ส.ส.ภูเก็ต เขต 3 พรรคประชาชน เผย รื้อถอนร้านค้าหาดสุรินทร์ ขอให้ภาครัฐเอาจริงกับโรงแรม ร้านอาหารที่ก่อสร้างรุกล้ำในที่ดินสาธารณะด้วย
เมื่อวันที่ 14 พฤษภาคม นายฐิติกันต์ ฐิติพฤฒิกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดภูเก็ตเขต 3 พรรคประชาชน โพสต์ข้อความ กรณีการรื้อถอนร้านค้าหาดสุรินทร์ ตำบลเชิงทะเล อำเภอถลาง จังหวัดภูเก็ต โดยระบุว่า “วันนี้ นายอำเภอนำเจ้าหน้าที่ พร้อมหน่วยสวาท รื้อถอนร้านค้า บริเวณหาดสุรินทร์ เนื่องจาก พี่น้องประชาชนที่ประกอบการร้านค้า ร้องขอให้ทาง อบต.เชิงทะเล และ หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง จัดระเบียบร้านค้า ทำสัญญาเช่า ให้ทุกอย่างถูกกฎหมาย ก่อนการรื้อถอน

เรื่องนี้นำเข้าสู่คณะกรรมาธิการการที่ดินฯ เพื่อพิจารณาไปแล้ว ทางคณะกรรมาธิการฯ ได้มีข้อเสนอแนะ ไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้ชะลอการรื้อถอนในวันนี้ออกไปก่อนจนกว่าจะได้ความชัดเจนของกรอบการดำเนินงาน ที่ทางกระทรวงมหาดไทย ได้ออกหลักเกณฑ์การแก้ไขปัญหาให้กับราษฎรแล้วเพื่อให้ทุกอย่างดำเนินการไปด้วยความรอบคอบ แต่ก็ยังไม่เป็นผล หน่วยงานยังคงดำเนินการอย่างรวดเร็วต่างจากเคสนายทุน หรือผู้มีอิทธิพล ต่างๆ ที่หลายๆ คนทราบดี

ครั้งหนึ่ง ชาวต่างชาติผู้มีอิทธิพลบุกรุกที่สาธารณะชัดเจน ได้เชิญไปนั่งในศาลากลาง แต่กลับกัน ชาวบ้านที่อยากทำให้ทุกอย่างถูกต้องตามระเบียบ กลับถูกเพิกเฉย ขอจัดประชุมก็บ่ายเบี่ยง ไม่นำไปสู่แนวทางการแก้ไขปัญหาจริงจัง กลับโดนเจ้าหน้าที่อาวุธครบมือมาไล่รื้อ ทั้งๆ ที่ชาวบ้านมีแต่คราบน้ำตาเป็นอาวุธ

ใช่ครับ ที่สาธารณะ ที่ดินของรัฐ ไม่ควรให้ผู้หนึ่งผู้ใดเป็นเจ้าของยึดครอง แต่ขณะเดียวกัน ทางหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ก็สามารถดำเนินการจัดสรรพื้นที่ให้มีความโปร่งใสเป็นธรรมได้ อย่างที่เราเห็นในหลายๆ พื้นที่ ที่เป็นที่ดินสาธารณะ ที่ดินของรัฐ ก็สามารถจัดสรรให้เอกชนมาดำเนินการทั้งนั้น ไม่ว่าจะเป็นการเช่า, สัมปทาน ฯลฯ

แต่ที่ผ่านมาหน่วยงานของรัฐ เลือกที่จะคุยกับเพียงคนไม่กี่กลุ่ม ในการจัดสรรที่ดินเหล่านั้น ส่วนมากก็จะเป็นนายทุนหรือผู้มีอิทธิพล ซึ่งพวกเราทุกคนต้องช่วยกันเปลี่ยนแปลงระบบเหล่านี้ไปให้ได้ครับ
หวังว่าการรื้อถอนในครั้งนี้ จะดำเนินการเด็ดขาดกับพวกโรงแรมต่างๆ ร้านอาหารต่างๆ ที่มีการก่อสร้าง โครงสร้างถาวร ที่ล้ำไปในที่ดินสาธารณะ และจัดสรรพื้นที่ ให้กับพี่น้องราษฎรในพื้นที่ได้มีช่องทางในการทำมาหากินอย่างสุจริตด้วยนะครับ ไม่ใช่ให้นายทุน เพียงไม่กี่คนได้มีสิทธิมาดำเนินกิจการ แทนที่พี่น้องประชาชนหลายราย”



