หน้าแรก ภูมิภาค หนุ่มดักรอแฟน...

หนุ่มดักรอแฟนสาว โมโหง้อไม่สำเร็จ ชักปืนกระหน่ำยิงดับต่อหน้าเพื่อน เจ้าตัวขอโทษ อ้างอารมณ์ชั่ววูบ

20.05.25 | 17:17 น.

หนุ่มดักรอแฟนสาว โมโหง้อไม่สำเร็จ ชักปืนกระหน่ำยิงดับต่อหน้าเพื่อน เจ้าตัวขอโทษ อ้างอารมณ์ชั่ววูบ


จากกรณี เมื่อคืนวันที่ 19 พฤษภาคม เจ้าหน้าที่ตำรวจสถานีตำรวจภูธรบ้านหมี่ ได้รับแจ้งว่ามีเหตุยิงกันมีผู้ที่ได้รับบาดเจ็บ ซึ่งเหตุเกิดหน้าบ้านหลังหนึ่ง ในหมู่ 1 ตำบลบางกะพี้ อำเภอบ้านหมี่ จังหวัดลพบุรี ทางญาติได้นำผู้บาดเจ็บส่งโรงพยาบาลบ้านหมี่และเสียชีวิตในเวลาต่อมา หลังจากที่ได้รับแจ้งทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้รีบเดินทางไปตรวจสอบยังจุดที่เกิดเหตุทันที ซึ่งทราบชื่อ น.ส.อรณิชา แก้วเมือง หรือองุ่น อายุ 24 ปี  ส่วนผู้ก่อเหตุทราบชื่อ นายกล้าณรงค์ อายุ 29 ปี หลังก่อเหตุได้ขับรถจักรยานยนต์หลบหนีฝ่าความมืดไปตามเส้นทางสายบ้านหมี่-โคกสำโรง

สำหรับในที่เกิดเหตุพบรถกระบะ ยี่ห้ออีซูซุ สีบรอนซ์เงิน หมายเลขทะเบียน ยง 2763 นครราชสีมา จอดอยู่ทางเข้าบ้าน โดยที่กระจกด้านซ้าย พบรูกระสุนปืนไม่ทราบขนาด จำนวน 2 รู โดยประตูรถเปิดอ้าอยู่

จากการตรวจสอบจุดเกิดเหตุพบปลอกกระสุนปืน ขนาด .38 จำนวน 1 ปลอกตกอยู่ที่พื้น จึงได้เก็บรวบรวมหลักฐานที่เกิดเหตุเพื่อเป็นวัตถุพยาน ซึ่งทาง ผกก.สภ.บ้านหมี่ ได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่งานสืบสวน เร่งไล่ล่าติดตามคนร้าย พร้อมทั้งประสานตำรวจพื้นที่ใกล้เคียงสกัดคนร้าย ซึ่งต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจพบชายคนหนึ่งขับรถจักรยานยนต์ ยี่ห้อฮอนด้า สีขาวดำ หมายเลขทะเบียน 1 กล 8299 สระบุรี วนเวียนอยู่ที่หมู่ 6 ตำบลโพนทอง อำเภอบ้านหมี่ จังหวัดลพบุรี โดยคาดว่าน่าจะเป็นผู้ก่อเหตุดังกล่าวได้พยายามติดตามแต่ไม่พบ

Advertisement

พันตำรวจเอก ศุภกร อ้นสุวรรณ ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรบ้านหมี่ ได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่งานสืบสวนเร่งไล่ล่าติดตามคนร้าย พร้อมทั้งประสานตำรวจพื้นที่ใกล้เคียงสกัด

โดยในเวลาต่อมาได้มีทางญาติของผู้ก่อเหตุได้ประสานกับทางเจ้าหน้าที่ตำรวจว่าผู้ก่อเหตุขอมอบตัว แต่ตอนนี้ได้หลบอยู่ในป่าใกล้กับบ้านของผู้ก่อเหตุเองกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจได้เข้าไปปิดล้อมและให้ญาติเกลี้ยกล่อม ซึ่งใช้เวลาไม่นานผู้ก่อเหตุได้ออกมาจากป่าแล้วมอบอาวุธปืนที่ใช้ก่อเหตุให้กับพี่ชาย ทางกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจได้เข้าควบคุมตัวและนำตัวมาสอบปากคำที่สถานีตำรวจภูธรบ้านหมี่ สำหรับอาวุธปืนที่ใช้ก่อเหตุเป็นอาวุธปืนไทยประดิษฐ์ ขนาด.38 มม. กระสุนปืนจำนวน 3 นัด

จากการสอบสวนในเบื้องต้นจากเพื่อนผู้ตายทราบว่าผู้ตายพร้อมเพื่อนจำนวน 3 คน ได้กลับจากร้านเสริมสวย เมื่อมาถึงปากทางเข้าบ้านมองเห็นว่ามีนายกล้าณรงค์เดินตามมาที่รถ พร้อมกระชากประตูฝั่งซ้ายที่ผู้ตายนั่งอยู่ ทางมือปืนได้ยื้อยุดฉุดกระชากจะเปิดประตูให้ได้ แต่ น.ส.อรณิชารั้งไว้ในช่วงที่ไม่มีใครคาดคิด นายกล้าณรงค์ได้ใช้ปืนยิงทะลุกระจกเข้ามาโดยนัดแรกถูกที่แขนก่อนที่กระสุนนัด 2 จะยิงเจาะหัว ท่ามกลางเสียงหวีดร้องด้วยความตื่นตกใจของเพื่อนสาว ก่อนที่พ่อและพี่ชายจะรีบนำตัวส่ง รพ.บ้านหมี่

ต่อมาในช่วงเช้าที่ผ่านมาญาติของนายกล้าณรงค์ ผู้ก่อเหตุได้มาที่สถานีตำรวจภูธรบ้านหมี่ เพื่อขอเยี่ยมมีแม่เลี้ยงนายกล้าณรงค์ มือปืนและญาติกล่าวว่าไม่รู้เรื่องของเขาเท่าไร ปกติเขาจะไม่เล่าอะไรให้ฟัง และไม่คิดว่าเขาจะกล้าลงมือก่อเหตุถึงชีวิต ทั้งนี้ก่อนที่นายกล้าณรงค์ มือปืนจะลงมือก่อเหตุได้โพสต์ข้อความในเฟซบุ๊ก ที่ชื่อ “โก๋กล้า พาเพลีย” ลักษณะขู่อาฆาตไว้หลายข้อความ เช่น ”กูเจอกูไม่เอาพวกมึงไว้แน่จำคำกูไว้เลย” “ชีวิตกูกำหนดเองว่ามันจะจบแบบไหน กูเคยพูดแล้วถ้ามันจบให้มันจบที่ตัวเราเองมันเริ่มที่เราให้มันจบที่เรา” และโพสต์สุดท้ายหลังก่อเหตุว่ารักทุกคนเลย ก่อนถูกตำรวจรวบตัวได้ ทั้งนี้เบื้องต้น เจ้าหน้าที่ตำรวจได้แจ้งข้อหาฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา มีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนไว้ในความครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต พกพาอาวุธไปในเมือง หมู่บ้าน หรือทางสาธารณะโดยไม่ได้รับอนุญาต

จากนั้นในช่วงเที่ยงที่ผ่านมาตำรวจได้นำตัวไอ้กล้าออกจากห้องควบคุมขังโรงพัก เพื่อจำลองทำแผนประกอบคำรับสารภาพที่หน้า สภ.บ้านหมี่ ป้องกันเหตุการณ์ประชาทัณฑ์จากญาติน้ององุ่น ซึ่งนายกล้ามีสีหน้าอิดโรย มีความกังวลก่อนที่ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้เริ่มการทำแผนตั้งแต่ซุ่มรออยู่หน้าบ้านน้ององุ่นก่อนไปเปิดประตูรถและยิงใส่กระจกไป 2 นัด โดยมีประชาชนและญาติของน้ององุ่นที่มารอดูการทำแผนจำนวนมาก

ซึ่งผู้ก่อเหตุกล่าวว่าขณะที่ยิงนัดแรก เพื่อนสาวของน้ององุ่นได้วิ่งหนีลงรถไปแล้ว ก่อนบรรจุกระสุนในรังเพลิงลั่นไกไปอีก 1 นัด ส่วนสาเหตุที่ลงมือฆ่าเนื่องจากแค้นที่โดนหลอกให้รัก และโดนหลอกเอาเงินไปนับแสนบาท ก่อนที่จะตัดสินใจตนเองพยายามของ้อคืนดีกับน้ององุ่น มาหลายต่อหลายครั้ง โดยที่ตนเองเป็นฝ่ายเสียเปรียบทุกครั้ง โดนด่าหยาบคาย โดนทำร้ายทุบตี แต่ตนเองก็พยายามอดทน เผื่อน้ององุ่นจะคืนดีด้วย ตนเห็นภาพบาดตาที่น้ององุ่นไปไหนมาไหนกับผู้ชาย จนน้ององุ่นบอกว่าจะไม่ยุ่งกับชายอื่นอีกแล้ว ตนก็ปักใจเชื่อ

จนล่าสุดตนไปที่บ้านเพื่อขอพบกับน้องแต่ถูกปฏิเสธจากญาติ และไม่สามารถติดต่อกับน้ององุ่นได้อีก ตนเองก็รู้ดีว่าน้ององุ่นเคยมีแฟน มีลูก 1 คน แต่ก็รัก หวังเริ่มต้นชีวิตใหม่ แต่ก็เพียงชั่วครู่ ชั่วคราวน้องกลับมามีชายอื่น จนตนทนไม่ได้ ตัดสินใจเด็ดขาดเพื่อมาขอคืนดี โดยพกอาวุธปืนติดตัวมา เมื่อถูกปฏิเสธก็หมดความอดทนจึงได้ตัดสินใจยิง ก่อนที่ตนจะหลบหนีไม่มีจุดหมายปลายทาง ซึ่งตนตั้งใจจะยิงตัวตายตามน้ององุ่น แต่พี่ชายได้ขอร้องให้มอบตัวกับตำรวจ ตนจึงได้ขับรถย้อนมาเพื่อมอบตัวกับเจ้าหน้าที่ตำรวจและยอมรับสารภาพผิดกับเหตุการณ์ทั้งหมด ตนขอโทษกับครอบครัวน้อง มันเป็นอารมณ์ชั่ววูบจริงๆ

ขณะที่ นางสาวิตรี อายุ 43 ปี มารดาของ น.ส.อรณิชา เผยว่า นายกล้าณรงค์ มาคบหากับลูกสาวได้ระยะหนึ่งภายหลังมีปัญหากัน ซึ่งไม่ทราบสาเหตุเพราะลูกสาวไม่ค่อยได้เล่าอะไรให้ฟัง ทางลูกสาวพยายามเลิกคบ นายกล้าณรงค์ก็จะแวะเวียนมาหาตลอดลูกสาวก็ไม่ยอมที่จะเจอ ซึ่งจากที่ตนได้เคยเข้าไปดูในเฟซบุ๊กของนายกล้าณรงค์ ยังเคยมาบอกกับสามีและลูกว่าคนนี้ไม่ธรรมดาเลยนะ ก่อนเกิดเหตุลูกสาวไปเป็นแบบทำเล็บกับเพื่อน ขณะที่เดินทางกลับมาถึงหน้าบ้านผู้ก่อเหตุได้มาดักรอพบและจะเปิดประตูรถกระบะแต่ลูกสาวไม่ยอม จึงถูกยิงอย่างโหดเหี้ยม ตนเองอยากให้ผู้ก่อเหตุถูกดำเนินคดีถึงที่สุดและอยากจะรู้ว่าลูกสาวไปทำอะไรให้ถึงกับต้องฆ่ากันด้วย

ขณะที่ พ.ต.อ.ศุภกร อ้นสุวรรณ ผกก.สภ.บ้านหมี่ เผยว่ามูลเหตุของการก่อคดีจากการสอบสวนทราบว่าผู้ก่อเหตุส่งเสียดูแลผู้ตายนานกว่า 1 ปีต่อมาผู้ตายพยายามตีตัวออกหาก ผู้ก่อเหตุพยายามจะขอพูดคุยแต่ น้ององุ่นผู้ตายไม่ยอมคุยด้วยสักครั้ง รวมทั้งยังเข้าใจว่าผู้ตายจะมีชายคนใหม่ จึงมีอารมณ์หึงหวงก่อนเกิดเหตุได้ไปดักรอเพื่อพยายามปรับความเข้าใจผู้ตายก็ไม่คุย จึงมีปากเสียงกันทำให้ผู้ก่อเหตุบันดาลโทสะใช้อาวุธปืนที่เตรียมมาจากการซื้อในอินเตอร์เน็ตยิงไปที่ผู้ตายจนได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิตต่อมา ซึ่งจะต้องมีการตามแหล่งที่มาซื้อขายอาวุธปืนที่ใช้ก่อเหตุดังกล่าว