หน้าแรก ภูมิภาค นักวิชาการ ออ...

นักวิชาการ ออกจ.ม.เปิดผนึก น้ำท่วมแม่สาย สะท้อนรัฐล้มเหลวในการแจ้งเตือน หวั่นมีสารพิษปนเปื้อน

24.05.25 | 12:22 น.

นักวิชาการ มฟล. เขียนจ.ม.เปิดผนึก น้ำท่วมแม่สาย สะท้อนรัฐล้มเหลวในการแจ้งเตือน หวั่นมีสารพิษปนเปื้อน

เมื่อวันที่ 24 พฤษภาคม ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ฝนตกหนักตลอดทั้งคืนที่ผ่านมาได้ทำให้ระดับน้ำในแม่น้ำสายชายแดนไทย-เมียนมา ด้าน อ.แม่สาย จ.เชียงราย เชื่อมกับ จ.ท่าขี้เหล็ก ประเทศเมียนมา เริ่มเพิ่มระดับสูงขึ้นตั้งแต่เวลาประมาณ 02.00 น. และเอ่อล้นท่วมข้ามพนังป้องกันน้ำท่วมที่ยังก่อสร้างไม่แล้วเสร็จก่อนทะลักเข้าท่วมพื้นที่ลุ่มต่ำที่อยู่ริมฝั่งเป็นรอบที่ 2 ของปี 2568 นี้ หลังจากเคยเข้าท่วมเมื่อวันที่ 29 เม.ย.ที่ผ่านมา โดยน้ำล้นพนังเข้าท่วมตั้งแต่ชุมชนบ้านถ้ำผาจม ตลาดสายลมจอย ตลาดเหมืองแดงน้อย ชุมชนและตลาดไม้ลุงขน ชุมชนเกาะทราย ฯลฯ และน้ำที่ทะลักเข้าท่วมครั้งนี้มีมากกว่าวันที่ 29 เม.ย.ที่ผ่านมา และเข้าท่วมเป็นบริเวณกว้าง บางจุดลึกประมาณ 0.5-1 เมตร ทำให้ผู้คนที่อยู่ในที่ลุ่มต้องพากันขนย้ายข้าวของหนีน้ำกันอย่างฉุกละหุก

อย่างไรก็ตาม เนื่องจากน้ำเข้าท่วมในช่วงกลางคืนจนถึงเช้ามืดทำให้บ้านเรือนจำนวนมากที่กำลังหลับใหลขนของหนีน้ำกันไม่ทัน หลายครอบครัวไม่ทันได้นำกระสอบทรายไปวางกั้นตามจุดที่น้ำเข้าท่วม ทำให้น้ำไหลบ่าเข้าท่วมตัวบ้านจนสร้างความเสียหายโดยถ้วนหน้า รถหลายคันจอดอยู่ตามถนนโดยไม่ได้โยกย้ายและถูกน้ำท่วม ขณะที่บริเวณสะพานมิตรภาพไทย-เมียนมา ข้ามแม่น้ำสายแห่งที่ 1 เชื่อม อ.แม่สาย กับ จ.ท่าขี้เหล็ก พบว่าน้ำได้ล้นกระสอบทรายขนาดใหญ่ หรือบิ๊กแบ๊ก ที่วางเอาไว้เพื่อป้องกันน้ำล้นเข้าท่วมฝั่งตะวันออกของสะพาน ปรากฏว่าน้ำได้ล้นบิ๊กแบ๊กทะลักเข้าท่วมชุมชนบริเวณดังกล่าวอย่างหนัก

กระทั่งเวลาประมาณ 06.00 น.วันเดียวกัน ระดับน้ำยังคงท่วมสูงและบรรยากาศครึ้มฟ้าครึ้มฝน รวมทั้งมีฝนตกในประเทศเมียนมา ทำให้มีแนวโน้มว่าระดับน้ำอาจจะเพิ่มสูงขึ้นอีก ทำให้เจ้าหน้าที่เทศบาล ต.แม่สาย เทศบาล ต.เวียงพางคำ ทหารกองกำลังผาเมือง ทหารกรมการทหารช่างกองทัพบก ฝ่ายปกครอง อ.แม่สาย สำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ฯลฯ ได้ระดมกำลังกันเข้าช่วยเหลือชาวบ้าน

Advertisement

ด้าน ดร.สืบสกุล กิจนุกร สำนักวิชานวัตกรรมสังคม มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง เปิดเผยว่า น้ำที่เข้าท่วมชายแดนครั้งนี้ถือว่าน่าเป็นห่วงว่ามีโลหะหนักปนเปื้อนมาด้วยหรือไม่ หลังจากก่อนหน้านี้มีการตรวจคุณภาพน้ำและพบสารหนูอยู่ จึงขอให้ภาครัฐได้มีการประกาศแผนรับมือน้ำท่วมรอบใหม่ที่จะมาถึงอีกไม่นานจากนี้ และขอให้มีการตรวจสอบซ้ำอีกครั้งว่าน้ำท่วมมีสารพิษปนเปื้อนมาด้วยหรือไม่ เพื่อให้คำแนะนำประชาชนว่าต้องทำตัวอย่างไรในสถานการณ์น้ำท่วมที่มีสารพิษปนเปื้อน และต้องเร่งเจรจากดดันทางการเมืองให้ทางการเมียนมาและสหรัฐว้าได้ปิดเหมืองต้นน้ำสายอย่างถาวร

ล่าสุดพบว่าระดับน้ำยังคงสูง โดยเฉพาะบริเวณสะพานมิตรภาพไทย-เมียนมา ข้ามแม่น้ำสายแห่งที่ 1 ซึ่งเป็นจุดผ่านแดนถาวรและใช้สำหรับการข้ามไปมาของผู้คน พบว่ามีเศษวัชพืช กิ่งไม้ต้นไม้ ท่อนซุง ฯลฯ ที่ไหลมาจากเหนือน้ำติดอยู่บริเวณใต้สะพาน ทำให้ทหารช่างนำรถแบ๊กโฮเข้าทำการขุดตักออก แต่เนื่องจากติดอยู่บริเวณกลางสะพานทำให้ต้องเคลื่อนรถไปบริเวณกลางสะพาน ส่งผลทำให้การเปิดจุดผ่านแดนถาวรแม่สาย-ท่าขี้เหล็ก ซึ่งตามปกติเปิดตั้งแต่เวลา 06.30-18.30 น. ต้องเลื่อนหรือปิดชั่วคราวจนกว่าจะนำสิ่งกีดขวางใต้สะพานออกแล้วเสร็จ ทำให้ช่วงเช้าประชาชนทั้ง 2 ฝั่งประเทศ โดยเฉพาะชาวเมียนมาที่จะข้ามมาฝั่งไทยพากันไปรออยู่บริเวณจุดทำบัตรผ่านแดนชั่วคราวเป็นจำนวนมาก

นายวรายุทธ ค่อมบุญ นายอำเภอแม่สาย กล่าวว่า มวลน้ำที่มีมากทำให้ล้นบิ๊กแบ๊กขึ้นมา ส่งผลให้เข้าท่วมพื้นที่ดังกล่าว และในช่วงน้ำท่วมมีวัชพืชและขอนไม้ไหลมาติดสะพานอีก ขณะที่น้ำที่มีปริมาณมากไหลมาเป็นระลอกๆ โดยช่วงเช้ามืด เวลาประมาณ 03.30 น. เป็นระลอกที่ 1 และช่วงเข้าเป็นระลอกที่ 2 ทำให้ต้องเร่งนำเอาวัชพืชและขอนไม้ออกเพื่อให้น้ำไหลระบายได้สะดวก ขณะเดียวกันเจ้าหน้าที่ได้ระดมบิ๊กแบ๊กเพิ่มเติมเพื่อนำไปป้องกันบริเวณริมฝั่งชุมชนเกาะทรายและไม้ลุงขนต่อไป หลังน้ำลดก็จะเร่งเจรจากับชาวบ้านที่ยังคงเหลืออาศัยอยู่ริมฝั่งอีก 8-9 ราย ให้ย้ายออกไป และทำการรื้อถอนเพื่อจะได้สร้างแนวพนังกั้นน้ำ รวมทั้งยังจะทำให้แม่น้ำมีความกว้างมากขึ้นอีกด้วย ทั้งนี้ส่วนใหญ่เจ้าของอาคารให้ความร่วมมือและยังคงเจรจาอยู่อีกจำนวนหนึ่ง

นายวรายุทธกล่าวถึงกรณีมีการตรวจพบน้ำที่มีสารปนเปื้อนว่ารู้สึกเป็นกังวลในเรื่องนี้จึงได้แจ้งประชาชนว่า หากมีอาการแผลตุ่มให้รีบแจ้งเจ้าหน้าที่ ขณะเดียวกันช่วงที่มีน้ำท่วมก็ให้ประชาชนที่ยังอาศัยอยู่ริมฝั่งซึ่งปัจจุบันเหลืออยู่เพียงเบาบางให้ไปพักอาศัยอยู่ตามสถานที่ที่จัดเตรียมไว้ให้เป็นการชั่วคราวเพื่อป้องกันไว้ก่อน โดยให้ไปอาศัยอยู่ชั่วคราวซึ่งเทศบาล ต.แม่สาย ได้จัดสถานที่เอาไว้ที่วัดพรหมวิหาร หอประชุม อ.แม่สาย และภายในสำนักงานเทศบาลแม่สาย จนกว่าสถานการณ์จะคลี่คลาย

รายงานข่าวแจ้งว่า เจ้าหน้าที่ระบุว่าน้ำที่เข้าท่วมพื้นที่แม่สายตั้งแต่เช้ามืดเป็นระลอกที่ 1 ส่วนระลอกที่ 2 ได้ไหลผ่านสถานีโทรมาตรที่วัดระดับน้ำใน จ.ท่าขี้เหล็ก ตรงบ้านโจตาดา และทางอำเภอแจ้งว่าจะถึงพื้นที่แม่สายภายในอีกประมาณ 4 ชั่วโมง (นับจากเวลาประมาณ 06.00 น.) ทำให้มีการเร่งอพยพผู้คนออกไปอยู่ตามจุดต่างๆ ดังกล่าว ทั้งนี้ปัจจุบันไทยและเมียนมาติดตั้งสถานีโทรมาตรอัตโนมัติเอาไว้ 4 สถานี อยู่ใน จ.ท่าขี้เหล็ก จำนวน 3 สถานี คือจุดบ้านโจตาดา บ้านดอยต่อคำ และสะพานอูทูนอ่องเขตบ้านสบสาย และอยู่ในเขต อ.แม่สาย จำนวน 1 สถานีตรงที่สะพานมิตรภาพไทย-เมียนมา ข้ามลำน้ำสายแห่งที่ 1

อย่างไรก็ตาม ดร.สืบสกุล กิจนุกร สำนักวิชานวัตกรรมสังคม มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง โพสต์ข้อความผ่าน “Kidnukorn Suebsakun” ระบุว่า

จดหมายเปิดผนึกถึงสังคมไทย

สวัสดีครับทุกคน ผมขออนุญาตรบกวนเวลาของทุกคนช่วยผมคิดต่อสถานการณ์น้ำท่วมอ.แม่สาย และคาดว่าจะท่วมอีกในปีนี้ เราควรทำอย่างไรกันดีครับต่อจากนี้

น้ำท่วมแม่สายเป็นครั้งที่ 2 ในรอบ 26 วัน ของปี 2568

น้ำท่วมครั้งที่ 1 เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 29 เมษายน 2568

น้ำท่วมครั้งที่ 2 เกิดขึ้นเมื่อกลางดึกของวันที่ 23 พฤษภาคม 2568

น้ำท่วมทั้ง 2 ครั้งให้บทเรียนอะไรเราบ้าง

  1. ภาครัฐยังคงล้มเหลวในการประกาศเตือนล่วงหน้า

น้ำท่วมทั้งสองครั้งไม่มีคำเตือนใดๆ จากหน่วยงานภาครัฐ ถึงแม้จะมีเครื่องโทรมาตรวัดน้ำทั้งในเขตเมียนมาและฝั่งไทย

แต่สุดท้ายก็ไม่มีหน่วยงานภาครัฐประมวลผลข้อมูลและออกประกาศเตือนล่วงหน้า

ส่งผลให้ประชาชนต้องเตือนกันเองผ่านช่องทาง social media ที่หลากหลายของคนในพื้นที่

  1. ภาครัฐไม่มีแผนการรับมือน้ำท่วมอย่างเป็นรูปธรรมในพื้นที่แม่สายและเชียงราย ทั้งที่รู้กันอยู่แล้วว่าน้ำจะท่วมอีกแน่ๆ แต่ภาครัฐก็ล้มเหลวในการรับมือน้ำท่วมอีกเช่นเคย
  2. ภาครัฐไม่มีแนวปฏิบัติให้ประชาชนรับทราบ เข้าใจ และนำไปปฏิบัติในกรณีน้ำท่วมปนเปื้อนสารพิษ

เรารู้กันถ้วนหน้าแล้วว่าน้ำสายปนเปื้อนสารหนู ผลตรวจของ มฟล.โดยชุดตรวจภาคสนาม และผลตรวจของสำนักงานสิ่งแวดล้อมและควบคุมมลพิษที่ 1 ยืนยันตรงกันว่าน้ำสายมีสารหนูเกินค่ามาตรฐาน

แต่ภาครัฐก็ไม่มีแนวปฏิบัติอันใดให้ประชาชนที่ต้องเชิญกับน้ำท่วมที่มาพร้อมกับสารพิษ

บทเรียนทั้งหมด 3 ข้อที่กล่าวมาข้างต้น ทำให้ผมคิดถึงว่าประชาชนในพื้นที่น้ำท่วมลุ่มน้ำกก น้ำสายต้องเตรียมพร้อมอย่างไรบ้าง

  1. เราต้องการชุดตรวจสารโลหะหนักภาคสนามที่รู้ผลตรวจภายใน 5-30 นาที สำหรับทุกชุมชน อย่างน้อยชุมชนละ 10 ชุด สำหรับใช้ตรวจหาสารโลหะหนักที่จะมาพร้อมกับน้ำท่วม เพื่อให้ชุมชนมีข้อมูลที่สามารถตัดสินใจได้อย่างทันท่วงที
  2. เราต้องการชุดแต่งกายสำหรับหน่วยกู้ภัยและอาสาสมัครในจังหวัดเชียงรายที่ปลอดภัยจากการรสัมผัสสารโลหะหนักในระหว่างที่ชุดกู้ภัยออกให้ความช่วยเหลือประชาชนในระหว่างน้ำท่วม
  3. เราต้องการให้รัฐบาลออกแผนงานการรับมือน้ำท่วมที่มาพร้อมกับสารพิษ นี่คือสถานการณ์น้ำท่วมที่มาพร้อมกับสารพิษข้ามพรมแดน ไม่ใช่น้ำท่วมแบบปกติอีกต่อไปแล้ว
  4. เราต้องการให้รัฐบาลออกแนวปฏิบัติให้ประชาชนได้เข้าใจว่าต้องทำอย่างไรเมื่อเกิดเหตุการณ์น้ำท่วมที่มาพร้อมกับสารพิษ เพื่อให้ประชาชนได้เข้าใจและดูแลตัวเองได้อย่างถูกต้อง
  5. เราต้องการให้รัฐบาลเจรจากดดันใหัรัฐบาลเมียนมา จีน และว้า ยุติการทำเหมืองอย่างถาวรในต้นน้ำกก น้ำสาย และน้ำรวก เนื่องจากสร้างความเดือดร้อนให้ประชาชนทั้งในในประเทศเมียนมาและไทยอย่างแสนสาหัส

ท้ายที่สุด ผมอยากขอความเห็นใจจากภาคส่วนต่างๆ ในสังคมไทย เพื่อช่วยเหลือประชาชนในจังหวัดเชียงรายด้วยครับ

  1. ผมขอความช่วยเหลือจากบริษัทผู้ผลิตชุดตรวจสารโลหะหนักภาคสนาม ศูนย์วิจัยภาคเอกชนและมหาวิทยาลัย สนับสนุนชุดตรวจสารโลหะหนักให้กับชาวเชียงรายได้มีไว้ใช้ตรวจสารโลหะหนักที่มากับน้ำ

ตัวผมพร้อมด้วยเพื่อนอาจารย์ในจังหวัดเชียงรายและองค์กรภาคประชาสังคม ยินดีรับชุดตรวจสารโลหะหนักภาคสนาม จัดอบรมและส่งมอบให้กับชุมชนในจังหวัดเชียงราย

  1. ผมขอรับการสนับสนุนชุดแต่งกายที่มีคุณสมบัติปกป้องสารโลหะหนักในขณะลุยน้ำ สำหรับส่งมอบต่อให้ชุมชน อาสาสมัคร และหน่วยกู้ภัย เพื่อใช้ในการให้ความช่วยเหลือประชาชนในสถานการณ์น้ำท่วม

หากท่านมีความจำนงและยินดีช่วยเหลือ ขอความกรุณาติดต่อผมได้โดยตรงครับ ผมเชื่อมั่นในพลังสังคมไทยที่จะร่วมแรงร่วมใจกันเป็นส่วนหนึ่งในการรับมือกับมลพิษข้ามพรมแดนในครั้งนี้ครับ

ขอบคุณครับ

สืบสกุล กิจนุกร