หน้าแรก ภูมิภาค จับเพิ่ม! ภูเ...

จับเพิ่ม! ภูเก็ตเอาจริง ลุยรื้อถอนร้านค้า รุกชายหาดสุรินทร์

15.05.25 | 19:32 น.
รุกชายหาดสุรินทร์

จับเพิ่ม! ภูเก็ตเอาจริง ลุยรื้อถอนร้านค้า รุกชายหาดสุรินทร์

เมื่อวันที่ 15พฤษภาคม ผู้สื่อข่าวรายงานจาก จ.ภูเก็ต นายศิวัชฐ์ ระวังกุล นายอำเภอถลาง มอบหมายให้ นายวิสุทธิ์ โรมินทร์ ปลัดอาวุโสอำเภอถลาง ร่วมสนธิกำลังปฏิบัติงานร่วมกับบุคลากรหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ประกอบไปด้วย คณะเจ้าหน้าที่ผู้มีอำนาจหน้าที่ปฏิบัติการบังคับใช้กฎหมายตามพระราชบัญญัติป่าสงวนแห่งชาติพ.ศ. 2507 และพระราชบัญญัติป่าไม้พ.ศ. 2484 และกฎหมายที่เกี่ยวข้อง คือเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองอำเภอถลาง เจ้าหน้าที่เทศกิจ องค์การบริหารส่วนตำบลเชิงทะเล สถานีตำรวจภูธรเชิงทะเล เจ้าหน้าที่ สำนักงานเจ้าท่าภูมิภาคสาขาภูเก็ต เจ้าหน้าที่ศูนย์ป่าไม้ภูเก็ตและเจ้าหน้าที่หน่วยป้องกันรักษาป่าที่ ภก.1 (ถลาง) และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องลงพื้นที่ชายหาดสุรินทร์ ต.เชิงทะเล อ.ถลาง จ.ภูเก็ต เป็นวันที่ 2


ทั้งนี้ เนื่องจาก คณะเจ้าหน้าที่ มีกำหนดการณ์ร่วมกัน ตรวจสอบตรวจยึด และ ทำการรื้อถอนสิ่งปลูกสร้าง โดยกำลังคนและเครื่องจักรกลที่มีผู้บุกรุกที่สาธารณะบริเวณหาดสุรินทร์ ต่อเนื่องตั้งแต่วันที่ 14-16 พฤษภาคมนี้ เพื่อ เป็นการจัดระเบียบตามมติคณะทำงานการแก้ไขปัญหาการใช้ประโยชน์ที่สาธารณะ (ชายหาด) ระดับพื้นที่ อ.ถลาง จ.ภูเก็ต

หาดสุรินทร์

ทั้งนี้ เมื่อเวลา 10.43 น. เจ้าหน้าที่ร่วมกันดำเนินการตรวจสอบพื้นที่ ตามหนังสืออำเภอถลางที่ ภก 0218.3/1813 ลงวันที่ 8 พฤษภาคม 2568 เรื่องการแก้ไขปัญหาการใช้ประโยชน์ในที่สาธารณประโยชน์ (ชายหาด) ระดับพื้นที่อำเภอถลางจังหวัดภูเก็ตบริเวณหาดสุรินทร์ท้องที่หมู่ที่ 3 ต.เชิงทะเล อ.ถลาง และ เจ้าหน้าที่พบว่ามีร้านชื่อ TUKTA FOOD AND DRINK ยังคงเปิดให้บริการลูกค้าและได้พบกับน.ส.อินธิรา (สงวนนามสกุล) อายุ 47 ปี ชาว ต.เชิงทะเล อ.ถลาง จ.ภูเก็ต แสดงตัวเป็นเจ้าของร้าน และคณะเจ้าหน้าที่ได้แสดงตัวเป็นเจ้าหน้าที่ป่าไม้และได้แจ้งเหตุการตรวจสอบพื้นที่ให้ทราบและเข้าใจ โดยเจ้าของร้านให้ความร่วมมือเป็นอย่างดี

Advertisement

หาดสุรินทร์

ต่อมา เจ้าหน้าที่ได้กระจายกำลังตรวจสอบพื้นที่บุกรุกทั้งหมด ผลการตรวจสอบ ปรากฏว่า ขณะเข้าตรวจสอบร้านแห่งนี้เปิดให้บริการตามปกติ และนางสาวอินธิราให้ข้อมูลว่า ได้จำหน่ายอาหารตามสั่งและเครื่องดื่มรวมทั้งเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ และยอมรับว่าพื้นที่ดังกล่าวไม่มีเอกสารสิทธิ์ตามประมวลกฎหมายที่ดิน โดยภายในร้านพบสิ่งก่อสร้าง ประกอบด้วย

  • อาคารที่ 1 เป็นร้านอาหารลักษณะ 2 ชั้น โครงสร้างทำด้วยเหล็กหลังคามุงด้วยเมทัลชีทขนาดกว้าง 17.90 เมตรยาว 16 เมตร
  • อาคารที่ 2 เป็นร้านอาหารลักษณะ 1 ชั้นโครงสร้างทำด้วยเหล็กหลังคามุงด้วยเมทัลชีทขนาดกว้าง 10.5 เมตรยาว 11.70 เมตร

คณะเจ้าหน้าที่ ได้ตรวจวัดค่าพิกัดรอบบริเวณร้านแห่งนี้โดยใช้เครื่องมือตรวจวัดค่าพิกัดจากสัญญาณดาวเทียมหรือ GPS ของทางราชการ โดยมีนางสาวอินธิรา สิงห์แก้ว เป็นผู้นำชี้ ได้ค่าพิกัด 9 จุดและเมื่อนำพิกัด ถ่ายทอดลงในแผนที่มาตราส่วน 1:50,000 ปรากฏว่าพื้นที่ดังกล่าวอยู่ในป่าตามพระราชบัญญัติป่าไม้พุทธศักราช 2484 คำนวณพื้นที่ได้ 0-1-71 ไร่ มา จากนั้น นายสายัณห์ด้วนเกตุหัวหน้าหน่วยป้องกันรักษาป่าที่ ภก(ถลาง)และ คณะเจ้าหน้าที่ผู้ตรวจยึดจับกุมได้นำตัวนางสาวอินธิรา สิงห์แก้ว ผู้ถูกจับกุมไปร้องทุกข์กล่าวโทษ ต่อพันตำรวจโทกิตติพงษ์หนูเพ็ง พนักงานสอบสวนสถานีตำรวจภูธร เชิงทะเล โดยมีนายวิสุทธิ์ โรมินทร์ ปลัดอาวุโสอำเภอถลาง เป็น พยาน

หาดสุรินทร์

การจับกุมในครั้งนี้ คณะเจ้าหน้าที่เห็นว่าการกระทำของนางสาวอินทิรา เป็นการเปิดร้านอาหารเพื่อจำหน่ายสินค้าเพื่อแสวงหาผลประโยชน์ให้กับตนเอง และยึดถือที่ดินดังกล่าวโดยไม่ได้รับอนุญาต จึงแจ้งข้อกล่าว หาว่ากระทำการก่อสร้างแผ้วถางหรือเผาป่าหรือกระทำด้วยประการใดอันเป็นการทำลายป่าหรือเข้ายึดถือครอบครองป่าเพื่อตนเองหรือผู้อื่นโดยไม่ได้รับอนุญาต จากพนักงานเจ้าหน้าที่ ตามความในมาตรา 54 และมาตรา 55 ผู้ใดครอบครองป่าที่ได้ถูกแผ้วถางโดยฝ่าฝืนต่อบทบัญญัติแห่งมาตราก่อนให้สันนิษฐานไว้ก่อนว่าบุคคลนั้นเป็นผู้แผ้วถางป่านั้นซึ่งต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปีหรือปรับไม่เกิน 50,000 บาทหรือทั้งจำทั้งปรับตามความในมาตรา 72 ตรีและกรณีค่าเสียหายทางสิ่งแวดล้อมบางประการหลังการทำลายป่าจะได้ให้หน่วยป้องกันรักษาป่าที่ภก 1 (ถลาง)ประสานงานเจ้าหน้าที่ผู้ชำนาญการทำการประเมินมูลค่าความเสียหายดังกล่าวและจะแจ้งให้พนักงานสอบสวนทราบเพื่อรวบรวมไว้ในสำนวนในภายหลังด้วย

หาดสุรินทร์