หน้าแรก ภูมิภาค ‘โครงการ StAR...

‘โครงการ StAR ประเทศไทย’ ทช.ผนึกกำลังภาคีระดับนานาชาติ อนุรักษ์-ฟื้นฟูประชากรฉลามเสือดาว

22.05.25 | 16:13 น.

‘โครงการ StAR ประเทศไทย’
ทช.ผนึกกำลังภาคีระดับนานาชาติ
อนุรักษ์-ฟื้นฟูประชากรฉลามเสือดาว


ช่วงกลางเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา “ดร.ปิ่นสักก์ สุรัสวดี” อธิบดีกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง (ทช.) ร่วมเป็นเจ้าภาพเปิดโครงการอนุรักษ์และฟื้นฟูประชากรฉลามเสือดาว หรือ “โครงการ StAR ประเทศไทย” (Stegostoma tigrinum Augmentation and Recovery) ที่สถานแสดงพันธุ์สัตว์น้ำภูเก็ต และเกาะไม้ท่อน จ.ภูเก็ต สำหรับ “โครงการ StAR ประเทศไทย” เป็นโครงการที่กรม ทช.ร่วมกับภาคีความร่วมมือระดับนานาชาติจากหลายภาคส่วน ได้แก่ กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช (อส.) กรมประมง ภาคเอกชน เช่น อควาเรีย ภูเก็ต, เกาะไม้ท่อน, องค์กรไวลด์เอด (WildAid) และองค์กรโอเชี่ยน บลู ทรี (Ocean Blue Tree) จัดทำขึ้น โดยมี “เมธาวี จึงเจริญดี” เป็นผู้จัดการโครงการ เพื่ออนุรักษ์ ฟื้นฟูประชากรฉลามเสือดาวอินโด-แปซิฟิก (Stegostoma tigrinum) สัตว์ป่าคุ้มครองใกล้สูญพันธุ์ของไทย ด้วยวิธีการเพาะเลี้ยงและปล่อยกลับคืนสู่ธรรมชาติในถิ่นอาศัยเดิม

ที่ผ่านมา ทีมงานโครงการ StAR เคลื่อนย้ายลูกฉลามเสือดาว 9 ตัว อายุราว 1 ปี 2 เดือน ขนาดประมาณ 80-110 เซนติเมตร ที่เกิดจากการเพาะเลี้ยงโดยทีมผู้เชี่ยวชาญด้านการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำของอควาเรีย ภูเก็ต จากศูนย์ชีววิทยาทางทะเล ภูเก็ต นำไปยังคอกทะเลที่สร้างขึ้นใหม่ที่เกาะไม้ท่อน ซึ่งเป็นแหล่งอาศัยชั่วคราวเพื่อให้ลูกฉลามปรับตัวก่อนปล่อยคืนสู่ธรรมชาติ ในอนาคตจะติดอุปกรณ์เพื่อติดตามตำแหน่งให้ลูกฉลาม เพื่อเพิ่มมาตรการคุ้มครองและติดตามอัตราการรอดหลังการปล่อยที่มีประสิทธิภาพ

“ดร.ปิ่นสักก์ สุรัสวดี” กล่าวว่า ตามนโยบาย ดร.เฉลิมชัย ศรีอ่อน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ในการฟื้นฟูระบบนิเวศทรัพยากรทางทะเล กรม ทช.จึงร่วมกับภาคีความร่วมมือจัดทำโครงการนี้ขึ้น เนื่องจากฉลามเสือดาวมีบทบาทสำคัญในการรักษาความสมดุลของระบบนิเวศแนวปะการัง และมีส่วนช่วยกระตุ้นธุรกิจกิจกรรมดำน้ำลึกเชิงท่องเที่ยวอีกด้วย เพราะเป็นฉลามที่ผู้ชื่นชอบการดำน้ำอยากจะเห็น

Advertisement

“ที่ผ่านมากรม ทช.ได้ติดตามเฝ้าระวังสถานการณ์ประชากรฉลามเสือดาว ตลอดจนผลักดันให้ฉลามเสือดาวได้รับการประกาศเป็นสัตว์คุ้มครอง และมีความภูมิใจที่ได้สนับสนุนการก่อสร้างคอกเลี้ยงในทะเลเพื่อเตรียมความพร้อมให้กับลูกฉลามก่อนการปล่อยคืนสู่ธรรมชาติ ผมรู้สึกยินดีที่ได้เห็นความร่วมมือในการทํางานร่วมกันระหว่างหน่วยงานภาครัฐ องค์กรอนุรักษ์ และภาคเอกชน ในการฟื้นฟูประชากรสัตว์ป่าคุ้มครองชนิดใหม่ของประเทศไทย และเชื่อว่าเมื่อปล่อยฉลามเสือดาวลงในพื้นที่คอกทะเลเกาะไม้ท่อน เชื่อว่าผู้ที่ใช้ประโยชน์ในพื้นที่ดังกล่าว อาทิ ลงไปดำน้ำ จะมีความระมัดระวังมากขึ้น ปะการังจะแตกหักน้อยลง ขยะน้ำเสียจะถูกทิ้งน้อยลง และจะช่วยส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงนิเวศในพื้นที่ดังกล่าว”

ด้าน “เมธาวี จึงเจริญดี” ผู้จัดการโครงการอนุรักษ์และฟื้นฟูประชากรฉลามเสือดาว องค์กรไวลด์เอด กล่าวว่า เนื่องจากสถานการณ์ประชากรฉลามและกระเบนยังคงลดลงอย่างต่อเนื่อง การฟื้นฟูเป็นเรื่องที่ท้าทายเนื่องจากพวกมันเจริญเติบโตช้า โตเต็มวัยช้า และมีอัตราการสืบพันธุ์ต่ำ การเพาะเลี้ยงและปล่อยคืนสู่ธรรมชาติ (rewilding) จึงเป็นความหวังสำคัญในการรักษาประชากรและช่วยส่งเสริมอัตราการฟื้นตัวของประชากร นอกจากนั้น ยังจำเป็นต้องดำเนินการอย่างเร่งด่วนเพื่อลดภัยคุกคามทั้งทางตรงและทางอ้อมต่อฉลามและกระเบน ตั้งแต่เรื่องการทำประมงเกินขนาดไปจนถึงการทำลายถิ่นอาศัย

“โครงการอนุรักษ์และฟื้นฟูประชากรฉลามเสือดาว หรือ StAR ประเทศไทย เป็นโครงการระดับนานาชาติริเริ่มโดยองค์กร ReShark ซึ่งเป็นกลุ่มเครือข่ายความร่วมมือระดับนานาชาติที่ประกอบด้วยองค์กรอนุรักษ์กว่า 100 แห่ง รวมถึงสถานแสดงพันธุ์สัตว์น้ำ หน่วยงานภาครัฐ และพันธมิตรอื่นๆ ที่มีเป้าหมายฟื้นฟูประชากรฉลามและกระเบนที่ใกล้สูญพันธุ์ทั่วโลก เริ่มต้นขึ้นที่หมู่เกาะราชาอัมพัต ประเทศอินโดนีเซีย เป็นที่แรกของโลกเมื่อปี 2565

“โครงการในประเทศไทยเป็นแห่งที่ 2 โดยเริ่มขึ้นอย่างไม่เป็นทางการเมื่อปีที่ผ่านมา จากการสานต่อโครงการ ‘Spot the Leopard Shark-Thailand’ โครงการวิทยาศาสตร์พลเมืองที่เชิญชวนให้นักดำน้ำร่วมส่งภาพถ่ายและวิดีโอการพบเห็นฉลามเสือดาวที่ถ่ายได้ในน่านน้ำไทย เพื่อให้นักวิทยาศาสตร์ประเมินจํานวน พฤติกรรมและแหล่งที่อยู่อาศัย ปัจจุบันโครงการนี้อยู่ระหว่างการวิเคราะห์ความสามารถในการดํารงอยู่ของประชากร เพื่อประเมินความเสี่ยงของการสูญพันธุ์ของฉลามเสือดาวในประเทศไทย และคาดการณ์แนวโน้มการเพิ่มหรือลดลงของประชากร ผลจากการวิเคราะห์ดังกล่าวจะเป็นข้อมูลสําคัญในการกําหนดแนวทางการอนุรักษ์ในประเทศไทย ซึ่งรวมถึงการกําหนดพื้นที่สําหรับปล่อยคืนสู่ธรรมชาติ จํานวนฉลามเสือดาวที่เหมาะสมต่อการปล่อย ตลอดจนกำหนดมาตรการติดตามหลังการปล่อยเพื่อศึกษาอัตราการรอด”

ขณะที่ “ดารีล ฟุง” ผู้อำนวยการฝ่ายบริหารอควาเรีย ภูเก็ต (Mr. Daryl Foong, Executive Director of Aquaria Phuket) กล่าวถึงส่วนของอควาเรีย ภูเก็ต ว่า ที่ผ่านมาทีมผู้เชี่ยวชาญด้านการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำของอควาเรีย ภูเก็ต ได้เพาะเลี้ยงฉลามเสือดาว และสัตว์ทะเลอื่นๆ ด้วย ความร่วมมือกับ StAR Project ในครั้งนี้ถือว่าตอบโจทย์โครงการของอควาเรีย ภูเก็ต ที่สนับสนุนด้านการอนุรักษ์มาโดยตลอด

ภาคเอกชนอีกราย “เฉลิมพงษ์ ปทุมโชติสุวรรณ”ผู้อำนวยการกลุ่มอสังหาริมทรัพย์ บริษัท ฮันนีมูนไพรเวท ไอส์แลนด์ (ภูเก็ต) จำกัด โรงแรมเกาะไม้ท่อน กล่าวว่า โรงแรมเกาะไม้ท่อนรู้สึกดีใจมากที่ได้รับเกียรติในการเป็นบ้านชั่วคราวสำหรับฉลามเสือดาวในครั้งนี้ อาจเป็นเพราะทางโรงแรมและเกาะไม้ท่อนยังมีสภาพสิ่งแวดล้อมที่ค่อนข้างสมบูรณ์ ที่ผ่านมาโรงแรมเกาะไม้ท่อนยังได้ปลูกปะการังและพยายามรักษาสภาพแวดล้อมที่ดี

“ครั้งนี้หวังเป็นอย่างยิ่งว่าจะได้ดูแลฉลามทั้ง 9 ตัว และพยายามทำหน้าที่ให้ดีที่สุดเพื่อส่งผ่านสู่ธรรมชาติสมดังเจตนารมณ์ของทุกท่าน ที่ร่วมกันส่งเสริมสิ่งแวดล้อมที่ดีแก่คนรุ่นต่อไป”