ชาวบ้านเฮ ครั้งนี้คงได้แน่ กระเช้าขึ้นภูกระดึง ส่วนลูกหาบยอมรับหาคนทำต่อยาก
ตามที่นายสรวงศ์ เทียนทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เปิดเผยถึงความคืบหน้าโครงการก่อสร้างกระเช้าไฟฟ้าภูกระดึงกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา โดยองค์การบริหารการพัฒนาพื้นที่พิเศษเพื่อการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน (องค์การมหาชน) หรือ อพท. เตรียมเดินหน้าก่อสร้างกระเช้าไฟฟ้าขึ้นภูกระดึง วงเงิน 1,000 ล้านบาท คาดว่าจะใช้ระยะเวลาในการก่อสร้าง 30 เดือน หรือ 2 ปี 6 เดือน นับตั้งแต่วันเริ่มออกแบบ พร้อมเปิดให้บริการช่วงเดือนพฤศจิกายน 2570

กระเช้าในประเทศเวียดนาม
เมื่อวันที่ 22 พฤษภาคม นายคุณวุฒิ บุดดาดวง ประธานคณะกรรมการรณรงค์ให้สร้างกระเช้าไฟฟ้าขึ้นภูกระดึง เผยว่า หลังจากที่ทราบข่าว รัฐบาลได้เดินหน้าก่อสร้างกระเช้าขึ้นภูกระดึง ซึ่งเป็นข่าวดีของคนภูกระดึงเกิน 90 % ต้องการกระเช้าขึ้นภูกระดึง วันนี้รัฐบาลได้สร้างความชัดเจนและต้องการทำกระเช้าขึ้นภูกระดึง หลังที่รอมากว่า 40 กว่าปี ที่มีเริ่มการผลักดันเมื่อปี 2525 หากมีการสร้างขึ้นจริงก็จะเป็นผลดีกับอำเภอภูกระดึง รวมทั้งประเทศไทยโดยส่วนรวม ตนถือว่าเป็นการพัฒนาภูกระดึงแบบยั่งยืน ฟื้นฟูการท่องเที่ยวและตามมาด้วยเศรษฐกิจของไทย ซึ่งการสร้างกระเช้านานาในต่างประเทศ อย่างเวียดนามเหนือและใต้ เขาก็มีการเช้าขึ้นภูธรรมชาติของเขาก็ไม่ได้รับความเสียหายแต่อย่างใด และเขาก็ยังได้พัฒนาต้นไม้เขียวชอุ่มทั้งปี

นายคุณวุฒิ กล่าวว่า ภูกระดึงเป็นต้นลำน้ำพองที่ไหลลงผ่านไปหลายจังหวัด จนไปถึงแม่น้ำป่าสัก และปัจจุบันขยะบนภูกระดึงทุกวันนี้ตั้งแต่อดีตมาหลายสิบๆปี ถูกฝังบนภูเมื่อฝนตกลงมาทุกปีจะน้ำกัดเซาะบางครั้งเอาขยะที่ถูกฝังไหลลงมาด้วย ตนมองว่ามีกระเช้าเรื่องขยะที่ตกค้างบนภูกระดึงก็หมดไป
นายคุณวุฒิ กล่าวว่า ในส่วนของเรื่องลูกหาบ ต้องยอมรับว่าลูกหาบปัจจุบันลดลงจำนวนมาก คนที่มีอาชีพที่เป็นลูกหาบพอแก่ตัวมาส่วนใหญ่ร่างกายมักกระดูกผิดรูปโดยเฉพาะบ่าและไหล่ที่ต้องหาบของหนัก จึงทำให้ลูก หลาน ก็ไม่ได้อยากทำอาชีพนี้ ซึ่งทาง อพท.เคยทำ รายงานผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม หรือ EIA ครั้งแรกคนภูกระดึงได้มีข้อตกลงและทำ EIA ไว้ โดยข้อตกลงจะให้ลูกหาบเป็นเจ้าหน้าที่ประจำกระเช้า ขึ้นไปดูสิ่งของของนักท่องเที่ยว หรือนักท่องเที่ยวต้องการพักก็จะหาบของให้นักท่องเที่ยวไปที่พัก นี้คือตกลงกันในการทำ EIA ฉบับที่ 1 ที่จุฬสลงกกรณ์มหาวิทยาลัย ทำไว้

ด้านนายบุญหอง จันทาสี ประธานลูกหาบภูกระดึง เผยว่า ในเรื่องของการสร้างกระเช้าขึ้นภูกระดึงตนมองว่า ทำก็ดีไม่ทำก็ดี และทุกวันนี้ต้องยอมรับว่าปัญหาลูกหาบจริง เนื่องจากปัจจุบันไม่มีคนอยากทำ ไม่มีคนสืบทอด ซึ่งแตกต่างจากเมื่อก่อนที่จะมีลูกหาบให้บริการนักท่องเที่ยวมากถึง 300-400 คน แต่ปัจจุบันเหลือเพียง 200 คนเท่านั้น และเป็นปัญหาทุกครั้งในช่วงหยุดยาว โดยเฉพาะหากนักท่องเที่ยวหากมาเกิน 2,000 คน ก็จะเกิดปัญหาเปิดขึ้นภูไม่ถึง 2 ชม.ลูกหาบหมดแล้ว เพราะปริมาณนักท่องเที่ยวและลูกหาบไม่สมดุลกัน เป็นอาชีพที่น้อยคนที่จะอยากทำ ทำให้อาชีพนี้ลดจำนวนลงทุกปี วันนี้ถ้าถามว่าอยากอนุรักษ์อาชีพเราไหม วิถีชีวิตมันเปลี่ยนไปการพัฒนาสิ่งเพิ่มพูนมีสิ่งแปลกใหม่เข้ามา ทำยังไงหากมีสิ่งใหม่ๆขึ้นมา และเราสามารถควบคุมได้ และเป็นแนวทางที่ดีกว่า ตนยังมองว่า สิ่งใหม่ๆที่เกิดขึ้นไม่ใช่จะเกิดขึ้นแต่ประเทศของเรา ประเทศอื่นเขาก็ทำอะไรเยอะแยะไป และคนอื่นสามารถคิดต่างได้
จากที่แนวทางที่เคยคุยกันไว้ของลูกหาบที่ยังคงเหลือ โดยได้คุยกับหน่วยงานที่รับผิดชอบในเรื่องของอนาคตของอาชีพ ซึ่งการทำ EIA ครั้งแรก และจะมีขึ้นอีกในครั้งที่ 2 ยังคงตกลงกันไว้ว่า หากมีการสร้างกระเช้าขึ้น อาชีพลูกกหาบ จะเป็นอาชีพแรกที่จะถูกคัดให้เป็นเจ้าหน้าที่ประจำกระเช้า คือเป็นอาชีพแรกที่เป็นตัวแรกในการคัดเข้าทำงาน ก่อนที่จะไปหาคนอื่นมาทำ เป็นพนักงาน หรือยกของขึ้นลงกระเช้าทั้งต้นทางปลายทาง ส่วนลูกหาบส่วนใหญ่มองว่า การสร้างกระเช้ารื้อรังกันมานาน มันคงสมควรแล้วหรือคงถึงเวลาที่จะต้องมี ตนยังมองว่ามีก็ดี หรือหากคิดต่าง และหาทางออกร่วมกัน หากมันจะเกิดก็ยากที่จะต้าน


