หน้าแรก ภูมิภาค ปิดเขาไล่ล่า!...

ปิดเขาไล่ล่า! แก๊งเผานั่งยาง 4 ศพหมกสวนปาล์ม ระดมกำลัง 100 นาย ปูพรมค้นหา

14.05.25 | 18:04 น.

ปิดเขาไล่ล่า! แก๊งเผานั่งยาง 4 ศพหมกสวนปาล์ม ระดมกำลัง 100 นาย ปูพรมค้นหา

กรณีเหตุการณ์ฆาตกรรมสะเทือนขวัญคนร้ายไม่ทราบจำนวน ใช้อาวุธปืนหลายขนาดยิง และนำศพเผาด้วยยางล้อรถยนต์เพื่ออำพรางคดีผู้จัดการสวนปาล์มพร้อมลูกน้องรวม 3 ศพ รวมทั้งศพนิรนามห่างกันไม่ไกลอีก 1 ศพ รวมเป็น 4 ศพ เหตุเกิดในสวนปาล์มน้ำมันพื้นที่หมู่ 1 ต.กะลาเส อ.สิเกา จ.ตรัง เมื่อประมาณช่วงค่ำของคืนวันที่ 11 พฤษภาคมที่ผ่านมา

โดยผู้ต้องหาที่ถูกศาลออกหมายจับ ประกอบด้วย 1.นายศุภกรณ์ หรือบิน อายุ 37 ปี หัวหน้าแก๊ง มีประวัติเป็นมือปืนรับจ้างและก่อคดีมาแล้วโชกโชน 6 คดี โดยเฉพาะคดีฆ่าผู้อื่น 5 คดีและยาเสพติด 1 คดี 2.นายจรณชัย หรือแต้ม อายุ 32 ปี 3.นายปิยะศักดิ์ หรือแจ๊ค อายุ 33 ปี และ 4.นายรพีพันธ์ หรือเถือก อายุ 36 ปี ชหลังทั้งหมดร่วมกันก่อเหตุใช้อาวุธปืนยิง 3 เหยื่อ คนงานที่เข้าไปดูสวนปาล์มน้ำมัน เนื้อที่ 170 ไร่ ใน ต.กะลาเส อ.สิเกา จ.ตรัง และนำร่างซึ่งยังไม่เสียชีวิตเผานั่งยางกลางร่องน้ำสวนปาล์มน้ำมันดังกล่าว

โดยตำรวจตั้งข้อหา ร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน โดยทรมานหรือโดยกระทำทารุณโหดร้าย ร่วมกันซ่อนเร้น ย้ายหรือทำลายศพ เพื่อปิดบังการตายฯ, ร่วมกันปล้นทรัพย์โดยมีอาวุธ เป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย, ร่วมกันมีอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต , ยิงปืนโดยใช่เหตุ ในเมือง หมู่บ้านหรือที่ชุมชนโดยไม่มีเหตุอันสมควร

อ่านข่าว – เร่งล่า 4 คนเผานั่งยาง 4 ศพ กลางสวนปาล์ม แฉบุกขโมยแต่ถูกจับได้ เลยฆ่าปิดปาก

Advertisement

เมื่อวันที่ 14 พฤษภาคม ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่โรงเรียนบ้านเขาหลัก ม.7 ต.น้ำผุด อ.เมือง จ.ตรัง ชุดกำลังเจ้าหน้าที่สืบสวนสอบสวนตำรวจภูธรภาค 9 ชุดสืบสวนสอบตำรวจภูธรจังหวัดตรัง เจ้าหน้าที่กองปราบปราม พร้อมพรานชาวบ้านในพื้นที่ สนธิกำลังเจ้าหน้าที่กว่า 100 นาย ร่วมการวางแผนในการติดตาม 4 ผู้ต้องหา คดีฆ่าเผานั่งยางหลังจากเมื่อวานนี้ทางตำรวจติดตามมายึดรถกระบะ อีซูซุ ดีแมคซ์ ซึ่งเป็นของนายแต้ม หนึ่งในผู้ต้องหานำมาจอดไว้ที่บ้าน แต่เมื่อเจ้าหน้าที่มาถึงนายแต้มและพวก ทั้ง 4 คนอยู่ด้วยกันไหวตัว หนีขึ้นภูเขา รอยต่อเขาหลัก-เขาโหรง ซึ่งอยู่ในเขตอุทยานแห่งชาติเขาปู่เขาย่า ในพื้นที่ ต.น้ำผุด

โดยเจ้าหน้าที่ได้ยึดรถยนต์ไว้เป็นของกลางและตรวจพิสูจน์หลักฐานที่เกี่ยวข้องเรียบร้อยแล้ว ซึ่งในวันนี้ เจ้าหน้าที่ได้วางแผนและปล่อยแถวกำลังเจ้าหน้าที่แบ่งออกเป็น 2 สายเดินเท้าขึ้นไปติดตามบนภูเขาสูงชัน เพื่อไปดูว่าจะพบเบาะแสความเคลื่อนไหวเพื่อติดตามจับกุม


รายงานข่าวแจ้งว่า ในคืนเกิดเหตุ (10 พ.ค.) คนร้ายทั้ง 4 ได้น้ำรถคันก่อเหตุมาจอดไว้ที่บ้านของบิดาหนึ่งในคนร้าย ก่อนตั้งหลักหลบซ่อนอยู่ในพื้นที่เพื่อเตรียมตัวหลบหนี กระทั่งเจ้าหน้าที่ติดตามแกะรอยรถคันก่อเหตุมาถึงตัว ทั้งหมดจึงหนีขึ้นเขาดังกล่าว โดยเจ้าหน้าที่ได้ระดมออกประชาสัมพันธ์แจกจ่ายหมายจับและภาพคนร้ายไปทั่วพื้นที่ เพื่อขอความร่วมมือจากชาวบ้านช่วยแจ้งเบาะแสอีกทางหนึ่ง

นายสวัสดิ์ ขุนนุ้ย ผู้ใหญ่บ้านเขาหลัก ม.7 ต.น้ำผุด อ.เมือง จ.ตรัง เปิดเผยว่า เจ้าหน้าที่มีการแบ่งเป็นชุดไปตามจุดเป้าหมายที่เขาวางไว้ และขณะนี้เจ้าหน้าที่ได้แจกเอกสารใบปลิวรูปพรรณสัณฐานคนร้ายทั้ง 4 คน เพื่อให้ชาวบ้านได้ชี้เบาะแส ซึ่งขณะนี้ชาวบ้านในพื้นที่ทราบกันหมดเพราะเป็นคนในหมู่บ้าน ชาวบ้านก็รู้กัน เดิมนายแต้มเป็นคนที่นี่เกิดที่นี่ แต่ 3-4 ปีหลังไปได้ภรรยาชาวสิเกา นานๆ ครั้งกว่าจะกลับมา ก็ไม่ได้กลับมาที่นี่เลย ตอนที่นายแต้มอยู่ที่นี่ประกอบอาชีพขับรถรับจ้างรับส่งนักเรียน พฤติกรรมเขาก็เป็นคนดีคนหนึ่งอยู่กับเด็กตลอด แต่หลังจาก 4 ปีที่ผ่านมา เขาก็ไม่ได้อยู่ในหมู่บ้านอีกเลย ก็เลยไม่ได้รู้ว่าพฤติกรรมเขาเป็นยังไง แล้วเขาก็หยุดทำอาชีพขับรถรับจ้างไปเลย


นายสวัสดิ์กล่าวอีกว่า คาดว่าคนร้ายน่าจะอยู่ใกล้ๆ ขนำของชาวบ้านที่สวนยางพาราตรงบริเวณนั้นมากกว่า ซึ่งข่าวล่าสุดคาดว่าเขาน่าจะอยู่กับพวกของเขา เพราะตามที่ชาวบ้านให้เบาะแสมีพรรคพวกอยู่ด้วยอย่างน้อยก็มาครบทั้งหมด หรืออาจจะขาด 1 คน ส่วนทางบนเขาหากเดินทางไปทิศตะวันออกก็ไปยัง จ.พัทลุงได้ หากไปยังทิศเหนือจะไป จ.นครศรีธรรมราชได้ ในส่วนของขนำข้างบนที่ใกล้สุดก็ประมาณ 2-3 กิโลเมตร แต่ทางลำบาก สามารถขึ้นด้วยรถมอเตอร์ไซค์แต่ไปได้ครึ่งทางจากนั้นก็ต้องเดินเท้า สำหรับชาวบ้านในพื้นที่ก็ไม่ได้ตกใจหรือหวาดกลัวแต่อย่างใด และยังให้ความร่วมมือกับเจ้าหน้าที่เป็นอย่างดี

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับเส้นทางที่หลบหนีขึ้นไปบนเขาหลัก-เขาโหรงนั้น ระยะทางก็ไกลพอสมควร เนื่องจากเป็นป่าเขาสลับกับสวนปาล์มและสวนยางค่อนข้างลึกไปตามถนนลูกรังไต่เขาไปเรื่อยๆ และคนร้ายรู้จักพื้นที่เป็นอย่างดี เพราะเป็นคนในพื้นที่ แต่เจ้าหน้าที่ก็ได้ความร่วมมือแจ้งเบาะแสจากชาวบ้านเป็นอย่างดี อย่างไรก็ตามด้านบนเขามีจุดกบดานหลายที่ เจ้าหน้าที่คาดว่าคนร้ายยังอยู่ในพื้นที่ แต่ด้วยภูมิประเทศสามารถหลบหนีได้ทั้งในถ้ำและซอกหินต่างๆ เพราะด้านบนมีที่ให้หลบซ่อนหลายจุด

ทั้งนี้ฝ่ายเจ้าหน้าที่ประเมินสถานการณ์ภูมิประเทศในการติดตามไล่ล่า หากประเมินแล้วมีความยืดเยื้อ จะประสานกำลังชุดแดนไทย 54 จากตำรวจภูธรภาค 9 ซึ่งมีความชำนาญในการติดตามไล่ล่าในพื้นที่ป่าเขาทุรกันดารมาร่วมปฏิบัติการด้วย