จับครบ 4 มือนั่งยางโหดสวนปาล์ม หวั่นถูกวิสามัญ สารภาพเผาทั้งเป็น เหยื่อคลานหนียิงซ้ำคากองเพลิง
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อช่วงเย็นวันที่ 16 พ.ค.2568 ถึงความคืบหน้าในคดีสะเทือนขวัญฆ่าเผานั่งยาง 3 ศพ คนงานสวนปาล์มน้ำมันในพื้นที่หมู่ที่ 1 ต.กะลาเส อ.สิเกา จ.ตรัง เหตุเกิดเมื่อวันที่ 11 พ.ค.ที่ผ่านมา อีกทั้งยังพบศพนิรนามถูกฆ่าเผานั่งยางฝังกลบอีก 1 ศพ ห่างออกไปราว 500 เมตร โดยจากปฏิบัติการไล่ล่าอย่างหนักหน่วงจากฝ่ายเจ้าหน้าที่ตลอด 5 วัน กระทั่งช่วงเช้ามืดวันนี้ (16 พ.ค.) ผู้ต้องหา 2 ราย ได้ตัดสินใจมอบตัวกับเจ้าหน้าที่ตำรวจแล้ว หลังจากมีอดีตสมาชิกสภาจังหวัด (สจ.) ในพื้นที่ อ.สิเกา เป็นผู้ประสานงานการมอบตัว โดย 2 ต้องหาที่มอบตัว คือ นายศุภกรณ์ หรือบิน อายุ 37 ปี ชาว ต.กะลาเส อ.สิเกา ซึ่งเป็นหัวหน้าแก๊ง และนายจรณชัย หรือแต้ม อายุ 32 ปี ชาวต.น้ำผุด อำเภอเมืองตรัง
โดยผู้ต้องหาทั้งสองได้แสดงความกังวลเกี่ยวกับความปลอดภัยของตน โดยไม่กล้าออกมามอบตัวในที่สาธารณะ เนื่องจากกลัวถูกวิสามัญฆาตกรรม จึงได้ติดต่อให้เจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าไปรับตัวในสวนปาล์มน้ำมันบริเวณที่เกิดเหตุ เมื่อเวลาประมาณ 04.00 น. โดยนายศุภกรณ์ หรือบิน ถูกควบคุมตัวและสอบสวนที่สภ.โคกยาง อ.กันตัง
ส่วนนายจรณชัย หรือแต้ม ถูกควบคุมตัวอยู่ที่ สภ.เขาวิเศษ อ.วังวิเศษ โดยทั้งสองถูกแยกสอบปากคำและมีสีหน้าเคร่งเครียดตลอดเวลา โดยเบื้องต้น นายศุภกรณ์ หรือบิน หัวหน้าแก๊งให้การรับสารภาพว่า นอกจาก 3 ศพคนงานเฝ้าสวนปาล์มแล้ว ศพนิรนามอีกศพก็เป็นฝีมือของตัวเองด้วย โดยต้องฆ่าเพราะเข้าไปลักปาล์ม และเป็นคนเผาและฝังด้วยตัวเอง
ล่าสุดเมื่อเวลา 17.00 น. ผู้ต้องหาอีก 2 ราย ยังคงหลบหนีอยู่ ได้แก่ นายปิยะศักดิ์ หรือแจ๊ค อายุ 33 ปี ชาว ต.กะลาเส อ.สิเกา และนายรพีพันธ์ หรือเถือก อายุ 36 ปี ชาว ต.บ่อหิน อ.สิเกา ซึ่งฝ่ายสืบสวนสืบทราบว่ายังคงหลบซ่อนตัวอยู่ในขนำบนเขาหลัก แนวเทือกเขาบรรทัด ต.นำผุด อ.เมืองตรัง รอยต่อ จ.ตรัง-พัทลุง โดยมีเครือข่ายขึ้นไปแจ้งกับ 2 คนร้ายว่า นายบิน กับนายแต้ม ได้เข้ามอบตัวแล้ว ทำให้ 2 คนร้ายที่เหลือรู้สึกกดดันอย่างหนัก กลัวเจ้าหน้าที่ติดตามมาได้และจะถูกวิสามัญฆาตกรรม จึงได้ติดต่อประสานขอมอบตัวในช่วงเย็นวันเดียวกัน
โดยเข้ามอบตัวกับ พ.ต.อ. สมพงษ์ สุวรรณวงศ์ รองผู้บังคับการสืบสวนตำรวจภูธรภาค 9 พร้อมกำลังตำรวจที่ขึ้นเขาไปรอควบคุมตัวตรงปากทางข้ามลำธาร เส้นทางเดียวกันกับที่กำลังตำรวจใช้ขึ้นไล่ล่าติดตามกดดัน โดยทั้งนายแจ็ค และนายเถือก ได้ยอมเดินชูมือยอมจำนนลงเขามาแต่โดยดีในสภาพอิดโรย โดยเจ้าหน้าที่ได้อ่านหมายจับและแจ้งข้อกล่าวหาให้ทั้ง 2 คน ได้รับทราบ
โดยทั้ง 2 คน ระบุว่า จะขอให้การในชั้นศาล ตำรวจจึงควบคุมตัวขึ้นรถเดินทางออกจากพื้นที่ ก่อนนำเข้าทำการสอบเครียดทันทีที่กองบังคับการสืบสวนสอบสวนตำรวจภูธร จ.ตรัง โดยทั้งสองมีสีหน้าเคร่งเครียดเป็นอย่างมาก ซึ่งเป็นการมอบตัวตามลูกพี่อีก 2 คน คือ นายศุภกรณ์ หรือบิน หัวหน้าแก๊ง และนายจรณชัย หรือแต้ม ซึ่งนายบิน กับนายแต้ม มีศักดิ์เป็นคู่เขยกัน เพราะภรรยาของทั้งคู่เป็นพี่น้องกัน
นายรพีพันธ์ หรือเถือก อายุ 36 ปี ชาว ต.บ่อหิน อ.สิเกา 1 ในคนร้าย เปิดเผยสั้นๆว่า หนีขึ้นเขาหลักไปพร้อมกันทั้ง 4 คน โดยประทังชีวิตด้วยผลไม้บนเขาที่หาได้ เช่น กล้วย สัปปะรด แต่จู่ๆในระหว่างที่ตนและนายแจ็คกำลังหลับอยู่ในขนำ นายบินกับนายแต้ม ได้แอบหนีลงเขามาก่อน โดยที่พวกตนไม่ทันรู้ตัว และก็ไม่ทราบข่าวคราวอะไรเกี่ยวกับข้างล่างเลย และไม่เล่นมือถือหรือเครื่องมือสื่อสารอะไรทั้งสิ้น กระทั่งได้รับแจ้งมาว่านายบินกับนายแต้มได้เข้ามอบตัวแล้ว พวกตนเลยรู้สึกกลัวว่าเจ้าหน้าที่จะตามมาวิสามัญ เลยตัดสินใจติดต่อลงเขาเข้ามามอบตัว
สำหรับคดีสะเทือนขวัญในครั้งนี้ แนวทางการสืบสวนทราบว่า นายบิน กับนายแจ็ค เป็นคนลงมือยิงเหยื่อ ส่วนนายแต้ม และนายเถือก เป็นคนลากศพและร่างของบางคนที่ยังมีชีวิตไปเผานั่งยางทั้งเป็น และมีพฤติกรรมโหดเหี้ยม เพราะเมื่อเหยื่อรายหนึ่งพยายามคลานหนีเอาชีวิตรอดจากกองเพลิง แต่ถูกแก๊งทรชนยิงซ้ำจนตาย และเผาร่างต่อไป จากนั้นได้พากันหลบหนี โดยทั้งหมดได้ขึ้นไปบนภูเขาหลัก แต่นายบินและนายแต้มได้อาศัยช่วงที่เพื่อนหลับย้อนกลับไปกบดานที่สวนปาล์มน้ำมันพื้นที่เกิดเหตุ
โดยตำรวจใช้เวลาหลังเกิดคดีรวม 5 วัน จนสามารถคลี่คลายคดีได้ และยังสามารคลี่คลายคดีเผานั่งยางและฝังดินศพนิรนามในพื้นที่ใกล้กันได้อีกด้วย โดยนายบิน ให้การรับสารภาพว่าเป็นคนยิง เผา และฝังศพนิรนามดังกล่าว เพราะเข้าไปขโมยเก็บผลปาล์มร่วง
ซึ่งต่อมาทราบผู้ตายคือ นายศุภฤกษ์ (สงวนนามกสุล) ชาว ต.กะลาเส อ.สิเกา ซึ่งเป็นชายสติไม่สมประกอบ ที่เข้าไปเก็บผลปาล์มร่วงในสวนมาขายประทังชีวิตเท่านั้น ไม่ได้ลักตัดทลายปาล์มจากต้น โดยทางญาติของนายศุภฤกษ์ ได้เข้านำดีเอ็นเอเปรียบเทียบกับศพนิรนามที่พบแล้ว

