หน้าแรก ภูมิภาค มทส.รับรองคุณ...

มทส.รับรองคุณภาพ ‘ไข่ผำ’ ซุปเปอร์ฟู้ดตอบโจทย์ตลาดสุขภาพ

26.05.25 | 16:28 น.

มทส.รับรองคุณภาพ’ไข่ผำ’
ซุปเปอร์ฟู้ดตอบโจทย์ตลาดสุขภาพ


นายนิพนธ์ สินใหม่ ผู้ใหญ่บ้านหนองบัวศาลา หมู่ 4 นำชาวบ้านในกลุ่มรวม 5 คน เร่งเก็บไข่ผำภายในโรงเรือนปิด ที่สวนเกษตรบ้านหนองบัวศาลา หมู่ 4 ต.หนองบัวศาลา อ.เมือง จ.นครราชสีมา พร้อมกับล้างไข่ผำให้สะอาด เตรียมนำส่งขายให้กับฟาร์มมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี หรือ มทส.

หลังจากได้รวมกลุ่มกันเริ่มเพาะเลี้ยงไข่ผำ เมื่อ 6 เดือนที่แล้ว โดยได้รับการสนับสนุนแม่พันธุ์ไข่ผำจาก มทส. พร้อมสอนวิธีเพาะเลี้ยงที่ได้มาตรฐาน ซึ่งไข่ผำสามารถเก็บขายได้ทุกๆ 7-10 วัน โดยไข่ผำสด หากขายส่งให้ มทส.จะอยู่ที่กิโลกรัมละ 80 บาท แต่หากนำไปขายปลีก จะได้กิโลกรัมละ 100-120 บาท

นายนิพนธ์กล่าวว่า สถานที่แห่งนี้เคยประกอบอาชีพเลี้ยงตั๊กแตนมาก่อน แต่ธุรกิจประสบปัญหา ไปไม่ไหว ประกอบกับชาวบ้านไม่ค่อยให้ความร่วมมือ เนื่องจากไม่อยากทำบาป เพราะการทำตั๊กแตนให้อร่อยต้องทำแบบสดๆ จึงต้องยุติกิจการลงไป แม้ว่าตลาดยังมีความต้องการอยู่ ต่อมาทาง มทส.ได้เห็นศักยภาพของวิสาหกิจชุมชนของหมู่บ้าน และเห็นว่าโรงเรือนเดิมยังว่างอยู่ จึงได้นำเสนอเรื่องการเพาะเลี้ยงไข่ผำและไปเข้ารับการอบรม 2 ครั้ง ซึ่งเห็นว่าเป็นแนวทางที่ดีและใช้เวลาดูแลไม่มาก สามารถนำเวลาไปทำอย่างอื่นได้ และทาง มทส.ไม่เพียงให้ความรู้ แต่ยังช่วยเชื่อมโยงตลาดให้ด้วย โดยนำผู้ซื้อและผู้ประกอบการมาพูดคุย ทำให้มั่นใจว่าหากเลี้ยงไข่ผำได้มาตรฐาน มีโปรตีนและความสะอาด จะมีตลาดรองรับอย่างแน่นอน จึงคิดว่าการเลี้ยงไข่ผำจะดีต่อชาวบ้านที่ไม่มีงานทำ และที่สำคัญคือไม่ได้เป็นการทำบาป ทำให้ชาวบ้านที่กังวลเรื่องนี้สามารถเข้ามาร่วมทำได้

Advertisement

“ตอนนี้ชาวบ้านเริ่มให้ความสนใจและเข้ามาร่วมมากขึ้น เพราะเห็นว่ามีรายได้ดีกว่าอยู่บ้านเฉยๆ ซึ่งก่อนจะเริ่มทำก็ไม่ทราบว่าไข่ผำคืออะไร แต่พอได้อบรมทราบว่าไข่ผำคือ “ไข่น้ำ” ที่เคยเห็นตามบ่อน้ำสมัยเด็กๆ และมีคุณค่าทางโภชนาการสูง มีโปรตีน ส่วนโรงเรือนที่ใช้ เดิมเป็นโรงเรือนเพาะพันธุ์มันสำปะหลังของบริษัทเอกชนที่เลิกกิจการไปแล้ว และปล่อยทิ้งไว้ เห็นว่าสามารถนำมาปรับใช้ได้ เพราะตอนไปอบรมที่ มทส.เห็นมีการนำโรงเรือนกัญชามาปรับใช้เลี้ยงไข่ผำ จึงนำโรงเรือนนี้มาประยุกต์ใช้ ซึ่งมีความยาว 20 เมตร กว้าง 6 เมตร และออกแบบบ่อเลี้ยงเอง ใช้ผ้าใบยางทำบ่อ ซึ่งการเพาะเลี้ยงเริ่มมาได้ประมาณ 6 เดือนแล้ว ประสบความสำเร็จตั้งแต่รอบแรก ไม่มีอุปสรรคใดๆ เนื่องจากมีสถานที่พร้อม คุณภาพน้ำดี และได้แม่พันธุ์ไข่ผำจาก มทส. โดยรอบแรกมี 6 บ่อ ได้ผลผลิตประมาณ 20 กิโลกรัม ภายใน 10 วัน ปัจจุบันได้ขยายเป็น 12 บ่อ ตั้งเป้าว่าจะเพิ่มผลผลิตให้ได้ครั้งละประมาณ 50 กิโลกรัม ซึ่งมองว่าอนาคตของไข่ผำน่าจะไปได้ดี เพราะความต้องการของประชาชนสูงขึ้น คนเริ่มรู้จักและนำไปทำผลิตภัณฑ์หลากหลาย ทั้งอาหาร ยา และเครื่องบำรุงผิว ประกอบกับแนวโน้มคนรักสุขภาพที่เพิ่มสูงขึ้น ทำให้ตลาดนี้ใหญ่มากและน่าจะไปได้อีกไกล”

นายนิพนธ์กล่าวอีกว่า สำหรับขั้นตอนการเลี้ยงเริ่มจากการเตรียมบ่อให้ได้มาตรฐาน ตรวจสอบคุณภาพน้ำ โดยค่า pH ของน้ำบาดาลหรือน้ำประปาไม่ควรเกิน 7 หากเกินก็ต้องปรับสภาพน้ำ จากนั้นจึงใส่ปุ๋ยสูตร A สูตร B ของ มทส. ในปริมาณที่เหมาะสมกับขนาดบ่อ เช่น จะใช้ปุ๋ยสูตร A 1.5 ลิตร และปุ๋ยสูตร B 1.5 ลิตร และต้องวัดค่าปุ๋ยให้ได้มาตรฐาน คือ อย่างน้อย 600 ppm เพื่อให้ได้ค่าปุ๋ยและโปรตีนตามที่ตลาดต้องการ ซึ่งต้นทุนหลักๆ จะอยู่ที่โรงเรือนและอุปกรณ์ แต่เป็นการลงทุนครั้งเดียว เช่นเดียวกับแม่พันธุ์ไข่ผำที่ลงทุนครั้งเดียว สามารถให้ผลผลิตได้ตลอด ในอนาคตกลุ่มวิสาหกิจชุมชนบ้านหนองบัวศาลามีแผนที่จะแปรรูปไข่ผำเป็น “ผำอบแห้ง” เพื่อส่งให้ผู้ประกอบการที่ต้องการจำนวนมาก เนื่องจากปัจจุบันผลผลิตสดยังขายไม่เพียงพอต่อความต้องการของตลาด

“ทั้งนี้ มีผู้ประกอบการชาวญี่ปุ่นให้ความสนใจมาดูงานและสนใจไข่ผำของกลุ่มเป็นอย่างมาก คุณภาพไข่ผำของที่นี่ถือว่าสูงมาก โดยมีโปรตีนสูงถึง 41% ซึ่งผ่านการวิจัยและตรวจสอบค่าต่างๆ จาก มทส. และมีใบรับรองคุณภาพเรียบร้อยแล้ว”