คนท้องถิ่น ชี้คำสั่งนายกฯ แก้ปัญหาน้ำกกไม่มีอะไรใหม่ วอนตั้งคณะเฉพาะกิจ เชิญจีน-พม่าทราบปัญหา
เมื่อวันที่ 21 พฤษภาคม ผู้สื่อข่าวรายว่าจากกรณี น.ส.แพทองธาร ชืนวัตร นายกรัฐมนตรี ได้มีข้อสั่งการใหม่เพื่อการแก้ไขปัญหาสารปนเปื้อนในแม่น้ำกกและแม่น้ำสายซึ่งไหลมาจากรัฐฉาน ประเทศเมียนมา ผ่าน จ.เชียงใหม่ และ จ.เชียงราย นั้น พบว่ากลุ่มเครือข่ายภาคประชาชน องค์กรเอกชน และนักวิชาการในพื้นที่ที่ประสบปัญหา ต่างออกมาระบุว่าเป็นข้อสั่งการที่เป็นไปตามการใช้กลไกรัฐตามปกติ อีกท้้งคำสั่งทั้งหมดเป็นผลมาจากการนำโดย นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รองนายกรัฐมนตรี ร่วมกับ 17 หน่วยงานเมื่อวันที่ 30 เม.ย.2568
ซึ่งคำสั่งใหม่ของนายกรัฐมนตรีก็ซ้ำกับมาตรการเดิมที่เคยทำ เช่น ติดตามตรวจสอบการปนเปื้อนในแม่น้ำกก ลำน้ำสาขา การปนเปื้อนในสัตว์น้ำและการสะสมในร่างกายมนุษย์ อย่างต่อเนื่อง ฯลฯ สิ่งที่เพิ่มเติมขึ้นมาคือให้กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ติดตามและรายงานการจัดการแหล่งที่มาของปัญหา เจรจาหารือกับประเทศเพื่อนบ้านเพื่อการหยุดหรือปรับปรุงวิธีการทำเหมืองซึ่งอาจเป็นสาเหตุของการปนเปื้อนในแม่น้ำดังกล่าว ส่วนที่เหลือเป็นข้อสั่งการที่หน่วยงานราชการต่างๆ ได้ทำอยู่แล้ว

ด้าน ดร.สืบสกุล กิจนุกร สำนักวิชานวัตกรรมสังคม มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง เปิดเผยว่า ปัจจุบันเครือข่ายในพื้นที่ยังคงยืนยันที่จะให้มีการจัดตั้งเป็น “คณะทำงานเฉพาะกิจ” ขึ้นมา เนื่องจากปัญหานี้เกี่ยวข้องกับหลายหน่วยงานทั้งภายในและภายนอกประเทศ บางเรื่องอาจเป็นข้อจำกัดกับหน่วยงานภายในโดยเฉพาะการประสานกับต่างประเทศหรือแม้แต่ชนกลุ่มน้อยในเมียนมา นอกจากนี้ ขอให้มีมาตรการในการเชิญผู้แทนจากประเทศเมียนมาและจีนให้มารับทราบข้อปัญหานี้ด้วย โดยเฉพาะเรื่องผลกระทบและการหาทางออกร่วมกัน
ขณะเดียวกันปัจจุบัน นายนิวัฒน์ ร้อยแก้ว หรือ ครูตี๋ ประธานกลุ่มรักษ์เชียงของ ได้ออกเก็บตัวอย่างปลาในแม่น้ำโขงโดยเฉพาะปลาแข้ซึ่งเป็นปลาหนังมีคลีบ ซึ่งพบว่าปลาที่อาจารย์นิวัฒน์จับได้ตลอดแนวชายแดนไทย-สปป.ลาว จะมีอาการติดเชื้อโดยสังเกตเห็นตุ่มพุพองได้อย่างชัดเจน ซึ่งครูตี๋ระบุว่าในอดีตไม่เคยพบเห็นปลามีอาการดังกล่าวมาก่อนแต่พึ่งมาพบตั้งแต่ปลายปี 2567 เป็นต้นมา ซึ่งเป็นช่วงเดียวกับที่แม่น้ำกกและแม่น้ำสายมีความขุ่นโดยมีโรงงานเหมืองทองคำและอาจจะมีแรร์เอิร์ธอยู่บนต้นน้ำ จากนั้นค่าสารหนูในทั้ง 2 แม่น้ำก็มีค่าเกินมาตรฐานก่อนจะพบปลาในแม่น้ำกกและแม่น้ำโขงมีตุ่มพุพองดังกล่าว

นายนิวัฒน์เปิดเผยว่า ผลการตรวจวัดคุณภาพน้ำโดยสำนักงานสิ่งแวดล้อมและควบคุมมลพิษที่ 1 (เชียงใหม่) ที่ได้เก็บตัวอย่างเมื่อวันที่ 1-2 พ.ค.2568 ระบุว่ามีสารหนูเกินมาตรฐานบริเวณจุดก่อนแม่น้ำกกไหลลงสู่แม่น้ำโขงและบริเวณสบกก ต.บ้านแซว อ.เชียงแสน จ.เชียงราย ส่วนแม่น้ำสายก็มีค่าสารหนูและโลหะหนักปนเปื้อนเกินค่ามาตรฐาน และแม่กรณ์ แม่ลาว แม่สรวย (น้ำสาขาแม่น้ำกก) คุณภาพน้ำอยู่ในเกณฑ์มาตรฐาน ซึ่งข้อมูลของหน่วยงานของรัฐได้แสดงให้เห็นว่าแม่น้ำกก แม่น้ำสาย และแม่น้ำโขงมีปัญหาจากสารพิษและการปนเปื้อนโลหะหนักจริงส่วนแม่น้ำสาขาไม่เป็นปัญหา ดังนั้นรัฐบาลต้องรีบเร่งคือผลักดันให้เกิดการตรวจวัดคุณภาพน้ำบริเวณพื้นที่ต้นน้ำข้ามพรมแดน เพื่อให้ทราบข้อเท็จจริงที่จะสามารถยืนยันถึงต้นตอของปัญหา และเกิดแนวทางการแก้ไขกับประเทศและผู้ที่เกี่ยวข้องต่อไป
ด้าน นายณัฐรัฐ พรเดชอนันต์ ประมง จ.เชียงราย เปิดเผยว่ากรณีพบปลามีลักษณะผิดปกติพบทั้งในแม่น้ำกกและแม่น้ำโขงปากตรงปากแม่น้ำคำ โดยมีมีลักษณะใกล้เคียงกันคือปลาจะมีตุ่มแดงบริเวณครีบ หางและหนวด จึงได้นำตัวอย่างปลาไปยังกองวิจัยและพัฒนาสุขภาพสัตว์น้ำ กรมประมง เพื่อตรวจหาด้านปรสิดวิทยา แบคทีเรียวิทยา ไวรัสวิทยา และพยาธิวิทยา แล้วจำนวน 3 ครั้ง ซึ่งผลออกมาแล้ว 1 ครั้ง คือเมื่อวันที่ 2 พ.ค.ที่ผ่านมาพบด้านปริสิตวิทยาพบปรสิตกลุ่มไดจีนและมีแบตทีเรียเข้ามาซ้ำเติมที่ตุ่มดังกล่าว ส่วนด้านไวรัสวิทยาและพยาธิวิทยาไม่พบแต่อย่างใด ด้านผลการวิเคราะห์ทางเคมีพบสารปรอทอยู่ภายในตัวปลา 0.14 ไมโครกรัมต่อกรัมซึ่งค่าเกณฑ์มาตรฐานที่กำหนดไม่ให้เกิน 0.15 ไมโครกรัมต่อกรัม ไม่เจอแดดเมียม ส่วนตะกั่วมีอยู่เพียง 0.05 ไมโครกรัมต่อกรัม ส่วนค่ามาตรฐานคือไม่เกิน 0.3 ขณะที่การตรวจครั้งทื่ 3 พึ่งมีการเก็บตัวอย่างไปเมื่อวันที่ 4 พ.ค.และวันที่ 16 พ.ค.จึงกำลังรอผลซึ่งคาดว่าจะออกมาในวันที่ 28 พ.ค.นี้ต่อไป

นายณัฐรัฐกล่าวว่า สาเหตุที่พบตุ่มและแผลพุพงในปลาเกิดจากสภาพแวดล้อมมีการเปลี่ยนแปลง น้ำมีความขุ่น ทำให้สัตว์เลี้ยงวัยอ่อนได้รับผลกระทบด้านการสังเคราะห์แสงเพราะลูกปลาวัย่ต้องอาศัยแพลงตอนพืชที่เกิดจากการสังเคราะห์แสงในการมีชีวิตอยู่ หากยังไม่สามารถทำให้น้ำที่ขุ่นกลับมาใสอีกได้ก็จะส่งผลกระทบต่อสัตว์น้ำในระยะยาวต่อไปโดยสังเกตุได้จากในปัจจุบันที่มีปลาลดน้อยลงเพราะไม่สามารถแพร่พันธุ์ได้ตามปกติ กระนั้นโดยทั่วไปปลาจะอพยพไปอยู่ในที่ที่มีน้ำใสต่อไป ส่วนการบริโภคปลาที่จับได้โดยมองจากการตรวจหาปริสิตและแบตทีเรียนั้นพบว่ายังสามารถใช้ความร้อนก่อนบริโภคได้แนะนำให้บริโภคด้วยการทำให้สุกแล้วเท่านั้นโดยประเภทลวกจิ้มต้องเลิกทันที
รายงานข่าวแจ้งว่า หลังเกิดปัญหาสารหนูปืนเปื้อนในแม่น้ำกกและแม่น้ำสายรวมไปถึงในแม่น้ำโขงที่แม่น้ำทั้ง 2 สายไหลไปบรรจบ เครือข่ายภาคประชาชนได้ดิ้นรนหาข้อมูลและภาพถ่ายทางอากาศจนทราบว่าพื้นที่ต้นน้ำที่เขตปกครองพิเศษที่ 2 (สหรัฐว้า) จ.เมืองสาด และใกล้เคียง มีการทำเหมืองทองคำหลายจุดและมีการทำเหมืองแร่แรร์เอิร์ธทางฝั่งตะวันออกและตะวันตกของแม่น้ำกกอย่างน้อย 2 เหมือง โดยแต่ละเหมืองตั้งอยู่ใกล้กับแม่น้ำด้วย กิจการตั้งหมดเริ่มดำเนินการตั้งแต่ปลายปี 2567 และนับตั้งแต่นั้นก็เกิดภาวะแม่น้ำกก-แม่น้ำสายขุ่น หรือแม้แต่เกิดน้ำท่วมใหญ่ ทั้งนี้ ทางฝ่ายทหารโดยคณะกรรมการชายแดนไทย-เมียนมา ระดับภาค (RBC) ซึ่งฝ่ายไทยมีแม่ทัพภาคที่ 3 เป็นประธานจะจัดประชุมกับ RBC ฝ่ายเมียนมา ช่วงเดือน มิ.ย.-ก.ค.2568 ทางฝ่ายไทยจะบรรจุวาระเรื่องผลกระทบในแม่น้ำให้ฝ่ายเมียนมาได้รับทราบเป็นครั้งแรก
ขณะที่เครือข่ายภาคประชาชน องค์กรเอกชน และนักวิชาการในพื้นที่มีกำหนดจัดกิจกรรมใหญ่ครั้งแรกในวันที่ 5 มิ.ย.2568 ซึ่งเป็นวันสิ่งแวดล้อมโลกเบื้องต้นกำหนดขอใช้สนามหน้าศาลากลาง จ.เชียงราย ติดกับแม่น้ำกกและจะมีการทำพิธีกรรมตามความเชื่อต่างๆ และสืบชะตาแม่น้ำกก พิธีของกลุ่มชาติพันธุ์ต่างๆ กิจกรรมเสวนา ฯลฯ เพื่อกระตุ้นให้มีการแก้ไขปัญหาอยางเป็นรูปธรรม


