‘กาแฟพ่อหลวง สู่ความยั่งยืน’
สืบสาน รักษา ต่อยอด
มูลนิธิโครงการหลวง ร่วมกับสถาบันวิจัยและพัฒนาพื้นที่สูง (องค์การมหาชน) กรมวิชาการเกษตร สำนักงานพัฒนาการวิจัยการเกษตร (องค์การมหาชน) และสมาคมบาริสต้าไทย จัดแถลงข่าวการจัดงานกาแฟพ่อหลวงสู่ความยั่งยืน (Royal Coffee from BCG to SDGs) ระหว่างวันที่ 11-15 มิถุนายน ที่อุทยานหลวงราชพฤกษ์ จังหวัดเชียงใหม่ เพื่อเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ที่ทรงมีพระราชปณิธานในการ “สืบสาน รักษา และต่อยอด” การพัฒนาพื้นที่สูง ให้มั่นคงและยั่งยืน พร้อมน้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ที่พระราชทานกาแฟอะราบิกาแก่เกษตรกรบนพื้นที่สูง เป็นพืชทางเลือกทดแทนพืชเสพติด
พล.อ.กัมปนาท รุดดิษฐ์ องคมนตรี เลขาธิการ และประธานกรรมการบริหารมูลนิธิโครงการหลวง ประธานกรรมการอำนวยการจัดงาน กล่าวว่า การจัดงาน “กาแฟพ่อหลวงสู่ความยั่งยืน หรือ Royal Coffee BCG to SDGs” เพื่อสืบสาน รักษา และต่อยอด งานโครงการหลวงของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว โดยเสด็จฯ พระราชบิดาไปในพื้นที่ทุรกันดาร ตั้งแต่ปี 2513 ทำให้ทรงทราบปัญหาและวิธีการดำเนินงานของโครงการหลวง ตามแนวทางพระราชทานของพระบิดามาโดยตลอด เมื่อทรงดำรงตำแหน่งองค์นายกกิตติมศักดิ์ จึงทรงมีพระราชปณิธานแน่วแน่ให้งานโครงการหลวงเกิดประโยชน์กับปวงประชาอย่างยั่งยืน ครั้งเมื่อโดยเสด็จฯ พระราชบิดาไปทอดพระเนตรต้นกาแฟอะราบิกา ของเกษตรกรชาวเขาที่บ้านหนองหล่ม ดอยอินทนนท์ อ.จอมทอง จ.เชียงใหม่ ในปี พ.ศ.2517 นำมาสู่การขยายการพัฒนาอย่างกว้างขวาง ทำให้ได้กาแฟสายพันธุ์ดี วิธีการผลิตภายใต้ระบบอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ

“มูลนิธิโครงการหลวงเป็นจุดเริ่มต้นที่สำคัญในการขับเคลื่อนอุตสาหกรรมกาแฟไทย สร้างรายได้ให้กับชุมชนบนพื้นที่สูงจากกาแฟพ่อหลวงแพร่ไปทุกดอย เป็นต้นแบบการพัฒนาแบบครบวงจร จากการส่งเสริมและรับซื้อผลผลิตของเกษตรกรปีละประมาณ 1,000-1,500 ตัน มูลค่าราว 200 ล้านบาทต่อปี และสามารถสร้างรายได้ให้เกษตรกรในประเทศไทย รวมมากกว่า 2,273 ล้านบาท และมูลค่าตลาดกาแฟตั้งแต่ต้นน้ำ กลางน้ำ ปลายน้ำ รวมประมาณ 34,470 ล้านบาท ซึ่งการจัดงานครั้งนี้ เพื่อเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 72 พรรษา 28 กรกฎาคม 2567 และน้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร เพื่อรับทราบถึงวิวัฒนาการและคุณูปการของกาแฟอะราบิกาโครงการหลวง ที่เป็นจุดเริ่มต้นของการพัฒนากาแฟบนพื้นที่สูง ที่สามารถสร้างเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม ตลอดระยะเวลา 55 ปี ของโครงการหลวง เพื่อกำหนดนโยบายและยุทธศาสตร์การส่งเสริมสนับสนุนธุรกิจอุตสาหกรรม กาแฟไทยสู่เวทีโลก”

นางอาณดา นิรันตรายกุล รองผู้อำนวยการด้านการพัฒนา สถาบันวิจัยและพัฒนาพื้นที่สูง (องค์การมหาชน) ในฐานะประธานฝ่ายนิทรรศการทางวิชาการความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีและนวัตกรรม กล่าวว่า จากความสำเร็จของการดำเนินงานตามแนวทางโครงการหลวง ทาง สวพส.ได้น้อมนำผลสำเร็จของมูลนิธิโครงการหลวงไปขยายผลบนพื้นที่สูงอื่นๆ ภายใต้วิสัยทัศน์ “ชุมชนบนพื้นที่สูงมีความอยู่ดีมีสุข ด้วยการวิจัยและพัฒนา สืบสาน รักษา ต่อยอดงานโครงการหลวงตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง” โดยดำเนินการแบบครบวงจร พัฒนากาแฟอะราบิกาคุณภาพ ภายใต้ระบบอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ ปัจจุบันมีเกษตรกร 2,345 คน พื้นที่ปลูกประมาณ 5,624 ไร่ สร้างรายได้ให้กับชุมชนประมาณ 30 ล้านบาทต่อปี
“อยากให้ทุกคนได้มาเห็นการทรงงานของสองพระองค์ และซาบซึ้งว่า ที่ผ่านมากาแฟของพ่อ สู้สิ่งเสพติด สู้ความยากจน และสู้เพื่อสิ่งแวดล้อม ลดการปลูกพืชเชิงเดี่ยว ลดการเผา พร้อมเตรียมขยับเพิ่มพื้นที่ปลูกกาแฟอีกกว่า 4,000 ไร่ เพื่อสร้างรายได้ให้เกษตรกรอย่างยั่งยืน 180 ล้านบาทต่อปี”
น.ส.ศิริกร วิวรวงษ์ รองผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนาการวิจัยการเกษตร (องค์การมหาชน) ในฐานะรองประธานกรรมการฝ่ายประสานงานและเลขานุการ กล่าวว่า เราสนับสนุนด้านการวิจัยพัฒนากาแฟอะราบิกาของโครงการหลวงให้เป็นพืชเศรษฐกิจที่สำคัญบนพื้นที่สูง ขับเคลื่อนงานวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีการผลิตกาแฟอะราบิกาให้เกิดความยั่งยืน ทั้งในด้านเศรษฐกิจ และสิ่งแวดล้อม เน้นการพัฒนา ผลิตภัณฑ์กาแฟคุณภาพที่สามารถแข่งขันได้ในตลาดโลก นำสู่การขยายช่องทางจำหน่ายทั้งในและต่างประเทศ ช่วยเพิ่มมูลค่าให้กับเศรษฐกิจของประเทศ

นายมีชัย อมรพัฒนกุล นายกสมาคมบาริสต้าไทย ในฐานะประธานกรรมการฝ่ายจัดการแข่งขันบาริสต้า กล่าวว่า มุมมองของภาคเอกชนต่อโอกาสทางเศรษฐกิจของกาแฟ จากการขยายตัวอย่างรวดเร็วของกาแฟในปัจจุบัน การผลักดันให้กาแฟเป็นพืชเศรษฐกิจใหม่ที่สร้างรายได้ที่มั่นคงให้แก่เกษตรกร และผู้ประกอบธุรกิจที่อยู่ในอุตสาหกรรมกาแฟสำหรับการประกวดบาริสต้านั้นเป็นการสนับสนุนแนวคิดการสร้างสรรค์ ศิลปะ และเทคนิคการชงกาแฟ รสชาติดีและสวยงาม ถูกใจผู้บริโภค ซึ่งการประกวดแข่งขันทักษะบาริสต้านับเป็นการผลักดันศักยภาพของบาริสต้าชาวไทย พร้อมส่งเสริมอุตสาหกรรมกาแฟไทยให้เติบโตอย่างยั่งยืนในเวทีระดับสากล และแสดงถึงการพัฒนาธุรกิจอุตสาหกรรมกาแฟไทยที่ก้าวกระโดดท่ามกลางสภาวะการเปลี่ยนแปลงของโลกทั้งมิติของเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม นับเป็นการสนับสนุนธุรกิจอุตสาหกรรมกาแฟไทยในเวทีโลก

ทั้งนี้ ตลอดการจัดงาน “กาแฟพ่อหลวงสู่ความยั่งยืน หรือ Royal Coffee BCG to SDGs” รวม 5 วัน มีกิจกรรมที่น่าสนใจหลากหลายรายการ อาทิ นิทรรศการจุดเริ่มต้นของกาแฟพ่อหลวง การประชุมวิชาการในหัวข้อ ทิศทางและแนวทางการวิจัยและพัฒนาการผลิตและการตลาดกาแฟอะราบิกาของประเทศไทยและนานาชาติสู่เป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน กิจกรรมแลกเปลี่ยนความรู้ในเรื่องของการพัฒนาธุรกิจอุตสาหกรรมกาแฟไทยในมิติของความยั่งยืน การประกวดเมล็ดกาแฟอะราบิกาบนพื้นที่สูง และการแข่งขันบาริสต้า การสาธิตการปรุงอาหารและเครื่องดื่มจากผลิตภัณฑ์กาแฟ รวมถึงการจัดแสดงและออกบูธจำหน่ายผลิตภัณฑ์ อุปกรณ์ และสินค้าในอุตสาหกรรมกาแฟ โดยบริษัท ร้านค้า และวิสาหกิจชุมชนจากทั้งในประเทศและต่างประเทศ รวมกว่า 65 บูธ ซึ่งได้นำเสนอผลิตภัณฑ์และนวัตกรรมด้านกาแฟที่หลากหลายจากผู้ประกอบการทุกระดับ
ห้ามพลาด! ด้วยประการทั้งปวง


