หน้าแรก ภูมิภาค ผู้ปกครอง-ชุม...

ผู้ปกครอง-ชุมชน เศร้า จำใจโหวตเอกฉันท์ ยุบโรงเรียนบ้านหนองแจม หลังเหลือน.ร.แค่ 9 คน

22.05.25 | 15:30 น.

ผู้ปกครอง-ชุมชน เศร้า จำใจโหวตเอกฉันท์ ยุบโรงเรียนบ้านหนองแจม หลังเหลือน.ร.แค่ 9 คน ผอ.สพป.โคราช เขต 5 เผยผู้ปกครองทั้ง 9 พอใจย้ายบุตรหลานไปโรงเรียนใกล้เคียงที่มีความพร้อมมากกว่า


เมื่อวันที่ 22 พฤษภาคม ที่โรงเรียนบ้านหนองแจง หมู่ 9 ต.บัลลังก์ อ.โนนไทย จ.นครราชสีมา ดร.ปฐมเกียรติ ไชยคำ ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษานครราชสีมา เขต 5 (ผอ.สพป.นครราชสีมา เขต 5) พร้อมนายสุพรรณ ทองภู ผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านสระตะเฆ่ ในฐานะรักษาการผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านหนองแจง จัดประชุมรับฟังความคิดเห็นของผู้นำชุมชน ผู้ปกครองและผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย กรณีเลิกสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน โรงเรียนบ้านหนองแจง เนื่องจากปีการศึกษา 2568 มีนักเรียนระดับชั้นอนุบาลที่ 2 ถึงประถมศึกษา ปีที่ 6 ประกอบด้วยชั้น ป.3 จำนวน 2 คน ป.4 จำนวน 1 คน ป.5 จำนวน 3 คน และ ป.6 จำนวน 3 คน รวมทั้งหมด 9 คน ผู้ปกครองได้ย้ายบุตรหลานไปเรียนที่อื่น จึงต้องดำเนินการตามระเบียบและแนวปฏิบัติที่เกี่ยวข้องของกระทรวงศึกษาธิการว่าด้วยการจัดตั้งรวมหรือเลิกสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน พ.ศ 2550 จำนวนนักเรียนลดลงจนไม่สามารถพัฒนาคุณภาพการจัดการศึกษาตามแนวทางการปฏิรูปการศึกษา โดยพระสงฆ์ ผู้นำชุมชนและผู้ปกครองรวม 19 เสียง มีมติเป็นเอกฉันท์ให้เลิก ไม่ดำเนินการต่อ

นางบุญตา ออสันเทียะ อายุ 55 ปี ตัวแทนผู้ปกครอง กล่าวว่า ตนและครอบครัวรวมถึงญาติ ลูกหลานเป็นศิษย์เก่าโรงเรียนบ้านหนองแจง ซึ่งก่อตั้งมาร่วม 80 ปี จึงมีความใกล้ชิดผูกพันมาโดยตลอดและหวนคิดถึงบรรยากาศเก่าๆ ที่บ้าน วัด โรงเรียนช่วยเหลือเกื้อกูลอยู่ร่วมกัน ขณะนี้จำนวนเด็กเกิดใหม่ค่อนข้างน้อยและผู้ปกครองก็นำบุตรหลานไปเรียนที่อื่น ซึ่งมีความพร้อมและดีกว่า

Advertisement

ดร.ปฐมเกียรติ ผอ.สพป.นม 5 เปิดเผยว่า บรรยากาศโดยรวมทุกคนรู้สึกเสียดายและยอมรับสัจธรรมที่มีครูผู้สอน 2 คน ต้องแบ่งเวลาสอนหนังสือนักเรียนต่างชั้นและกิจกรรมทั้งลูกเสือ เนตรนารีหรือสันทนาการไม่สามารถดำเนินการได้เต็มประสิทธิภาพ ผู้ปกครองนักเรียนทั้ง 9 คน พึงพอใจย้ายบุตรหลานไปเรียนที่ โรงเรียนชุมชนบ้านโคกสวาย ต.สายออ อ.โนนไทย ซึ่งเป็นสถานศึกษาขยายโอกาส เปิดสอนตั้งแต่อนุบาลถึง ม.6 มีจำนวนนักเรียน 643 คน จึงมีความพร้อมการจัดการเรียนการสอน การบริการจัดรถรับส่งฟรี อาหารกลางวัน คุณภาพและความเอาใจใส่ของผู้บริหารและครู ส่วนโรงเรียนบ้านหนองแจง อยู่ระหว่างจัดทำทะเบียนครุภัณฑ์ต่างๆ สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษานครราชสีมา เขต 5 (สพป.นม.5) มีความยินดีที่ชุมชนมีส่วนร่วมในการดูแล บำรุงรักษาและใช้อาคารสถานที่จัดกิจกรรมต่างๆ ของชุมชน อนาคตจะปรับปรุงให้เป็นบ้านพักของข้าราชการครู หรือ บุคลากรทางการศึกษา เพื่อลดภาระค่าใช้จ่าย

ทั้งนี้ สพป.นม. 5 มี โรงเรียนในสังกัดทั้งสิ้น 209 แห่ง เป็น โรงเรียนขนาดเล็กที่มีนักเรียนต่ำกว่า 120 คน 133 แห่ง โดยมี 88 แห่ง มีนักเรียนต่ำกว่า 80 คน จำนวนนักเรียนลดลงเรื่อยๆ มีสาเหตุหลักเด็กเกิดน้อยลงและการคมนาคมสะดวกสบาย ผู้ปกครองอยากให้บุตรหลานมีโอกาสเรียนกับโรงเรียนที่มีความพร้อม ทำให้โรงเรียนในหมู่บ้านมีนักเรียนลดลงอย่างต่อเนื่อง

ผศ.ดร.อดิศร เนาวนนท์ อธิการบดีมหาวิทยาลัยราชภัฎ (มรภ.) นครราชสีมา กล่าวว่าจำนวนโรงเรียนทั้งหมดในประเทศไทยร่วม 3 หมื่นแห่ง สัดส่วนเป็น รร.ขนาดเล็ก 52 % แนวทางการแก้ไขมีดังนี้ 1.กรณีชุมชนหรือผู้มีส่วนได้ส่วนเสียหรือภาคเอกชนเข้ามาอุปถัมภ์อุ้มชูแล้วสามารถอยู่ได้ด้วยคุณภาพก็ไม่น่าเป็นห่วง 2.ไม่เฉพาะใน จ.นครราชสีมา หากตั้งอยู่ในพื้นที่ห่างไกล ทุรกันดารบนภูเขาทางภาคเหนือ ขาดแคลนครูผู้สอนและอุปกรณ์การเรียนการสอน รัฐบาลต้องให้ความสำคัญจัดสรรงบให้มีความพร้อม 3.ปัจจุบันความก้าวหน้าของเทคโนโลยี ครูสามารถสอนได้ทุกระดับชั้นผ่านระบบแพลตฟอร์มทางไกล รัฐบาลไม่จำเป็นต้องซื้อไอแพดให้ทุกคน แต่ต้องซื้อเครื่องรับขนาดใหญ่ให้และส่งเสริมสนับสนุนการใช้แพลตฟอร์มกลางที่ผลิตขึ้นไม่ ต้องให้ครูออกแบบดีไซน์ เน้นหลักสูตรตามตัวชี้วัดจะเกิดประโยชน์สูงสุดกับผู้เรียน 4.สภาพการณ์จำเป็นต้องยุบรวมแต่จะมีปัญหากับผู้ปกครองและผู้บริหาร ครู กระทรวงศึกษาธิการต้องสร้างระบบและเตรียมการนำผู้บริหารและครูไปอยู่ที่ไหนรวมทั้งทำความเข้าใจกับชุมชนเจ้าของพื้นที่ กรณีจัดรถรับส่งและดูแลนักเรียนให้ย้ายไปอยู่โรงเรียนที่มีประสิทธิภาพและเกิดประโยชน์กับลูกหลาน ตนเชื่อเป็นแนวทางที่น่าจะถูกนำมาใช้มากที่สุด