หน้าแรก ภูมิภาค ชาวบ้านสุดทน ...

ชาวบ้านสุดทน ร้องปลัด พระเสพยาในวัด ตรวจฉี่ไม่ม่วง เปิดกุฏิแทบอ้วก ขยะล้นกลิ่นเน่าโชย

19.05.25 | 16:30 น.

ชาวบ้านสุดทนร้องปลัด พระเสพในวัดตรวจฉี่ไม่ม่วง แต่ค้นกุฏิแทบอ้วก ขยะล้นส่งกลิ่นอ้างป่วย

เมื่อเวลา 10.30 น. วันที่ 19 พฤษภาคม นายมานพ สุดตา ปลัดฝ่ายความมั่นคง อ.บ้านผือ จ.อุดรธานี นายทรงวุฒิ วงค์ตาผา ปลัดอำเภองานปกครอง อ.บ้านผือ นายคมสันต์ สุมังเกษตร กำนันตำบลโนนทอง พร้อมด้วยพระครูวิมล วีระสุนทร เจ้าคณะตำบล เขต 2 ต.โนนทอง พร้อมด้วยคณะกรรมการฝ่ายสงฆ์ เดินทางมาตรวจสอบพฤติกรรม พระสงฆ์ วัดป่าดอนตาล บ้านดอนตาล ต.โนนทอง อ.บ้านผือ จ.อุดรธานี

หลังได้รับการร้องเรียนจากคณะกรรมการหมู่บ้านว่า และชาวบ้านว่า มีพระสงฆ์ ไม่ปฏิบัติกิจของพระสงฆ์ ไม่ออกบิณฑบาต ซุกอยู่ภายในกุฎิในตอนกลางวัน ตอนกลางคืนไม่จำวัดแต่เดินรอบวัดไม่หลับไม่นอน เมื่อชาวบ้านนำอาหารมาให้ฉันก็ไม่ยอมฉัน ปล่อยให้อาหารบูดเน่า ชาวบ้านหมดศรัทธา ไม่อยากมาวัด พอคณะกรรมการหมู่บ้านมาสอบถาม ก็ยอมรับว่าเสพยา แต่ไม่ยอมให้ตรวจปัสสาวะ แต่รับปากว่าจะย้ายออกจากวัด และได้หายออกจากวัด 3-4 วันแล้ว จึงอยากให้ฝ่ายปกครอง และกรรมการฝ่ายสงฆ์มาตรวจสอบ

พบพระอธิการสุพรรณ ปุงคโว อายุ 58 ปี เจ้าอาวาสวัดดอนตาล เล่าว่า วัดป่าดอนตาล มีพระภิกษุจำพรรษา 5 รูป พระเดี่ยวหนีออกจากวัดไป 1 รูป เหลือพระ 4 รูป พระที่ชาวบ้านสงสัยชื่อพระประเสริฐ สุวโจ อายุ 52 ปี พระลูกวัดที่โดนกล่าวหา ซึ่งออกจากวัดไปประมาณ 3 วันแล้ว ตนรู้เพียงแต่พระประเสริฐบวชมา 5 ปี จำพรรษาที่วัดนี้ 3 ปี

โดยปีแรกที่มาอยู่จะเป็นพระพัฒนา หาปัจจัยมาสร้างกำแพงวัดจนเสร็จ ต่อมาป่วยเป็นเบาหวาน จึงไม่ออกไปบิณฑบาต และจะอยู่ในกุฎิ แต่ไม่รู้ว่าพระประเสริฐเสพยาหรือไม่ จะโทรเรียกพระประเสริฐให้กลับมาที่วัด เพื่อให้ปลัดอำเภอ และคณะสงฆ์ ตรวจสอบ ว่าที่ชาวบ้านกล่าวหานั้น เป็นจริงหรือไม่

Advertisement

นายวันชัย ใจบุญ ผู้ใหญ่บ้านดอนตาล เล่าว่า เริ่มต้นของเรื่องคือ หลังจากออกพรรษา ได้จัดงานบุญเดือนสี่เสร็จแล้ว ชาวบ้านไม่เห็นพระเดี่ยว พระลูกวัด อายุประมาณ 30 ปี ออกมาบิณฑบาต ตนจึงได้บอกให้ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านมาตรวจสอบที่กุฏิ ก็ไม่เห็นพระเดี่ยวแต่กุฎิล็อคกุญแจ สอบถามพระในวัดก็บอกว่าพระเดี่ยวไปไหนไม่รู้ไม่เห็นหลายวันแล้ว จึงเรียกคณะกรรมวัดมาดูและตัดสินใจงัดกุฎิ ก็พบขยะจำนวนมากเต็มกุฏิ ไม่มีแม้ทางจะเดินและที่จะนอน จึงให้ชาวบ้านมาเก็บกวดขยะทำความสะอาด และพบอุปกรณ์การเสพยาในกุฏิจึงถ่ายรูปเก็บไว้เป็นหลักฐาน เหตุการณ์ดังกล่าวผ่านมาประมาณ 1 เดือนแล้ว

ต่อมาเมื่อ 4-5 วันที่ผ่านมา พระประเสริฐ ก็ไม่ปฏิบัติกิจของสงฆ์ ไม่ออกไปบิณฑบาต ไม่รับนิมนต์ จะขังตัวเองอยู่ในกุฎิ โดยอ้างว่าป่วยเป็นเบาหวาน ชาวบ้านที่มาวัดจะนำอาหารใส่ถาดมาให้ฉันถึงกุฎิ แต่ก็ปรากฏว่าอาหารยังเหลือเต็มถาด พระประเสริฐไม่ฉันอาหาร และไม่นำถาดอาหารไปไว้ที่โรงครัวเพื่อทำความสะอาด ปล่อยให้อาหารบูดเน่าคากุฎิ

คณะกรรมการวัดเห็นว่าผิดปกติ จึงได้มาเยี่ยมพระประเสริฐ เพราะหากป่วยมากจะพาไปโรงพยาบาลรักษา แต่ถ้าไม่ได้ป่วยและเสพยาบ้าก็จะตรวจปัสสาวะ ซึ่งพระประเสริฐก็รับสารภาพว่า เสพยาบ้า พวกตนก็ไม่ได้จะไล่ออกจากวัดไปทันที แต่จะให้โอกาสกลับตัวกลับใจ แต่พระประเสริฐ ก็เป็นเหมือนดิม อีกทั้งเจ้าอาวาสซึ่งปกครองวัดก็อ้างว่าไม่รู้เรื่อง ซึ่งชาวบ้านหมดศรัทธาไม่มาวัด

เมื่อพระประเสริฐมาถึงวัด นายมานพ สุดตา ปลัดฝ่ายความมั่นคง อ.บ้านผือ ในฐานะเจ้าพนักงาน ได้สั่งให้เจ้าหน้าที่นำพระประเสริฐไปตรวจปัสสาวะ ซึ่งพระประเสริฐก็ยินยอมไปตรวจโดยไม่ได้ขัดขืน ท่ามกลางการลุ้นของคณะสงฆ์และเจ้าหน้าที่ ปรากฏว่าฉี่ปกติ ไม่เป็นสีม่วง

จากนั้นนายวันชัย ใจบุญ ผู้ใหญ่บ้านดอนตาล ได้สอบถามประเสริฐว่า ทำไมจึงมีพฤติกรรมหมกอยู่ในกุฎิ ไม่ออกไปบิณฑบาต ซึ่งพระประเสริฐให้เหตุผลว่า ป่วยเป็นเบาหวาน รู้สึกวิงเวียน ไม่สามารถลุกขึ้นไปบิณฑบาตได้ คณะกรรมการจึงพูดสวนมาว่า ไม่ออกไปศาลาฉันอาหารเพราะเจ็บป่วย ชาวบ้านก็กลัวว่าจะหิว ก็นำอาหารใส่ถาดมาให้ฉันที่กุฎิ แต่ก็ไม่ยอมฉันปล่อยให้อาหารบูด และไม่ยอมเก็บถ้วยจานไปให้ชาวบ้านล้าง แต่ตอนกลางคืนกลับเดินรอบวัดทั้งคืน ต้องตรวจกุฎิ

นายคมสันต์ สุมังเกษตร กำนันตำบลโนนทอง ได้ให้พระประเสริฐ ไขกุญแจเปิดกุฎิ ซึ่งพระประเสริฐได้บ่ายเบี่ยง เจ้าหน้าที่จึงพูดว่า ถ้าบริสุทธิใจ ก็ไม่ต้องกลัวอะไร ก็ให้เจ้าหน้าที่ตรวจกุฏิ เพื่อดูว่ามีสิ่งของผิดกฎหมายหรือไม่ แต่ประเสริฐก็ยังมีท่าทีลังเล อ้างว่าลืมกุญแจกุฎิไว้ที่วัดบ้านข้าวสาร จะกลับไปเอากุญแจ เจ้าหน้าที่ไม่ยอมให้ไป และสั่งเจ้าหน้าที่ใช้มีดพร้าทุบแม่กุญแจออก

เมื่อประตูห้องขนาด 3×3 เมตรของพระประเสริฐเปิด เจ้าหน้าที่ถึงกับผงะ และเอามือปิดจมูก เพราะกลิ่นบูดเหม็นเน่าของอาหาร ภายในห้องมีขยะถ้วยจานใส่อาหารที่ยังไม่ได้ล้างกองที่พื้น ขวดน้ำเปล่า ขวดน้ำดื่มเกลือแร่วางที่พื้น และเศษขยะอื่นๆ กองอยู่ทั่วพื้นสูงประมาณ 50 ซม. เหลือเป็นทางเดินไปที่นอนเล็กน้อย ตรวจค้นแล้วไม่พบสิ่งผิดกฎหมาย ซึ่งพระประเสริฐ ได้ชี้แจงเพียงสั้นๆ ว่า “สาเหตุที่ห้องสกปรกแบบนี้ เพราะว่าตนป่วยเบาหวาน มีอาการวิงเวียน ทำให้ลุกขึ้นมาทำความสะอาดห้องไม่ได้”

ทางด้านพระครูวิมล วีระสุนทร เจ้าคณะตำบล เขต 2 ต.โนนทอง กล่าวว่า ในเมื่อชาวบ้านมีความประสงค์ให้พระประเสริฐออกจากวัด ก็เห็นด้วยกับทางฝ่ายปกครองที่จะทำประชาคม เรื่องที่กล่าวว่าพระประเสริฐเสพยา ก็ตรวจฉี่แล้วก็พบว่าไม่ได้เป็นไปตามที่ถูกกล่าวหา แต่ที่สุดก็แล้วแต่ศรัทธาของชาวบ้าน ว่าจะให้พระประเสริฐอยู่ที่วัดหรือไม่ ส่วนเรื่องของเจ้าอาวาส ก็เป็นเรื่องของคณะสงฆ์และสำนักพุทธศาสนา จ.อุดรธานี หากต้องการให้เจ้าอาวาสออกจากวัด เพราะว่าปกครองพระลูกวัดไม่ได้ ก็ให้ชาวทำประชาคม รวบรวมรายชื่อ ร้องเรียนไปที่สำนักพุทธศาสนา จ.อุดรธานี ตามขั้นตอน พฤติกรรมของพระประเสริฐ ถือว่าผิดที่ไม่ปฏิบัติตามกิจของสงฆ์ เป็นโทษอาบัติ สามารถปลงอาบัติ ปรับปรุงตัวได้

นายมานพ สุดตา ปลัดอำเภอฝ่ายความมั่นคง อ.บ้านผือ กล่าวสรุปว่า ตอนนี้ทางคณะกรรมการหมู่บ้าน คณะกรรมการวัด ไม่เห็นด้วยที่พระรูปนี้จะอยู่ที่วัดต่อไป เจ้าคณะตำบล และ เลขาเจ้าคณะอำเภอ ก็มาเป็นพยาน ซึ่งพระรูปนี้มีความประสงค์จะออกไปจากวัดเอง ในวันที่ 21 พฤษภาคม ตอนแรกว่าจะมีการประชาคมชาวบ้าน แต่พระบอกว่าไม่ต้องทำจะออกไปเอง ส่วนเจ้าอาวาสวัด ผู้ใหญ่บ้านจะหารือกับชาวบ้านอีกครั้ง หากชาวบ้านไม่ศรัทธา จะให้ทำประชาคมอีกครั้ง