36 ไร่ ที่ผ่านมาผู้ต้องสงสัยรายดังกล่าวพยายามแจ้งฝ่ายปกครองว่ามีคนเข้าไปลักขโมยตัดปาล์มน้ำมันสวนนี้หลายครั้ง และอยากขอดูแลสวนเอง จนมาถึงวันเกิดทางเจ้าของสวนได้รับแจ้งอีกว่ามีคนเข้าไปลักตัดปาล์ม เจ้าของสวนจึงได้โทรแจ้งให้โกเชษฐ์เข้าไปตรวจสอบ ทำให้เข้าไปพบกลุ่มคนที่กำลังลักลอบตัดปาล์มพอดี จึงคิดว่าน่าจะพยายามคุยกันแต่ไม่เป็นผล เป็นเหตุให้ฝ่ายเจ้าของสวนถูกฆ่าทั้งหมดดังกล่าว โดยตำรวจอยู่ระหว่างสืบสวนสอบสวน เพื่อหาหลักฐานติดตามตัวผู้ก่อเหตุ

นายมานิตย์ ท่าจีน นายอำเภอสิเกา เปิดเผยว่า ภาพรวม ต.กะลาเส อ.สิเกา ก็เป็นอีกพื้นที่หนึ่งที่มีปัญหาการระบาดของยาเสพติดเช่นเดียวกับพื้นที่อื่นๆรวมทั้งหมด 5 ตำบล และจังหวัดตรังก็ทำโครงการศรีตรังโมเดลในการแก้ปัญหายาเสพติด ทางอำเภอจึงได้เร่งแก้ปัญหา เช่นเดียวกับเรื่องลักขโมยปาล์มในช่วงแรกก็มีปัญหาเช่นกัน ทางอำเภอก็ได้กำชับกำนัน ผู้ใหญ่บ้านให้ช่วยตรวจสอบ ป้องปราม และปราบปราม และให้เข้าไปพูดคุยกับเจ้าของลานเท ซึ่งได้พยายามแก้ไขปัญหา ทำให้ระยะหลังข่าวเรื่องลักขโมยปาล์มก็หายไป แต่ไม่คาดคิดว่าจะมาเจอเคสในสวนปาล์มนี้ เพราะเป็นแปลงใหญ่ของบริษัทของนายทุนจากต่างถิ่น ก็ไม่ทราบข้อมูล

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันเดียวกัน(12พ.ค.) เจ้าหน้าที่ตำรวจทั้งชุดสืบสวนภูธรจังหวัดตรัง ชุดสืบสวนสภ.สิเกา ตำรวจสภ.ใกล้เคียง รวมทั้งชุดสืบสวนภาค 9 และตำรวจปราบปราม นับ 100 นาย กำลังเร่งกระจายกำลังหาพยานหลักฐานเชื่อมโยงกลุ่มคนร้าย ซึ่งเชื่อว่ามีไม่ต่ำกว่า 3-5 คน พุ่งเป้ากลุ่มเข้าขโมยตัดปาล์ม และมีบุคคลต้องสงสัยแล้วรายดังกล่าว โดยเจ้าหน้าที่พยายามแกะรอยรถและบุคคลจากกล้องวงจรปิดริมถนนเส้นทางเข้าออกทุกเส้นทาง รวมทั้งร้านค้า บ้านเรือน และบริเวณแยกไฟแดงสำคัญต่างๆ รวมทั้งตรวจสอบแหล่งขายยางรถยนต์ ซึ่งคนร้ายซื้อมาใช้เป็นเชื้อเพลิงทั้งในระยะใกล้ และตรวจสอบย้อนหลังในห้วงระยะเวลา 1 เดือน ขณะเดียวกัน ที่สภ.สิเกา ทางพนักงานสอบสวนก็ได้เรียกบุคคลใกล้ชิด คนในครอบครัว มาสอบปากคำ เพื่อเร่งแกะรอยคนร้าย

ด้าน พล.ต.ต ภัทรวิชญ์ คีตโมทนียกุล ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดตรัง เปิดเผย ว่า ขอเวลาเจ้าหน้าที่ทำงานอีกนิด แต่เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ได้เบาะแสที่เป็นประโยชน์ต่อรูปคดี เชื่อว่าจะมีความชัดเจนมากขึ้น และจะแจ้งผลความคืบหน้าให้ได้รับทราบ เพราะเป็นคดีสะเทือนขวัญที่ประชาชนติดตาม อีกทั้งผู้บังคับบัญชาได้ให้ความสำคัญต่อคดีนี้