หน้าแรก ภูมิภาค แม่ค้าสาว จี้...

แม่ค้าสาว จี้ รพ.รัฐดังนนทบุรี รับผิดชอบ ผ่าตัดผิดพลาดโดนท่อไตทำน้ำรั่ว เปลี่ยนแพมเพิร์สวันละ 9 แผ่น

16.05.25 | 13:32 น.

แม่ค้าสาว ร้อง รพ.รัฐดังนนทบุรี ผ่าตัดผิดพลาดโดนท่อไตทำน้ำรั่ว เปลี่ยนแพมเพิร์สวันละ 9 แผ่น จี้ รับผิดชอบ

เมื่อวันที่ 16 พฤษภาคม นางเก๋ (นามสมมุติ) อายุ 48 ปี แม่ค้าร้านอาหารตามสั่ง เข้าร้อง “ปวีณา” ขอความช่วยเหลือ หลังเข้ารับการผ่าตัดมดลูกรังไข่ทั้ง 2 ข้าง วันที่ 24 มีนาคม 2568 รพ.รัฐแห่งหนึ่งใน จ.นนทบุรี หลังออกจากห้องผ่าตัดมีอาการปวดท้องตลอดเวลา และหลังผ่าตัดครบ 1 เดือน พบมีอาการผิดปกติ มีน้ำไหลออกมาจากช่องคลอดตลอดเวลา ต้องใส่แพมเพิร์ส 8-9 ผืนต่อวัน

นางเก๋ (นามสมมุติ) อายุ 48 ปี ชาว จ.ปทุมธานี เดินทางเข้าร้องทุกข์ขอความช่วยเหลือจาก นางปวีณา หงสกุล ประธานมูลนิธิปวีณาหงสกุลเพื่อเด็กและสตรี รังสิต-นครนายก คลอง 7 อ.ธัญบุรี จ.ปทุมธานี

น.ส.เก๋กล่าวว่า ตนเป็นแม่ค้าร้านอาหารตามสั่ง เปิดขายอยู่ที่บ้านตนเองใน อ.เมือง จ.ปทุมธานี เมื่อวัน 13 กุมภาพันธ์ 2568 ตนเริ่มมีอาการปวดท้องและมีประจำเดือน มีเลือดไหลออกมาเยอะ กระทั่งวันที่ 19 กุมภาพันธ์ 2568 ตนปวดท้องหนักมากแทบก้าวขาไม่ออกและเลือดไหลมากขึ้น จึงโทรศัพท์ขอความช่วยเหลือรถพยาบาล 1669 นำส่งไป รพ.รัฐแห่งหนึ่ง (ตามสิทธิบัตรทอง) ใน จ.ปทุมธานี นอนแอดมิตรักษาตัวอยู่ 5 วัน หมอให้น้ำเกลือ ให้ยาฆ่าเชื้อ ให้ยาแก้ปวด และให้ยาห้ามเลือด แต่ตนรู้สึกว่าแน่นหน้าอกและหายใจไม่เต็มปอด จึงขอหมอเปลี่ยนจากการฉีดยาเป็นยากินแทน

น.ส.เก๋กล่าวว่า หลังจากการรักษาผ่านไป 4 วัน หมอได้ทำ CT scan เพื่อหาสาเหตุของอาการปวดท้อง เช้าวันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2568 คุณหมอได้แจ้งผล CT scan ให้ตนทราบว่าพบก้อนเนื้อบริเวณรังไข่มีช็อกโกแลตซีสต์ที่รังไข่ทั้ง 2 ข้าง ยังไม่ต้องผ่าตัดเพราะก้อนเนื้อยังเล็กอยู่ และอนุญาตให้กลับบ้านได้ ไม่ได้มีการนัดติดตามอาการต่อ

Advertisement

น.ส.เก๋กล่าวว่า ต่อมาวันที่ 12 มีนาคม 2568 ตนมีอาการปวดท้องอีก จึงได้เข้าฉุกเฉิน รพ.รัฐแห่งหนึ่งใน จ.นนทบุรี พยาบาลได้ฉีดยาแก้ปวดให้ 1 เข็ม เพื่อบรรเทาอาการปวดท้อง ฉีดยาคุม 1 เข็ม เพื่อระงับไม่ให้ประจำเดือนมา และให้รอตรวจภายในกับหมอ ผลตรวจพบว่ามดลูกโตเจริญพันธุ์ผิดที่ มีช็อกโกแลตซีสต์ในรังไข่ หมอจึงได้นัดผ่าตัดในวันที่ 24 มีนาคม 2568 ซึ่งวันที่ 23 มีนาคม 2568 รพ.ให้ตนมานอนแอดมิตเพื่อเตรียมพร้อมก่อนวันผ่าตัด 1 คืน หลังผ่าตัด 1 วัน ตนรู้สึกปวดท้อง แน่นท้อง จุกท้องฝั่งขวา หมอจึงได้นำไปเอกซเรย์เพื่อหาสาเหตุ พบว่าลำไส้ข้างขวาไม่ทำงาน จึงต้องใส่สายผ่านทางจมูกเพื่อดูดน้ำในช่องท้องออก หากไม่ดูดออกจะทำให้ลำไส้เน่า และนอนรักษาอยู่ 4 วัน หมอถอดสายทางจมูกออกให้ วันที่ 29 มีนาคม 2568 หมออนุญาตให้กลับบ้านได้ และนัดดูแผลผ่าตัดและฟังผลชิ้นเนื้ออีกครั้งในวันที่ 9 เมษายน 2568

น.ส.เก๋กล่าวว่า หลังจากกลับไปบ้านได้ประมาณ 1 อาทิตย์ ตนเริ่มมีอาการปวดท้องและปวดท่อปัสสาวะและปัสสาวะไม่ค่อยออก จึงไปหาหมอที่ผ่าตัดก่อนวันนัด 9 เมษายน 2568 พบหมอตรวจโรคทั่วไป บอกว่าอาจจะมีอาการข้างเคียงได้เพราะเป็นแผลผ่าตัดจากข้างใน จึงให้ยาฆ่าเชื้อแก้ปวดมากิน และวันที่ 9 เมษายน 2568 ได้ไปพบหมอที่ผ่าตัดให้เพื่อดูแผลและฟังผลชิ้นเนื้อ ปกติ ไม่เป็นเนื้อร้าย

น.ส.เก๋กล่าวว่า ตนได้นอนพักฟื้นรักษาตัวเองที่บ้าน กระทั่งวันที่ 27 เมษายน 2568 มีน้ำใสไหลออกมาจากช่องคลอด และไหลมากขึ้น ซึ่งต้องใส่แพมเพิร์ส ตนตกใจมาก เช้าวันที่ 28 เมษายน 2568 จึงรีบไปหาหมอ รพ.รัฐแห่งหนึ่งใน จ.นนทบุรี พยาบาลแจ้งว่าหมอที่ผ่าตัดให้ไม่อยู่ ให้ตรวจกับหมอตรวจทั่วไป หมอให้ตนเก็บปัสสาวะเพื่อส่งตรวจ ผลปกติ ไม่ได้ติดเชื้อใดๆ หมอจึงให้ยาฆ่าเชื้อกับยาแก้ปวดมากิน แต่อาการน้ำไหลออกจากช่องคลอดก็ยังไม่หยุดไหล และเหมือนกับจะไหลมากขึ้น เพราะสังเกตจากการเปลี่ยนแพมเพิร์สต่อวัน 8-9 ผืน และไม่ได้เจอหมอที่ผ่าตัดเลย

น.ส.เก๋กล่าวว่า หลังกลับจาก รพ.รัฐแห่งหนึ่งใน จ.นนทบุรี ตนจึงรู้สึกกังวลมากจึงได้แอดไลน์ รพ.ติดต่อกับแอดมิน และแจ้งรายละเอียดหลังการผ่าตัดให้แอดมิน รพ.ทราบ จากนั้นได้รับการแจ้งจากแอดมินว่า วันที่ 29 เมษายน 2568 เวลา 09.30 น. ให้ตนไปพบหมอที่ผ่าตัด และหมอได้ทำการตรวจภายใน อัลตราซาวด์ตรวจไต 2 ข้าง โดยตรวจผ่านหน้าท้อง หมอได้บอกกับตนว่า ไตข้างซ้ายปกติ แต่ไตข้างขวามีน้ำ หมอให้ความเห็นว่าสงสัยตอนผ่าตัดมดลูกไปตัดโดนท่อไตจึงทำให้น้ำรั่ว หมอจะทำหนังสือส่งตัวกลับไปให้รักษาที่ รพ.รัฐแห่งหนึ่งใน จ.ปทุมธานี (ตามสิทธิบัตรทอง) ตนจึงแจ้งกับหมอว่าคราวที่แล้วตนถูก รพ.ตามสิทธิปฏิเสธการรักษามาแล้ว แต่หมอบอกว่า รพ.ตามสิทธิจะต้องทำการรักษาให้คนไข้ ปฏิเสธการรักษาคนไข้ไม่ได้ และหากคนไข้ต้องการเงินเยียวยา หมอจะทำเรื่องให้ แต่ต้องรอให้สิ้นสุดกระบวนการรักษาก่อน โดยจะต้องไปทำการผ่าตัดเย็บซ่อมแซมท่อไตรั่วก่อน

น.ส.เก๋กล่าวว่า วันที่ 30 เมษายน 2568 หมอที่ผ่าตัดทำหนังสือส่งตัวตนให้มารักษาต่อที่ รพ.รัฐแห่งหนึ่ง (ตามสิทธิบัตรทอง) ใน จ.ปทุมธานี เพื่อทำการผ่าตัดศัลยกรรมทางเดินปัสสาวะ เมื่อตนไปพบหมอแจ้งว่า รพ.ไม่มีหมอที่รักษาด้านศัลยกรรม และนัดไปตรวจ CT scan วันที่ 14 พฤษภาคม 2568 แต่หลังจากที่ตนกลับมาจาก รพ. กลางดึกตนมีอาการเวียนหัว หน้ามืด หนาวสั่น เช้าวันที่ 1 พฤษภาคม 2568 ตนจึงรีบไปหาหมอได้ทำการเอกซเรย์ปอด และ CT scan ผลตรวจพบเป็นกรวยไตอักเสบติดเชื้อ หมอให้นอนแอดมิตรักษา โดยให้ยาฆ่าเชื้อ ยาแก้ปวด ยาแก้เวียนศีรษะ เช้าวันที่ 4 พฤษภาคม 2568 หมอได้ทำการเอกซเรย์ ฉีดสีเข้าร่างกายผ่านทางเส้นเลือดเพื่อดูว่ามีน้ำรั่วบริเวณไหน จากนั้นพาไปส่องกล้องเข้าทางท่อปัสสาวะเพื่อที่จะนำผลตรวจไปยื่นให้กับ รพ.ที่ 3 กระทั่งเช้าวันที่ 5 พฤษภาคม 2568 รพ.อนุญาตให้ตนกลับบ้านได้ พร้อมกับให้ผลตรวจส่องกล้องเพื่อนำไปยื่นให้ รพ.ที่ 3

น.ส.เก๋กล่าวว่า วันที่ 8พฤษภาคม 2568 ตนได้นำผลตรวจดังกล่าวไปติดต่อยื่นที่ รพ.ที่ 3 หมอแจ้งว่าจะต้องทำการส่องกล้องอีกครั้งในวันที่ 20 พฤษภาคม 2568 และหมอแจ้งว่าจะต้องเสียค่าส่วนต่างเพิ่ม 5,000 บาท แต่ตนไม่มีเงินเพราะหยุดขายของตั้งแต่ผ่าตัด หลังกลับจาก รพ.ตนจึงได้ทักไลน์ส่วนตัวหมอที่ผ่าตัดให้ตน หมอได้แจ้งกับตนว่า ให้ตนจ่ายไปก่อนแล้วค่อยไปรับเงินเยียวยาในภายหลัง ถ้าไม่อย่างนั้นจะไม่ได้รับเงินเยียวยาครบถ้วน ตนจึงได้ขอร้องให้คุณหมอช่วยเหลือในส่วนต่างเหล่านี้หน่อย หมอจึงบอกให้ตนเข้าไปรับเงินที่ รพ.ในวันที่ 14 พ.ค.68 และหมอจะให้การช่วยเหลือได้เพียงครั้งเดียว

น.ส.เก๋กล่าวว่า ตนจึงเกิดความเครียดและกังวลว่า หากตนผ่าตัดครั้งนี้แล้วจะหายหรือไม่ และหากต้องรักษาต่อเนื่องตนจะเอาเงินจากที่ไหนมาจ่าย ซึ่งหมอและ รพ.ที่ผ่าตัด ควรออกมารับผิดชอบกับเหตุการณ์นี้ ไม่ใช่เพียงการช่วยเหลือเงิน 5,000 บาท แล้วส่งมารักษา รพ.ตามสิทธิบัตรทองแค่นี้ เพราะทุกวันนี้ตนใช้ชีวิตลำบากทุกข์ทรมานอย่างมาก จากที่เคยทำงานหาเงินเลี้ยงดูตัวเองได้ มีค่าใช้จ่ายต่างๆ แต่กลับต้องล้มป่วยแล้วไม่รู้ว่าจะกลับมาหาเงินได้เป็นปกติเมื่อไหร่ จึงตัดสินใจเข้าร้องขอความช่วยเหลือจากมูลนิธิปวีณาฯ

นางปวีณากล่าวว่า หลังรับเรื่องร้องทุกข์จาก น.ส.เก๋ แล้วได้สอบถามรายละเอียดพร้อมกับตรวจสอบเอกสารแล้ว เห็นว่า รพ.ที่ผ่าตัดต้องให้การช่วยเหลือ น.ส.เก๋ อย่างเร่งด่วน ทั้งเรื่องการรักษาพยาบาล และการรับเงินเยียวยาตามมาตรา 41 วันนี้ นางปวีณาจะโทรศัพท์ประสานและนัดหมาย นพ.ปริพนท์ จุลเจิม สสจ.นนทบุรี และ ผอ.รพ.รัฐ จ.นนทบุรี ที่ น.ส.เก๋ ผ่าตัดครั้งแรก โดยจะพา น.ส.เก๋ เข้าพบให้การช่วยเหลือสัปดาห์หน้า และมูลนิธิปวีณาฯ จะมอบเงินช่วยเหลือค่ารักษาส่วนต่าง 5,000 บาท ให้ น.ส.เก๋ไปมอบให้ รพ.ที่ 3 ก่อน โดยมูลนิธิปวีณาฯ จะติดตามอย่างใกล้ชิดต่อไป